ยารา ประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติและการทำงานที่ปลอดภัย โดยล่าสุด ได้รับรางวัล Yara Global Safety Award 2025 จากความสำเร็จในการสร้างวัฒนธรรมองค์กร “Safe by Choice” การันตีความเป็นเลิศด้านการจัดการมาตรฐานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในระดับสากล
ด้วยรากฐานความสำเร็จกว่า 120 ปี นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของยารา ณ ประเทศนอร์เวย์ สู่การนำเข้าและจัดจำหน่ายปุ๋ยคุณภาพพรีเมียมในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 และต่อยอดความมุ่งมั่นด้วยการจัดตั้งโรงงานบรรจุปุ๋ยอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2559 ณ คลังสินค้าพูลพิพัฒน์ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งการเลือกทำเลแห่งนี้ไม่ได้คำนึงถึงเพียงพื้นที่ใช้สอยเท่านั้น แต่ยังเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์บนศักยภาพของทำเลที่เชื่อมต่อโครงข่ายโลจิสติกส์สำคัญได้อย่างครบวงจร ทั้งการขนส่งทางบกและทางน้ำ พร้อมด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ซึ่งเอื้อต่อการดำเนินงานและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
เบื้องหลังความสำเร็จและก้าวที่มั่นคงของยารา ขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้น ‘ความเป็นเลิศด้านการปฏิบัติการ’ (Operational Excellence) ซึ่งเกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของพนักงานทุกคน ตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจที่มีจุดยืนร่วมกัน โดยยาราให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของพนักงานควบคู่ไปกับคุณภาพของสินค้า
ยาราได้ยกระดับกระบวนการทำงานครั้งใหญ่ จากอดีตที่อาศัยแรงงานคนบรรจุปุ๋ยในพื้นที่กลางแจ้ง สู่การปฏิบัติงานในที่ร่มทั้งหมด 100% พร้อมนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (Automation) เข้ามาทดแทนแรงงานในจุดที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการยกของหนัก การปรับเปลี่ยนนี้ไม่เพียงช่วยลดภาระทางกายภาพและเพิ่มความแม่นยำในการทำงาน แต่ยังส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้แก่พนักงานในระยะยาว ผลลัพธ์ที่น่าภาคภูมิใจคือ ยาราสามารถรักษาสถิติการดำเนินงานที่ปราศจากอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานได้ต่อเนื่องยาวนานกว่า 7 ปี
ในมิติด้านสิ่งแวดล้อม ยาราสานต่อเจตนารมณ์ด้านความยั่งยืนผ่านการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ โดยริเริ่มการใช้กระสอบดีไซน์ใหม่ “Renobag” ซึ่งสามารถลดการใช้พลาสติกได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับกระสอบแบบเดิม ถือเป็นการลดการใช้ทรัพยากรและลดปริมาณขยะพลาสติกอย่างเป็นรูปธรรม โดยในปีนี้ ยาราตั้งเป้าหมายที่จะขยายสัดส่วนการใช้บรรจุภัณฑ์ Renobag ให้ครอบคลุมถึง 60% ของสินค้าทั้งหมด ซึ่งเท่ากับการลดพลาสติกในบรรจุภัณฑ์ได้มากถึง 500 ตัน/ปี หรือเทียบได้กับช้าง 100 เชือก
นอกเหนือจากการพัฒนากระบวนการภายในโรงงานบรรจุ ยารายังได้นำ "ระบบจองคิวรถบรรทุกล่วงหน้า" มาใช้บริหารจัดการการเข้า-ออกของรถรับสินค้า ช่วยลดความแออัด ลดระยะเวลารอคอย และยกระดับประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ ยังได้บูรณาการความร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง คลังสินค้าพูลพิพัฒน์บางไทร ในการปรับปรุงระบบจราจรภายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดบนเส้นทางที่มีรถบรรทุกสัญจรหนาแน่น
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างยาราและคลังสินค้าพูลพิพัฒน์ในฐานะเจ้าของพื้นที่ โดยทั้งสองฝ่ายได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของทุกคนที่เข้ามาใช้พื้นที่แห่งนี้ อาทิ การกำหนดให้ผู้ที่เข้ามาภายในรั้วคลังสินค้าพูลพิพัฒน์ต้องสวมใส่เสื้อสะท้อนแสงทันที การจัดสรรพื้นที่สำหรับคนเดินเท้าและเลนจักรยานอย่างชัดเจน รวมถึงการติดตั้งรั้วกั้นบริเวณหน้าท่าเรือ ซึ่งพูลพิพัฒน์สนับสนุนงบประมาณในการจัดทำ เพื่อยกระดับความปลอดภัยบริเวณหน้าท่า ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงและเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับพนักงานและผู้ปฏิบัติงานทุกคน
คุณ นันทิยา พิทักษ์วงษ์ดีงาม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยารา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความสำเร็จด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมของยาราในประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสถานที่ทำงานที่ปลอดภัย ให้ความสำคัญกับพนักงาน ควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจาก บริษัท พูลพิพัฒน์ จำกัด ผู้ให้เช่าพื้นที่โรงงานและคลังสินค้า ซึ่งร่วมส่งเสริมและสนับสนุนนโยบายด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมของยารามาอย่างยาวนานกว่าทศวรรษ นับเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับปรัชญา Safe by Choice ของยารา ที่มุ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยผ่านการมีส่วนร่วมของทุกคนในองค์กร และเพื่อส่งเสริมแนวคิดนี้ในระดับโลก ยาราจึงมอบรางวัล Yara Global Safety Award ให้แก่ประเทศที่มีความเป็นเลิศด้านความปลอดภัย โดยยาราประเทศไทยได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ในการประกาศผลครั้งล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมา”
คุณ ธำรงรัตน์ พิศาลบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท พูลพิพัฒน์ จำกัด กล่าวว่า “ความสำเร็จของยาราในครั้งนี้สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือระหว่างองค์กร ที่มีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย และดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว และยังแสดงให้เห็นถึงบทบาทของพูลพิพัฒน์ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ ที่ร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อมการทำงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากล
ทั้งนี้ พูลพิพัฒน์ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการคลังสินค้าให้เป็นมากกว่าพื้นที่จัดเก็บสินค้า แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจลูกค้า ควบคู่ไปกับความปลอดภัยและความยั่งยืนในทุกมิติ”