การตลาด - “Farmgroup” เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยงานศิลปะ ผ่านแพลตฟอร์ม “Hotel Art Fair 2026” พร้อมเผยกลยุทธ์ Hospitality x Art ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมาแล้วกว่า 74 ล้านบาทในปีเดียว ด้านทีเส็บเผยเป็นแพลตฟอร์มที่สร้างโอกาสทางการจ้างงานและการจับคู่ทางธุรกิจได้ถึง 122 ตำแหน่ง ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม “Fly-in” ที่มีกำลังซื้อสูงและมีระยะเวลาพำนักในไทยเฉลี่ยยาวนานถึง 10 วัน ใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อทริปสูงถึง 58,839.29 บาท และส่วนใหญ่พักโรงแรมหรือรีสอร์ตสูงถึง 85.8%
Farmgroup (ฟาร์มกรุ๊ป) บริษัทที่ปรึกษาด้านการออกแบบ (Creative & Design Consultancy) ชั้นนำของประเทศไทย ประกาศร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำงานศิลปะเป็นพลังขับเคลื่อนวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย ผ่านแพลตฟอร์มงาน “Hotel Art Fair 2026” (HAF 2026) เทศกาลศิลปะร่วมสมัยที่เปลี่ยนพื้นที่ในโรงแรมให้กลายเป็นงานแสดงศิลปะที่เข้าไปอยู่ในชีวิตของผู้คนได้ง่ายขึ้น รวมถึงเป็นพื้นที่ในการส่งเสริมธุรกิจศิลปะที่ทำให้
ระบบนิเวศของธุรกิจศิลปะที่มีทั้งศิลปินผู้ผลิต อาร์ทแกลอรี ภาคธุรกิจ นักสะสม ผู้ชื่นชอบศิลปะ ได้มาพบปะแลกเปลี่ยนและเกิดการสานต่อโอกาสทางธุรกิจขึ้น ซึ่งจัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 9 พร้อมต่อยอดความสำเร็จจากปี 2024 ที่ Hotel Art Fair ได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม (Total Economic Impact) สูงถึง 74.4 ล้านบาท และมีส่วนช่วยขับเคลื่อน GDP ของประเทศกว่า 70.6 ล้านบาท ผ่าน 3 กลยุทธ์สำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยสู่สากล โดย HAF 2026 จะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 9 ภายใต้แนวคิด “REM - Return to the Imaginative” ระหว่างวันที่ 5-7 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรม KROMO Bangkok, Curio Collection by Hilton
นางสาววรินดา เธียรอัจฉริยะ ผู้บริหารจาก Farmgroup กล่าวว่า "เป้าหมายของ Farmgroup ในการผลักดันแพลตฟอร์ม Hotel Art Fair มาตลอด 8 ปีที่ผ่านมาคือการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ดีขึ้นผ่านงานศิลปะ ยิ่งผู้คนมีความเข้าใจและเข้าถึงงานได้มากขึ้นยิ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม ที่สำคัญ งานศิลปะยังเป็นฟันเฟืองที่ช่วยขับเคลื่อนวัฒนธรรมและเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้น
โดย Farmgroup ได้ใช้กลยุทธ์ในการทลายข้อจำกัดเดิมของอุตสาหกรรมศิลปะที่เคยเป็นสิ่งเข้าถึงยาก และมีคนสนใจในวงจำกัด ให้กลายเป็นสิ่งที่เข้าไปอยู่ในชีวิตได้ง่ายขึ้น และเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านโมเดล ‘Hospitality x Art’ โดยเปลี่ยนพื้นที่โรงแรมชั้นนำในกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตจริง
โมเดลนี้ไม่เพียงสร้างประสบการณ์ที่เข้าถึงง่าย แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจที่ทำให้เกิดวงจรเศรษฐกิจหมุนเวียน (Business Cycle) อย่างชัดเจน ทั้งการซื้อขายงานศิลปะ การเพิ่มอัตราการเข้าพักของโรงแรม และการขยายตัวของธุรกิจแวดล้อมในระบบนิเวศการท่องเที่ยว
โดยตลอด 8 ปีที่ผ่านมามียอดผู้เข้าชมมากกว่า 30,000 คน ยอดขายงานศิลปะสะสมรวมกว่า 160 ล้านบาท จากจำนวนผลงานกว่า 10,000 ชิ้น จากศิลปินทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 100 คน รวมถึงปีที่ผ่านมา แพลตฟอร์ม Hotel Art Fair ได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศไปแล้วกว่า 74.4 ล้านบาท
