บวท.เตรียมสร้างหอควบคุมการจราจรทางอากาศสนามบินอู่ตะเภา 1.25 พันล้านบาท แบ่งงาน 2 สัญญา คาดร่าง TOR เสร็จเปิดประมูลได้ปี 69 เริ่มตอกเข็มปี 70 เสร็จปี 72 รองรับรันเวย์ 2 ยกระดับสนามบินนานาชาติเชิงพาณิชย์หลักแห่งที่ 3 ของประเทศ เพิ่มศักยภาพเชื่อมโยง "ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ"
นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการจัดเตรียมความพร้อมเพื่อให้บริการการเดินอากาศ ณ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา ว่า ขณะนี้ บวท.ได้ดำเนินการออกแบบ ทั้งส่วนหอควบคุมการจราจรทางอากาศ และอาคารระบบติดตามอากาศยาน CNS เสร็จแล้ว ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการเตรียมหาผู้รับจ้างดำเนินการ โดยจะเปิดประมูลหาผู้รับจ้างภายในปี 2569 โดยแผนงานจะเปิดประมูล 2 สัญญา คือ 1. งานก่อสร้างหอคุมการจราจรทางอากาศ และอาคาร CNS และ 2. การจัดหาและติดตั้งระบบและอุปกรณ์ โดยคาดว่าจะลงนามเริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ 2570 ตามแผนงาน กำหนดเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2572 ซึ่งจะสอดคล้องกับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาเมืองการบิน
สำหรับโครงการจัดเตรียมความพร้อมเพื่อให้บริการการเดินอากาศ ณ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา วงเงิน 1,256 ล้านบาท คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2566 มอบหมายให้ บวท.เป็นผู้รับผิดชอบเพื่อรองรับการเปิดให้บริการ "สนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก" ในปี 2572 หรือตามกรอบเวลาที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) กำหนด และเพื่อให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางอากาศเพียงพอสำหรับรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ช่วยลดปัญหาปริมาณการรองรับผู้โดยสารและเที่ยวบินของสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมืองที่ใกล้ถึงขีดจำกัด และยกระดับขีดความสามารถระบบการบินของประเทศ ซึ่งโครงการนี้อยู่ในกลุ่ม Quick-win 2 ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมอีกด้วย
โดยแผนงานดำเนินงาน 2 ด้านหลัก คือ 1. การก่อสร้างหอควบคุมจราจรทางอากาศและอาคารระบบสื่อสาร (CNS) กรอบวงเงินประมาณ 337 ล้านบาท ประกอบด้วย การก่อสร้างหอควบคุมจราจรทางอากาศ วงเงิน 172 ล้านบาท, การก่อสร้างอาคารระบบอุปกรณ์ CNS วงเงิน 142 ล้านบาท, ระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก วงเงิน 23 ล้านบาท
ปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับปรุงและทบทวนร่างขอบเขตของงาน (TOR) ของหอควบคุมจราจรทางอากาศ รวมถึงการออกแบบอาคารระบบสื่อสาร (CNS) เพื่อให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ก่อสร้าง
2. การจัดหาและติดตั้งระบบและอุปกรณ์ กรอบวงเงินประมาณ 775 ล้านบาท ประกอบด้วย การจัดหาและติดตั้งระบบสื่อสารการเดินอากาศ วงเงิน 171 ล้านบาท, การจัดหาและติดตั้งระบบช่วยการเดินอากาศ วงเงิน 56 ล้านบาท, การจัดหาและติดตั้งระบบติดตามอากาศยาน วงเงิน 144 ล้านบาท, การจัดหาและติดตั้งระบบบริหารจัดการจราจรทางอากาศ 145 ล้านบาท, ระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก 259 ล้านบาท
ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทบทวนร่างขอบเขตของงาน (TOR) โดยมุ่งเน้นการเตรียมเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับมาตรฐานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการบิน โดยมีงบประมาณสำรอง วงเงิน 107.04 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายดำเนินการอื่นๆ วงเงิน 36.96 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม นอกจากโครงการให้บริการการเดินอากาศ ณ ท่าอากาศยานอู่ตะเภาของ บวท.แล้ว ยังมีโครงการอื่นในพื้นที่ EEC เช่น โครงการก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 (Runway 2) และทางขับ (Taxiways) สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ซึ่งกองทัพเรือเป็นผู้รับผิดชอบ เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2568 ระยะเวลา 1,095 วัน หรือประมาณ 36 เดือน มีกำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 29 ตุลาคม 2571 และโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่บางส่วนมีความเชื่อมโยงต่อโครงการของวิทยุการบินฯ โดยบริษัท อู่ตะเภาอินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ได้เริ่มงานเมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา
“กระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้วิทยุการบินฯ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมแผนบริหารความเสี่ยงไว้รองรับทุกมิติ เพื่อลดผลกระทบต่อโครงการ และให้มั่นใจว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบบริการการเดินอากาศจะครบถ้วนสมบูรณ์ และสอดคล้องกับแผนภาพรวมของ สกพอ.ต่อไป การให้บริการการเดินอากาศ ณ สนามบินอู่ตะเภา นอกจากเพื่อสนับสนุนการยกระดับสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินนานาชาติเชิงพาณิชย์หลักแห่งที่ 3 ของประเทศ เชื่อมโยงกับสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบิน และการขนส่งทางอากาศ เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทย”