asap วางเป้า 3 ปี รายได้รวมแตะ 20,000 ล้านบาท ขยายพอร์ตธุรกิจจากรถเช่า คว้าสิทธ์จัดจำหน่าย Maxus ยกระดับ EV มือสอง พร้อมเพิ่มเครือข่ายผู้จำหน่ายรถในเครือ ฉางอาน คาดปีนี้รายได้ทะลุ 10,000 ล้านบาท เติบโตก้าวกระโดด เตรียมย้ายกลุ่มในตลาดหุ้น

นายทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ asap กล่าวว่า บริษัทฯ มีรายได้เติบโตแบบก้าวกระโดดจาก 4พันกว่าล้านบาทในปี 2567 มาเป็น 8,648 ล้านบาท และคาดว่าจะทะลุ 10,000 ล้านบาทในปี 2569 นี้

“การเติบโตของเรามาจากปัจจัยสำคัญในการขยายธุรกิจจัดจำหน่ายรถยนต์ในเครือ ฉางอาน ซึ่งมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่องจากกระแสความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้า โดยคาดว่า ภายใน 3 ปีข้างหน้าจะสามารถทำยอดขายได้มากกว่า 20,000 คันและมีรายได้รวมถึง 20,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีการตั้งศูนย์ซ่อมแบตเตอรี่ในเร็วๆนี้ เพื่อรองรับการดูแลรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต” นายทรงวิทย์กล่าว
ล่าสุดทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะมีการย้ายหมวดธุรกิจของ asap จากการเงิน ไปอยู่ในหมวดรถยนต์ เนื่องจากรายได้หลักมาจากรถยนต์มากกว่าการเช่า โดยธุรกิจรถยนต์ปัจจุบันครองสัดส่วนรายได้ 74% รองลงมาเป็นธุรกิจให้เช่ารถยนต์ 15% ส่วนที่เหลือเป็นธุรกิจรถมือสองและประกันภัย

ด้าน นางสาวพิชชาภัสร์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ยอดการจองรถยนต์ของแบรนด์ในเครือมีสะสมสูงถึงระดับ 4,000 คัน นับตั้งแต่งานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เชื่อว่าจะสามารถทำรายได้ถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้ได้
“เราได้คว้าสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายรถยนต์ Maxus แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย กำลังอยู่ระหว่างการจัดหาตัวแทนจำหน่าย(ดีลเลอร์) ของทั้ง Maxus และแบรนด์ในเครือฉางอาน ปัจจุบัน มีเครือข่าย 36 แห่ง และตั้งเป้าเพิ่มให้ถึง 60 แห่งทั่วประเทศ” นางสาวพิชชาภัสร์ กล่าว

ขณะเดียวกัน asap ได้ขยายธุรกิจทั้งในส่วนของรถเช่าโดยเพิ่มจำนวนอีก 2,000 คัน ธุรกิจรถมือสองปรับรูปแบบการจำหน่ายเป็นขายเองแทนการนำรถเข้าสู่ลานประมูล เช่นเดียวกับธุรกิจประกันภัยที่ขยายสัดส่วนรายได้จากยอดขายรถใหม่ที่เพิ่มขึ้น



นายทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ asap กล่าวว่า บริษัทฯ มีรายได้เติบโตแบบก้าวกระโดดจาก 4พันกว่าล้านบาทในปี 2567 มาเป็น 8,648 ล้านบาท และคาดว่าจะทะลุ 10,000 ล้านบาทในปี 2569 นี้
“การเติบโตของเรามาจากปัจจัยสำคัญในการขยายธุรกิจจัดจำหน่ายรถยนต์ในเครือ ฉางอาน ซึ่งมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่องจากกระแสความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้า โดยคาดว่า ภายใน 3 ปีข้างหน้าจะสามารถทำยอดขายได้มากกว่า 20,000 คันและมีรายได้รวมถึง 20,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีการตั้งศูนย์ซ่อมแบตเตอรี่ในเร็วๆนี้ เพื่อรองรับการดูแลรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต” นายทรงวิทย์กล่าว
ล่าสุดทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะมีการย้ายหมวดธุรกิจของ asap จากการเงิน ไปอยู่ในหมวดรถยนต์ เนื่องจากรายได้หลักมาจากรถยนต์มากกว่าการเช่า โดยธุรกิจรถยนต์ปัจจุบันครองสัดส่วนรายได้ 74% รองลงมาเป็นธุรกิจให้เช่ารถยนต์ 15% ส่วนที่เหลือเป็นธุรกิจรถมือสองและประกันภัย
ด้าน นางสาวพิชชาภัสร์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ยอดการจองรถยนต์ของแบรนด์ในเครือมีสะสมสูงถึงระดับ 4,000 คัน นับตั้งแต่งานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เชื่อว่าจะสามารถทำรายได้ถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้ได้
“เราได้คว้าสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายรถยนต์ Maxus แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย กำลังอยู่ระหว่างการจัดหาตัวแทนจำหน่าย(ดีลเลอร์) ของทั้ง Maxus และแบรนด์ในเครือฉางอาน ปัจจุบัน มีเครือข่าย 36 แห่ง และตั้งเป้าเพิ่มให้ถึง 60 แห่งทั่วประเทศ” นางสาวพิชชาภัสร์ กล่าว
ขณะเดียวกัน asap ได้ขยายธุรกิจทั้งในส่วนของรถเช่าโดยเพิ่มจำนวนอีก 2,000 คัน ธุรกิจรถมือสองปรับรูปแบบการจำหน่ายเป็นขายเองแทนการนำรถเข้าสู่ลานประมูล เช่นเดียวกับธุรกิจประกันภัยที่ขยายสัดส่วนรายได้จากยอดขายรถใหม่ที่เพิ่มขึ้น