จากแบรนด์มือถือ สู่รถ Performance ระดับสนาม Nürburgring — Xiaomi กำลังพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า พวกเขาไม่ได้มาเล่น ๆ หลัง YU7 GT สามารถทำเวลาต่อรอบได้เร็วกว่า Audi RS Q8 Performance บนหนึ่งในสนามที่โหดที่สุดในโลก สะท้อนว่าศึก EV ยุคต่อไป อาจไม่ได้แข่งกันแค่ราคาและเทคโนโลยี แต่กำลังเข้าสู่สงครามด้าน “สมรรถนะ” อย่างเต็มตัว
Xiaomi กำลังส่งสัญญาณชัดว่า บริษัทไม่ได้ต้องการเป็นแค่แบรนด์รถ EV “คุ้มราคา” อีกต่อไป หลัง YU7 GT สามารถทำเวลาต่อรอบในสนาม Nürburgring Nordschleife ได้ที่ 7 นาที 34.931 วินาที เร็วกว่า Audi RS Q8 Performance ที่เคยทำไว้ 7 นาที 36.698 วินาที อยู่ประมาณ 1.7 วินาที
สถิตินี้เกิดขึ้นบนสนาม Nürburgring Nordschleife ประเทศเยอรมนี สนามระดับตำนานที่มีระยะทางต่อรอบประมาณ 20.8 กิโลเมตร และถูกยกให้เป็นหนึ่งในสนามทดสอบรถที่โหดที่สุดในโลก ด้วยโค้งมากกว่า 150 โค้ง ทางขึ้นลงเนินหนัก และช่วงความเร็วสูงที่ใช้วัดสมรรถนะรถระดับโลกมาโดยตลอด
การทำเวลาครั้งนี้ทำให้ YU7 GT กลายเป็น SUV สมรรถนะสูงที่ถูกจับตามองมากที่สุดรุ่นหนึ่ง ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 พฤษภาคม
Xiaomi ระบุว่า YU7 GT ถูกพัฒนาโดยใช้สนาม Nürburgring เป็นสนามทดสอบหลัก เพื่อปรับจูนช่วงล่าง ระบบควบคุม และฟีลลิ่งการขับขี่ในสไตล์ “German-tuned” ที่เน้นทั้งความนิ่ง ความแม่นยำเวลาเข้าโค้ง และการขับความเร็วสูง
ตัวรถมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ กำลังรวมสูงสุด 1,003 แรงม้า และความเร็วสูงสุด 300 กม./ชม. โดย Xiaomi วางตำแหน่งให้เป็น “Pure-blood GT” หรือรถ Grand Tourer สมรรถนะสูงเต็มตัว
สิ่งที่น่าสนใจคือ การทำเวลาที่ Nürburgring สะท้อนว่า Xiaomi ต้องการยกระดับภาพลักษณ์จากแบรนด์ EV แมส ไปสู่แบรนด์สาย Performance มากขึ้น ไม่ต่างจากผู้ผลิตยุโรปที่ใช้สนามแห่งนี้เป็นเวทีพิสูจน์วิศวกรรมของตัวเองมานาน
การที่แบรนด์จีนอย่าง Xiaomi สามารถทำเวลาเหนือ SUV สมรรถนะสูงจาก Audi ได้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขในสนาม แต่สะท้อนว่าผู้ผลิตรถจีนเริ่มขยับจากการแข่งขันด้าน “ราคา” ไปสู่การแข่งขันด้านวิศวกรรม สมรรถนะ และภาพลักษณ์ระดับโลกอย่างจริงจัง
ก่อนหน้านี้ Xiaomi SU7 ก็เคยสร้างกระแสทั้งด้านยอดขายและสมรรถนะมาแล้ว และ YU7 GT อาจเป็นอีกก้าวสำคัญที่ทำให้ Xiaomi เริ่มถูกมองเป็น “แบรนด์ Performance EV” ตัวจริงในตลาดโลก
ที่มา: carnewschina