xs
xsm
sm
md
lg

โบรกฯ มองบวกกลุ่มแบงก์ สินเชื่อรายใหญ่ดันยอดโตต่อเนื่อง ชู KTB-KBANK-BBL เด่นนำกลุ่ม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า ภาพรวมสินเชื่อเดือน เม.ย. 69 ทั้ง 7 ธนาคารที่เรา cover อยู่ที่ 10.82 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น +0.6% MoM จากสินเชื่อรายใหญ่เป็นหลัก โดยธนาคารที่มีสินเชื่อเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ

1) KBANK เพิ่มขึ้น +1.6% MoM จากสินเชื่อรายใหญ่ในส่วนของ Working Cap.

2) KKP เพิ่มขึ้น +1.0% MoM จากสินเชื่อรายใหญ่ที่เข้ามาในรูปแบบระยะสั้นและสินเชื่อ SME ที่มาจากภาคอสังหาฯ

3) BBL เพิ่มขึ้น +0.8% MoM จากสินเชื่อรายใหญ่

4) KTB เพิ่มขึ้น +0.2% MoM จากสินเชื่อรายใหญ่ ส่วนสินเชื่อภาครัฐลดลง ขณะที่สินเชื่อรายย่อยและ SME ทรงตัว

5) TTB เพิ่มขึ้น +0.2% MoM จากสินเชื่อรายใหญ่เป็นหลัก ขณะที่สินเชื่อรายย่อยทรงตัว แต่ SME ลดลง

ส่วนธนาคารที่มีสินเชื่อลดลงมากที่สุดคือ TISCO ลดลง -0.3% MoM จากสินเชื่อ SME ลดลงหลังจากจบงาน Motor Show ทำให้กลุ่ม Floorplan มีการชำระคืนออกมา ขณะที่สินเชื่อรายใหญ่และรายย่อยทรงตัว โดยสินเชื่อรถยนต์ใหม่และมอเตอร์ไซค์ยังคงเพิ่มขึ้นได้ดี แต่สินเชื่อรถมือสองลดลง ส่วนภาพรวมของเงินฝากเดือน เม.ย. 69 อยู่ที่ 13.23 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น +1.8% MoM โดยทุกธนาคารมีเงินฝากเพิ่มขึ้นโดย TISCO เพิ่มขึ้น +2.7% MoM จากเงินฝากประจำที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก รองลงมาเป็น KTB เพิ่มขึ้น +2.5% MoM จากเงินฝาก CASA และภาครัฐที่เพิ่มขึ้น และ BBL เพิ่มขึ้น +2.4% MoM จากเงินฝาก CASA

มองเป็นบวกต่อกลุ่มธนาคาร โดยสินเชื่อในเดือน เม.ย.69 กลับมาเป็นบวกได้ที่ +0.6% MoM จากเดือน มี.ค. 69 ที่เพิ่มขึ้น +1.4% MoM ส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อรายใหญ่ในส่วนของ Working Cap. ซึ่งเราคาดว่าน่าจะเป็นผลจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง (เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 69) ที่ทำให้เกิดความต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อรองรับต้นทุนพลังงานและราคาวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ภาครัฐและสินเชื่อ SME มีการปรับตัวลดลง ส่วนสินเชื่อรายย่อยทรงตัวได้จากสินเชื่อบ้านช่วยหนุน

โดยเราคาดว่าสินเชื่อเดือน พ.ค. 69 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้ต่อ จากสินเชื่อรายใหญ่ที่มีโอกาสเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่อง ทั้งนี้หากเทียบกับช่วงสงครามยูเครนรัสเซียที่เกิดขึ้นวันที่ 24 ก.พ. 65 พบว่าสินเชื่อรวมมีการปรับตัวขึ้นเป็นเวลา 8 เดือนติดต่อกัน ตั้งแต่เดือน ก.พ.-ก.ย. 65 ประกอบกับเราคาดว่าสินเชื่อภาครัฐจะเพิ่มได้มากขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วง 2H69E ทั้งนี้เรายังคงประมาณการสินเชื่อรวมทั้งปี 2569E ของกลุ่มไว้ที่ +2.2% YoY (4M69 อยู่ที่ +1.8% YTD) แต่มีโอกาสมากกว่าที่คาดได้

ด้าน NPL เราคาดว่ามีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เราเชื่อว่าจะทยอยเพิ่มขึ้นไม่น่ากังวลมากนัก เพราะแต่ละธนาคารมีการตั้งสำรองฯ จำนวนมากมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และมีการทยอยขายหนี้เสียออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยคาด NPL ในปี 2569E จะอยู่ที่ 3.23% จาก 3.12% ในปี 2568 ทั้งนี้เราคาดว่าผลกระทบจากสงครามจะกดดันให้อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทำให้เราคาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2569E ไว้ที่ 1.00% ซึ่งเรารวมในประมาณการกำไรของเราไว้แล้ว

เรายังคงน้ำหนักการลงทุนเป็น "มากกว่าตลาด" โดยเลือก KTB (ซื้อ/เป้า 38.00 บาท), KBANK (ซื้อ/เป้า 225.00 บาท) และ BBL (ซื้อ/เป้า 195.00 บาท) เป็น Top pick ขณะที่ KBANK และ KKP (ซื้อ/เป้า 90.00 บาท) จะได้รับ sentiment เชิงบวกจากสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นได้เด่นที่สุดในกลุ่ม