xs
xsm
sm
md
lg

SpaceXยื่นIPO-มัสก์ขายฝัน? ตั้งอาณานิคมบนดาวอังคาร สร้างศูนย์ข้อมูลAIในอวกาศ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


สเปซเอ็กซ์เตรียมทำ IPO ครั้งประวัติศาสตร์ เดิมพันอนาคตกับนานาโปรเจกต์สุดท้าทายของมัสก์
สเปซเอ็กซ์ยื่น IPO ครั้งประวัติศาสตร์เมื่อวันพุธ (20 พ.ค.) ชักชวนนักลงทุนเดิมพันกับเป้าหมายสุดท้าทายของอีลอน มัสก์ ในการแปลงร่างธุรกิจเทคโนโลยีอวกาศให้กลายเป็นมหาอำนาจ AI

เดิมพันนี้อิงกับการเป็นผู้นำของสเปซเอ็กซ์ในด้านเทคโนโลยีและในตลาดที่ยังไม่เคยมีมาก่อน ตั้งแต่การสร้างอาณานิคมบนดาวอังคารจนถึงการตั้งศูนย์ข้อมูล AI ในอวกาศ

สำหรับหลายคน ผลงานของมัสก์ในการเปลี่ยนเทสลาเป็นบริษัทรถที่มูลค่าสูงสุดในโลก รวมทั้งการพัฒนาจรวดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ครั้งแรกของโลกและเครือข่ายดาวเทียมใหญ่ที่สุด เพียงพอแล้วสำหรับการตัดสินใจลงทุนในสเปซเอ็กซ์

เอกสารที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) เพื่อเสนอขายหุ้น IPO เมื่อวันพุธ ตอกย้ำอำนาจการควบคุมสเปซเอ็กซ์ของมัสก์ที่เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิ์มีเสียงน้อยมากกับการตัดสินใจของเขา อีกทั้งยังตอกย้ำความสำคัญของ AI หลังจากเมื่อเดือนก.พ. สเปซเอ็กซ์เข้าซื้อ xAI ซึ่งเป็นกิจการ AI และโซเชียลมีเดียของมัสก์เช่นเดียวกัน และเป็นส่วนที่ใช้เงินทุนมากที่สุดและเป็นที่มาของการขาดทุนส่วนใหญ่ในไตรมาสแรกปีนี้

การทำ IPO ครั้งนี้อาจเป็นการเปิดตัวในตลาดสหรัฐฯ ครั้งแรกที่มีมูลค่าเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ และส่งให้สเปซเอ็กซ์กลายเป็นหนึ่งในบริษัทมหาชนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกทันที

ทั้งนี้ ในบรรดาแผนกทั้งสามของสเปซเอ็กซ์ มีแค่เซ็กเมนต์การเชื่อมต่อที่ขับเคลื่อนโดยสตาร์ลิงก์ ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือด้านอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมเท่านั้นที่ทำกำไรได้ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้

แม้สตาร์ลิงก์มีรายได้จากการดำเนินงาน 1,190 ล้านดอลลาร์ แต่สเปซเอ็กซ์ยังขาดทุนจากการดำเนินงานรวม 1,940 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกปีนี้ จากรายได้ 4,690 ล้านดอลลาร์ ขณะที่แผนก AI ขาดทุน 2,470 ล้านดอลลาร์ โดยมีรายได้ 818 ล้านดอลลาร์

นอกจากนั้น แม้การเข้าซื้อ xAI ทำให้สเปซเอ็กซ์มีศักยภาพและโอกาสใหม่ๆ แต่ก็มาพร้อมรายจ่ายมหาศาล คิดเป็น 76% ของการใช้จ่ายเงินทุน 10,100 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรก รวมถึงการขาดทุนใหม่ๆ

แผนการของสเปซเอ็กซ์อิงกับเทคโนโลยีที่ยังไม่เคยสร้างขึ้นมาก่อนเพื่อเป็นรายได้หลักในอนาคต ซึ่งรวมถึงการดำเนินการศูนย์ข้อมูลในอวกาศที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อเข้าถึงตลาดที่มีศักยภาพมูลค่า 28.5 ล้านล้านดอลลาร์

สเปซเอ็กซ์เติบโตกลายเป็นธุรกิจเทคโนโลยีอวกาศใหญ่ที่สุดของโลกนับจากก่อตั้งขึ้นในปี 2002 จากการปล่อยดาวเทียมอินเทอร์เน็ตนับพันดวงของสตาร์ลิงก์ การบุกเบิกใช้จรวดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ที่เปลี่ยนโฉมเศรษฐศาสตร์อวกาศ และบีบให้คู่แข่งอย่างบลู ออริจินของเจฟฟ์ เบโซส ต้องเร่งตามให้ทัน

หากการทำ IPO ประสบความสำเร็จ สเปซเอ็กซ์อาจได้รับการประเมินมูลค่ากิจการสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ และทำให้มัสก์ ผู้ก่อตั้งบริษัท มีลุ้นกลายเป็นมหาเศรษฐีล้านล้านดอลลาร์คนแรกในประวัติศาสตร์ โดยตามเอกสารที่ยื่นต่อทางการนั้น มัสก์จะถือหุ้นที่มีสิทธิ์ออกเสียงทั้งหมด 85.1%