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งเห็นได้ชัดว่า แพลตฟอร์ม Hotel Art Fair เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยผ่านงานศิลปะอย่างแท้จริง นอกจากนี้งานศิลปะยังสะท้อนความเป็นไปของสังคม วัฒนธรรม แม้กระทั่งการเมืองในแต่ละยุคสมัย ผ่านมุมมองประสบการณ์ของผู้คน ไม่ได้เพียงบันทึกช่วงเวลา และทำให้เราเข้าใจทั้งตัวเองและเข้าใจสังคมได้อย่างลึกซึ้งขึ้น
สำหรับการจัดงาน Hotel Art Fair 2026 ครั้งนี้ Farmgroup มีเป้าหมายเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตขึ้นผ่านงานศิลปะ และทำให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายสำคัญในการท่องเที่ยวเชิงศิลปะในระดับนานาชาติ
ถอดรหัส 3 กลยุทธ์ความสำเร็จ Hotel Art Fair สู่แพลตฟอร์มศิลปะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
1. Life Integration (เชื่อมโยงศิลปะกับวิถีชีวิต)
การใช้ “โรงแรม” เป็นพื้นที่จัดงาน (Hotel Setup) เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เข้าถึงง่ายใกล้เคียงกับพื้นที่บ้านของผู้ชม ช่วยให้เห็นภาพว่าถ้าศิลปะชิ้นนี้ไปวางอยู่ที่บ้านจะเป็นอย่างไร กลยุทธ์นี้สามารถต่อยอดไปสู่ภาคธุรกิจอื่นๆ เช่น การเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจต่างๆ ในช่วง Low Season หรือการสร้างความคึกคักให้กับย่านวัฒนธรรมและเศรษฐกิจอื่นๆ ผ่านงานศิลปะที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของผู้คน
2. Economic Engine (ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยงานศิลปะ)
ขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการสร้างมุมมองใหม่ด้วยแพลตฟอร์มที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างศิลปะและภาคธุรกิจ โดยสถิติ 3 ปีล่าสุด (2019, 2022, 2024) พบว่าก่อให้เกิดการจ้างงานในสาขาต่างๆ รวมถึง 3,140 งาน นอกจากนี้ยังส่งเสริมศิลปะในฐานะ Alternative Investment และ Passion Investment ที่สร้างทั้งความพึงพอใจและมูลค่าในระยะยาวพร้อมเป้าหมายในการขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่ม “New Art Lover” เพื่อกระตุ้นให้คนธรรมดาได้เริ่มต้นตัดสินใจ “ซื้อศิลปะชิ้นแรกในชีวิต” จากงานนี้ และกลายมาเป็นผู้สะสมงานศิลปะในระยะยาวต่อไป
3. Strategic Partnership (พลังแห่งความร่วมมือ)
ไม่ใช่แค่จากการร่วมมือกับแกลเลอรีและศิลปินเท่านั้น การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไม่สามารถทำได้โดยลำพัง แต่ต้องเกิดจาก Ecosystem ที่แข็งแกร่งผ่านความร่วมมือ ทั้งจากการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน อย่าง TCEB กรุงเทพมหานคร และ โรงแรมชั้นนำที่ให้ความสำคัญกับศิลปะ รวมถึง แกลเลอรีนานาชาติและ สถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศ
นายพัฒนชัย สิงหะวาระ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาการจัดงานเมกะอีเวนท์และเทศกาลนานาชาติ - TCEB กล่าวว่า “สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) ในฐานะผู้สนับสนุนเชิงยุทธศาสตร์มาตลอด 4 ปี ระบุว่าการสนับสนุน Hotel Art Fair คือหนึ่งในกลไกสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยสู่มาตรฐานสากล
