xs
xsm
sm
md
lg

กกพ.รื้อโครงสร้างค่าไฟบ้านใหม่ กลุ่มใช้ไฟเกิน400หน่วยจ่าย 5บาท เปิดรับฟังความเห็น4กรณีศึกษา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“กกพ.”เปิดรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอปรับโครงสร้างค่าไฟบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้าจำนวน 4กรณีศึกษา ระหว่างวันที่ 22 พ.ค.-5มิ.ย.69 เบื้องต้นกลุ่มการใช้ไฟฟ้าเกิน 400หน่วยจ่ายค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 5บาท/หน่วย สรุปชงกกพ.อนุมัติ เริ่มมีผลในรอบบิลค่าไฟก.ค.นี้ หลังจากนั้นกกพ.จ่อรื้อโครงสร้างค่าไฟกลุ่มอุตฯ-พาณิชย์ต่อไป

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อข้อเสนอการปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive rate) ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 และมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ซึ่งกำหนดให้การใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก มีอัตราค่าไฟฟ้าไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย และกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับการใช้ไฟฟ้าที่มากกว่า 200 หน่วยขึ้นไป ในลักษณะอัตราก้าวหน้า เพื่อสะท้อนต้นทุนและส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ

นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ภายหลังมติ กพช. สำนักงาน กกพ. ได้ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ได้แก่ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จัดทำข้อเสนอการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า ภายใต้กรอบนโยบายของภาครัฐ และตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 โดยคำนึงถึงต้นทุนที่เหมาะสม ความเป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้าและผู้รับใบอนุญาต ความโปร่งใส การเปิดเผยข้อมูล และการไม่เลือกปฏิบัติ โดยผู้รับใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้าจะเป็นผู้เสนออัตราค่าไฟฟ้าเพื่อให้ กกพ. พิจารณา พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย


สำหรับข้อเสนอที่นำมารับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายได้จัดทำกรณีศึกษา จำนวน 4 กรณี โดยทุกกรณียังคงหลักการดูแลค่าไฟฟ้าสำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ตามมติ กพช. ผ่านการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive rate) ในส่วนของ
ค่าพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้สอดคล้องกับแนวนโยบายที่กำหนด และส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีการใช้ไฟฟ้าในระดับสูงขึ้น จะมีอัตราค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามระดับการใช้ไฟฟ้า

เบื้องต้นทั้ง4 กรณีสูตรค่าไฟฟ้าบ้านที่อยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า พบว่าอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับการใช้ไฟฟ้าเกิน 400หน่วยขึ้นไปเฉลี่ย 5 บาท/หน่วย จากเดิมอยู่ที่ 4.4217บาท/หน่วย ไม่รวมค่าบริการรายเดือน ค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) และภาษีมูลค่าเพิ่ม

ทั้ง 4 กรณีศึกษา กำหนดอัตราค่าพลังงานไฟฟ้าที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงการใช้ไฟฟ้า (Block) โดยกรณีศึกษาที่ 1 และ 2 จะกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 400 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป สูงกว่าระดับอัตราปัจจุบันค่อนข้างมากราว 1.0234-1.0357บาท/หน่วย ขณะที่กรณีศึกษาที่ 3 และ 4 จะกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 200 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป สูงกว่าระดับปัจจุบัน


“ในกรณีศึกษาที่1 และ 2 สูตรคิดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าเกิน 400หน่วยขึ้นไปค่อนข้างสูงอยู่ที่ 5.4451 บาท/หน่วย และ 5.4052บาท/หน่วย ตามลำดับ เพิ่มขึ้น 1.0234บาท/หน่วย และ0.9835บาท/หน่วย ตามลำดับ แต่ถ้าเป็นกรณีศึกษาที่ 3 และ4 จะคิดอัตราค่าไฟฟ้าในอัตราเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันตั้งแต่201-400หน่วย ที่อัตรา 4.7646บาท/หน่วยและ 4.7135บาท ตามลำดับ เพิ่มขึ้น 0.5428บาท/หน่วยและ 0.4917บาท/หน่วย และอัตราค่าไฟฟ้าตั้งแต่ 400 หน่วยขึ้นไป อยู่ที่ 4.9645 บาท/หน่วยและ 5.0098บาท/หน่วย ตามลำดับ เพิ่มขึ้น 0.5428 บาท/หน่วยและ0.5881 บาท/หน่วย”

อย่างไรก็ดี 2 การไฟฟ้ามีความคิดเห็นว่ากรณีศึกษาที่ 4เป็นสูตรโครงสร้างค่าไฟฟ้าฐานที่เหมาะสม เนื่องจากมีการมีการทยอยขึ้นไม่เป็นการผลักภาระให้กับกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าเกินกว่า 400หน่วยขึ้นไป


นายพูลพัฒน์ กล่าวว่าแนวทางดังกล่าวเป็นการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าให้สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ โดยยังคงหลักการสะท้อนต้นทุนที่เหมาะสม และคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าแต่ละกลุ่ม รวมถึงเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในระยะยาว โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็นระหว่างวันที่ 22 พฤษภาคม – 5 มิถุนายน 2569 ซึ่งสำนักงาน กกพ.จะนำข้อเสนอแนะ ความคิดเห็นมาประมวลเพื่อตัดสินใจก่อนเสนอกกพ.เพื่อประกาศใช้ทันรอบบิลค่าไฟเดือนกรกฎาคมนี้

หลังจากนั้นสำนักงาน กกพ.จะพิจารณาปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าสำหับภาคอุตสาหกรรม และพาณิชย์ในรอบถัดไป ซึ่งปกติการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าฐานจะพิจารณาทบทวนทุก 5 ปี เพียงแต่รอบนี้มีการพิจารณากำหนดเร็วขึ้น เนื่องจากภาครัฐต้องการช่วยกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านที่อยู่อาศัยไม่เกิน 200 หน่วยแรกที่มีจำนวน 15.86 ล้านราย หรือคิดเป็น67%ของผู้ใช้ไฟบ้านที่อยู่อาศัย ทั้งหมด 23ล้านราย จ่ายค่าไฟไม่เกิน 3บาทต่อหน่วย บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้นจากสงครามตะวันออกกลาง โดยรายได้ที่หายไปของ 2การไฟฟ้าที่ลดค่าไฟฟ้าให้กับกลุ่มผู้ใช้ไฟ 200หน่วยแรกไม่เกิน3บาทต่อหน่วย คิดเป็นวงเงิน 15,555ล้านบาท ซึ่งจะจัดเก็บค่าไฟฟ้ากับกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าเกิน 200หน่วยขึ้นไปตามอัตราก้าวหน้าเพื่อชดเชยรายได้ที่หายไป