ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงส่งสัญญาณบวกรับข่าวใหญ่ระดับโลก หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งสัญญาณปิดดีลสันติภาพกับอิหร่าน พร้อมเตรียมประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยคลี่คลายวิกฤติราคาน้ำมันโลกและลดแรงกดดันด้านค่าครองชีพ ทั้งยังสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกครั้งใหญ่ต่อทิศทางการลงทุน ส่งผลให้มูลค่าตลาดคริปโตเคอร์เรนซีฟื้นตัวอย่างฉับพลันกว่า 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ราคาบิทคอยน์ดีดกลับเหนือระดับ 77,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางการจับตาอย่างใกล้ชิดของนักลงทุนทั่วโลก
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีได้ส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีมูลค่าสะสมเพิ่มขึ้นราว 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจัยหนุนสำคัญระลอกใหม่นี้มาจากถ้อยแถลงของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ระบุเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ข้อตกลงสันติภาพกับประเทศอิหร่านใกล้บรรลุผลสำเร็จเป็นรูปธรรมแล้ว
โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ทรูธ โซเชียล (Truth Social) ว่า การเจรจาระดับพหุภาคีระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงชาติพันธมิตรสำคัญในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ ปากีสถาน ตุรกี อียิปต์ จอร์แดน และบาห์เรน ได้ดำเนินมาถึงขั้นตอนที่เสร็จสมบูรณ์ไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ ขณะนี้กระบวนการหารืออยู่ในช่วงการเก็บรายละเอียดขั้นสุดท้าย และเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนการลงนามอย่างเป็นทางการระหว่างสหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และกลุ่มประเทศที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในเร็ววันนี้
ประเด็นหลักที่สร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกต่อตลาดทุนทั่วโลกคือ การเตรียมประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางยุทธศาสตร์การขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก ที่ผ่านมาการปิดช่องแคบดังกล่าวได้กลายเป็นตัวเร่งให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งทะยานอย่างรุนแรง กระทบต่อต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง และค่าครองชีพในหลายประเทศ รวมถึงกดดันบรรยากาศการลงทุนในกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยงให้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง การคลี่คลายของสถานการณ์นี้จึงเปรียบเสมือนการผ่อนคลายความตึงเครียดทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหญ่
ความสำเร็จของร่างข้อตกลงฉบับนี้เกิดขึ้นหลังจากความพยายามเจรจาหยุดยิงหลายครั้งในช่วงต้นเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 ต้องประสบความล้มเหลว ทางด้าน มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้กล่าวย้ำถึงจุดยืนที่แข็งกร้าวของสหรัฐฯ ระหว่างการเดินทางเยือนประเทศอินเดียเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำเงื่อนไขสำคัญที่ไม่อาจต่อรองได้ว่า อิหร่านจะต้องยุติการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ช่องแคบฮอร์มุซจะต้องเปิดให้สัญจรอย่างเสรีโดยปราศจากการจัดเก็บค่าผ่านทาง และทางการอิหร่านต้องส่งมอบแร่ยูเรเนียมที่ผ่านกระบวนการเสริมสมรรถนะแล้วทั้งหมด
ขณะเดียวกันการตอบรับของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลต่อประเด็นดังกล่าวเป็นไปในทิศทางบวกอย่างชัดเจน ข้อมูลเชิงสถิติจากแพลตฟอร์ม เทรดดิ้งวิว (TradingView) ระบุว่า ราคาบิทคอยน์ที่ก่อนหน้านี้เผชิญแรงเทขายจนปรับตัวลดลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์ที่ระดับ 74,250 ดอลลาร์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้ฟื้นตัวกลับขึ้นมาทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล (EMA) 50 วัน ที่ระดับ 77,000 ดอลลาร์ในช่วงต้นของการเปิดตลาดซื้อขายวันอาทิตย์ ก่อนที่จะเผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้นและย่อตัวลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 76,800 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีปัจจัยบวกด้านภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาหนุน แต่ในมุมมองเชิงวิเคราะห์ทางเทคนิค ราคาบิทคอยน์ยังคงเผชิญกับความท้าทายหนักในการกลับหัวเป็นแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่ หลังจากที่ยังไม่สามารถทะลุผ่านแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยาที่ระดับ 82,000 ดอลลาร์ไปได้ ส่งผลให้ภาพรวมของราคายังคงอยู่ในรอบของการปรับฐาน โดยลดลงราวร้อยละ 39 จากจุดสูงสุดที่เคยทำไว้เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา นักลงทุนและสถาบันการเงินจึงยังคงต้องจับตาสถานการณ์การลงนามในข้อตกลงดังกล่าวอย่างเป็นทางการ รวมถึงท่าทีและนโยบายเศรษฐกิจระยะถัดไปของรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดต่อไป