จากรายงานวิเคราะห์ผลกระทบปีล่าสุดของงาน Hotel Art Fair 2024 พบว่างานนี้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมสูงถึง 74.4 ล้านบาท และมีส่วนช่วยขับเคลื่อน GDP ของประเทศถึง 70.6 ล้านบาท พร้อมทั้งสร้างรายได้ภาษีให้ภาครัฐอีก 7.9 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังเป็นแพลตฟอร์มที่สร้างโอกาสทางการจ้างงานและการจับคู่ทางธุรกิจได้ถึง 122 ตำแหน่ง โดยเฉพาะความสามารถในการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม “Fly-in” ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและมีระยะเวลาพำนักในไทยเฉลี่ยยาวนานถึง 10 วัน โดยมีอัตราการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อทริปสูงถึง 58,839.29 บาท และส่วนใหญ่เลือกพักในโรงแรมหรือรีสอร์ตสูงถึง 85.8% ซึ่งตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความสำเร็จในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและวัฒนธรรมไทยในระดับ 90.3% ตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางสำคัญของงานศิลปะระดับนานาชาติ
สำหรับงาน Hotel Art Fair 2026 ระหว่างวันที่ 5-7 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรม KROMO Bangkok มาพร้อมแนวคิด “REM - Return to the Imaginative” เพื่อชวนทุกคนกลับไปสำรวจโลกแห่งจินตนาการท่ามกลางภาวะสังคมที่เหนื่อยล้า โดยเปิดพื้นที่ให้ศิลปะทำหน้าที่เยียวยาจิตใจผ่านบรรยากาศเสมือน “ภาวะแห่งความฝัน” โดยในปีนี้ตั้งเป้าหมายเชิงธุรกิจดังนี้
1. คาดการณ์ผู้ร่วมงานเพิ่มขึ้น 20-25 %
2. ตั้งเป้าขยายฐานนักสะสมรุ่นใหม่และชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น 25% โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ในสายธุรกิจ Creative industry และ Luxury lifestyle ที่เริ่มให้ความสนใจกับศิลปะมากขึ้น ทั้งในฐานะ Cultural experience และการลงทุนระยะยาว
สำหรับHotel Art Fair คือ เทศกาลศิลปะร่วมสมัยที่ทำหน้าที่เชื่อมโยง “ศิลปะ” และ “ผู้คน” เข้าด้วยกัน ผ่านประสบการณ์การชมงานศิลปะในบรรยากาศที่ใกล้ชิด ผ่อนคลาย และเข้าถึงง่าย โดยเปลี่ยนพื้นที่โรงแรมให้กลายเป็นแกลเลอรีชั่วคราว พร้อมร่วมมือกับแกลเลอรี อาร์ตสเปซ และศิลปินจากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อสร้างพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ ความสัมพันธ์ และโอกาสใหม่ ๆ ภายในวงการศิลปะ โดยมี Farmgroup เป็นผู้ริเริ่มและบริหารจัดการงาน
สำหรับปี2569 งาน Hotel Art Fair จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 9 ภายใต้แนวคิด “REM – Return to the Imaginative” ซึ่งชวนผู้คนกลับไปสำรวจโลกแห่งจินตนาการ ความรู้สึก และพื้นที่เหนือเหตุผล ผ่านประสบการณ์ทางศิลปะที่เปิดกว้างและเป็นอิสระ เปรียบเสมือนสภาวะของความฝัน ที่อารมณ์ ความทรงจำ และภาพต่าง ๆ สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระโดยไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายที่ชัดเจนเสมอไป
แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นจากการตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โลกของศิลปะและการออกแบบร่วมสมัยมักให้ความสำคัญกับความเรียบง่าย ความตรงไปตรงมา และความชัดเจนมากขึ้น ขณะเดียวกัน พื้นที่ของ fiction, surrealism และจินตนาการบางรูปแบบกลับค่อย ๆ ลดน้อยลง REM จึงเป็นเหมือนการชวนผู้ชมกลับเข้าสู่พื้นที่ของความฝัน การตีความ และความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ผ่านงานศิลปะและประสบการณ์ภายในงาน
ภายในงานปีนี้ ยังรวบรวมผลงานจากแกลเลอรีและศิลปินหลากหลายทั้งทั่วประเทศไทย และแกลเลอรีจากต่างประเทศ อาทิ AZASAK, CHOK MAA, FACTOPIA, GALLERY CLASS, JOYMAN GALLERY, NUMBER 1 GALLERY, LOLAY และ KWANCHAI LICHAIKUL และอีกมากมาย รวมถึงไฮไลต์พิเศษอย่าง Celebrity Curated Rooms ได้แก่ ห้อง POD และ MAEWKHOO BY DENNIS KARLSSON รวมพื้นที่จัดแสดงทั้งหมด 36 ห้องตลอด 3 วัน พร้อมกับมีกิจกรรมเสวนาในหัวข้อเกี่ยวกับศิลปะที่กลายเป็นพื้นที่ในการสร้างมูลค่าทางวัฒนธรรม