xs
xsm
sm
md
lg

สูตรถอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รับเงินก้อนใหญ่แบบเซฟภาษี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สำหรับมนุษย์เงินเดือนหรือเด็กจบใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่โลกการทำงาน เมื่อฝ่ายบุคคลสอบถามความสมัครใจในการเข้าร่วม “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” หลายคนอาจรู้สึกลังเล และปฏิเสธไปเพราะเสียดายเงินที่ต้องถูกหักออกจากสลิปเงินเดือนในแต่ละเดือน แต่รู้หรือไม่ว่าการตอบตกลงเข้าร่วมนั้น คือการปลดล็อกเครื่องมือทรงพลังที่เป็นเสมือน “สวัสดิการลับ” ช่วยปั้นเงินล้านให้เราได้ง่ายที่สุด

สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักเครื่องมือนี้ บทความนี้ได้สรุปข้อมูลสำคัญที่ควรรู้เกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจาก Krungsri The COACH แหล่งรวมความรู้ทางการเงิน และการลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญ มาให้ทำความเข้าใจกันแบบง่าย ๆ เพื่อไม่ให้คุณพลาดตัวช่วยสำคัญที่จะสร้างความมั่นคงให้กับวัยเกษียณ

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพคืออะไร ?

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ Provident Fund (PVD) คือ กองทุนที่นายจ้าง และลูกจ้างร่วมใจกันตั้งขึ้น เพื่อเป็นเงินเก็บก้อนใหญ่ไว้ใช้หลังเกษียณ ลาออก ทุพพลภาพ หรือเป็นหลักประกันให้ครอบครัวหากเสียชีวิต โดยเงินก้อนนี้จะมีมืออาชีพอย่างบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) นำไปลงทุนต่อยอดให้เงินงอกเงย และเอาชนะเงินเฟ้อในระยะยาว

2 องค์ประกอบหลักที่ทำให้เงินงอกเงย


หัวใจสำคัญที่ทำให้เงินในกองทุนโตไว ไม่ได้มาจากเราเก็บเงินคนเดียว แต่มาจากการรวมพลังของเงิน 2 ส่วนเข้าด้วยกัน คือ

เงินสะสม (ส่วนของลูกจ้าง) : เงินที่หักจากเงินเดือนเราทุกเดือน (2% - 15%) สามารถปรับเพิ่ม-ลด และเลือกแผนการลงทุนตามความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้

เงินสมทบ (ส่วนของนายจ้าง) : เงินที่บริษัทจ่ายเพิ่มให้เราฟรี ๆ ทุกเดือน (2% - 15% ตามนโยบายบริษัท) เปรียบเหมือนโบนัสพิเศษที่ช่วยเพิ่มเงินต้นให้โตเป็นสองเท่าทันที

ตัวอย่างการคำนวณ : ออมหลักพัน เติบโตเป็นหลักหมื่นต่อปี

ลองมาดูตัวอย่างง่าย ๆ ของพนักงานเงินเดือน 30,000 บาท ที่เลือกหักเงินสะสม 5% และบริษัทสมทบให้อีก 5% เท่ากัน


ถอนเงินออกมาก่อนได้ไหม ? เปิดสูตรลับ “555” รับเงินก้อนแบบปลอดภาษี

คำถามยอดฮิตคือ ถ้าจำเป็นต้องใช้เงินด่วน จะถอนเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพออกมาก่อนได้ไหม

คำแนะนำจาก Krungsri The COACH คือ “ถอนได้ แต่ต้องเสียภาษีทันที” หากไม่ทำตามเกณฑ์สรรพากร เพราะสิทธิประโยชน์หลักของกองทุนนี้คือการงดเว้นภาษี

ดังนั้น ถ้าอยากได้เงินก้อนคืนเต็ม ๆ แบบไม่โดนหักภาษี ให้จำสูตรลับ “555” ง่าย ๆ ดังนี้

อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ : ต้องถอนเงินออกเมื่อมีอายุตัวครบ 55 ปีขึ้นไปเท่านั้น

อายุกองทุน 5 ปีขึ้นไป : ต้องเป็นสมาชิกกองทุนต่อเนื่องกันมาไม่น้อยกว่า 5 ปี

3 ทางเลือกจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเมื่อตัดสินใจลาออก


เมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนงานเพื่อความก้าวหน้า อย่าเพิ่งรีบถอนเงินก้อนนี้ออกมาใช้โดยไม่วางแผน มาดู 3 ทางเลือกจัดการเงินกองทุนให้คุ้มค่า และไม่เสียสิทธิประโยชน์กัน

ทางเลือกที่ 1 : ฝากไว้กับกองทุนเดิม (คงเงินไว้ก่อน)

ถ้าย้ายงานแล้วยังไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรต่อ สามารถแจ้ง “คงเงินไว้ในกองทุนเดิม” ก่อนได้ เงินก้อนนี้จะยังได้รับการบริหาร และสร้างผลตอบแทนต่อ เพียงแต่จะไม่มีการจ่ายเงินสะสมหรือสมทบเพิ่ม เป็นวิธีซื้อเวลาเพื่อรอโอนย้ายไปที่ใหม่ โดยมีค่าธรรมเนียมเพียงปีละ 500 บาท

ทางเลือกที่ 2 : โอนย้ายไปที่ทำงานใหม่ หรือ RMF for PVD

ถ้าที่ทำงานใหม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การโอนเงินไปเข้ากองทุนใหม่คือวิธีที่ดีที่สุด เพราะนับอายุสมาชิกต่อเนื่องได้ทันที แต่ถ้าบริษัทใหม่ไม่มีสวัสดิการนี้ ก็สามารถโอนเข้ากองทุน RMF for PVD แทนได้ ข้อดีคือไม่เสียค่าธรรมเนียม ไม่ต้องลงทุนเพิ่ม และยังรักษาสิทธิ์ลดหย่อนภาษีพร้อมนับอายุสมาชิกต่อได้เหมือนเดิม

ทางเลือกที่ 3 : นำเงินก้อนออกมาใช้ (ต้องเช็กอายุงานให้ดี)

ใครที่อยากเอาเงินก้อนออกมาใช้จ่ายหรือลงทุนเอง ต้องเช็กอายุงานให้ดี เพราะมีเรื่องภาษีเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง

อายุงานน้อยกว่า 5 ปี : ต้องนำเงิน 3 ส่วน (เงินสมทบ + ผลประโยชน์เงินสะสม + ผลประโยชน์เงินสมทบ) ไปรวมเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีประจำปีโดยไม่มีข้อยกเว้น

อายุงาน 5 ปีขึ้นไป (แต่อายุไม่ถึง 55 ปี) : ได้สิทธิ์แยกคำนวณภาษีต่างหาก โดยนำไปหักค่าใช้จ่ายพิเศษได้ (7,000 บาท x จำนวนปีที่ทำงาน) ช่วยลดภาระภาษีลงได้เยอะมาก

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพไม่ใช่แค่เงินที่ถูกหักไปแต่ละเดือน แต่เป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความมั่นคงยามเกษียณ แค่เข้าใจกลไกของเงินสะสม และเงินสมทบ รวมถึงรู้เงื่อนไขภาษีเมื่อต้องย้ายงาน ก็ช่วยให้เราไม่พลาดสิทธิประโยชน์สำคัญ การวางแผนจัดการเงินออมก้อนนี้ตั้งแต่วันนี้ คือกุญแจสู่ชีวิตหลังเกษียณที่สบาย และมีเงินล้านได้จริง