เดิมพันสุดท้าทาย
แม้บอร์ดให้อำนาจมัสก์ในการควบคุมบริษัท แต่ผลตอบแทนของเขาจำนวนมากเชื่อมโยงกับเป้าหมายสูงลิบในการสร้างอาณานิคมถาวรบนดาวอังคารและศูนย์ข้อมูลในอวกาศที่มีขีดความสามารถในการประมวลผลที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานเทียบเท่า 100 เทราวัตต์ หรือเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาด 1 กิกะวัตต์ 100,000 เครื่อง

หัวใจสำคัญของเดิมพันเหล่านี้คือ สมมติฐานที่ว่า เหตุการณ์ต่างๆ จะเกิดขึ้นตามลำดับอย่างถูกต้อง โดยที่แต่ละขั้นตอนจะปลดล็อกการระดมทุนและการขยายตัวขั้นต่อไป เริ่มจากสตาร์ลิงก์สร้างกระแสเงินสดเพื่อเป็นทุนให้จรวดสตาร์ชิปรุ่นใหม่ จากนั้นสตาร์ชิปจะลดต้นทุนการปล่อยจรวดเพื่อขยายตลาด และตลาดที่ขยายออกไปจะสนับสนุนธุรกิจ AI ใหม่ ซึ่งในขณะนี้เป็นตัวสูบเงิน

สเปซเอ็กซ์ตั้งเป้านำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดแนสแด็กและแนสแด็ก เทกซัส ภายใต้ชื่อย่อ "SPCX" อย่างเร็วที่สุดในวันที่ 12 มิ.ย. และเริ่มโรดโชว์วันที่ 4 มิ.ย. โดยคาดว่า จะเริ่มขายหุ้นอย่างเร็วที่สุดวันที่ 11 มิ.ย.

นักวิเคราะห์และนักวิชาการระบุว่า ความโด่งดังของมัสก์อาจสำคัญต่อนักลงทุนบางคนมากกว่าปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจที่แท้จริงของสเปซเอ็กซ์ เนื่องจากขณะนี้ไม่มีบริษัทอื่นให้เปรียบเทียบเพื่อเป็นมาตรฐานในการประเมินมูลค่ากิจการ

ถ้าเป้าหมายการประเมินมูลค่า 1.75 ล้านล้านดอลลาร์บรรลุผล สเปซเอ็กซ์จะแซงหน้าซาอุดี อารามโกที่เคยเสนอ IPO ครั้งใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อปี 2019 โดยเปิดตัวในตลาดหุ้นซาอุดีอาระเบียด้วยมูลค่า 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ สเปซเอ็กซ์ตั้งเป้าระดมทุน 75,000 ล้านดอลลาร์

ขนาดการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ทำให้ความสนใจพุ่งไปที่โครงสร้างอาณาจักรธุรกิจของมัสก์ที่เชื่อมโยงกันมากขึ้นและมักถูกเรียกว่า "Muskonomy" ซึ่งรวมถึงเทสลา บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นผู้นำในวงการ ตลอดจนถึงธุรกิจ AI และนิวรัลลิงก์ สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีประสาท

สเปซเอ็กซ์ผนวกกับ xAI ที่พัฒนาแชตบอต Grok ภายใต้ข้อตกลงที่ระบุมูลค่าบริษัทจรวดแห่งนี้ไว้ที่ 1 ล้านล้านดอลลาร์ และ 250,000 ล้านดอลลาร์สำหรับ xAI
ปลุกสงครามอวกาศ

การแข่งขันในธุรกิจอวกาศเข้มข้นขึ้นจากการที่บริษัทเอกชนที่นำโดยสเปซเอ็กซ์และบลู ออริจิน แข่งกันลดต้นทุนการปล่อยจรวด การปรับใช้เครือข่ายดาวเทียม และการคว้าสัญญาจากภาครัฐ

รายได้ของสเปซเอ็กซ์ขับเคลื่อนโดยสตาร์ลิงก์ ผู้ให้บริการดาวเทียมรายใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยเครือข่ายดาวเทียมราว 10,000 ดวงที่ให้บริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตแก่ผู้บริโภค รัฐบาล และลูกค้าประเภทกิจการ

นอกจากนั้น การที่บริษัทขยายเข้าสู่ตลาดการบิน การเดินเรือ และตลาดองค์กร ยังช่วยเปลี่ยนโครงการอวกาศที่ใช้เงินลงทุนสูงเป็นเครื่องจักรสร้างรายได้ประจำ

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาโปรเจ็กต์ของมัสก์มักล่าช้ากว่าที่สัญญาไว้ ตัวอย่างเช่น ไซเบอร์ทรักที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2019 แต่เพิ่งเริ่มส่งมอบได้ในปี 2023 หรือโรดสเตอร์ 2 ที่เผยโฉมรถต้นแบบในปี 2017 แต่จนแล้วจนรอดยังไม่มีการเปิดตัวคันจริง รวมถึงแพลตฟอร์มอีวีราคาประหยัดและหุ่นยนต์ออปติมัสที่ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา ขณะที่การเปิดตัวโรโบแท็กซี่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการเติบโตระยะสั้น กลับดำเนินไปอย่างเชื่องช้าทั้งที่เคยตั้งเป้าหมายไว้สูงลิบ

กระนั้น นักลงทุน นักวิเคราะห์ และผู้จัดการกองทุน 18 คนที่รอยเตอร์สัมภาษณ์โดยรวมยังมองแง่ดี หลายคนบอกว่า ลำพังธุรกิจดาวเทียมและอวกาศของสเปซเอ็กซ์ก็น่าจะมีมูลค่าเกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว