รัฐบาลวอชิงตันเดินหน้าทลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติครั้งใหญ่ โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีดำคว่ำบาตรและเดินหน้ากวาดล้างกลุ่มบุคคลและนิติบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับแก๊งค้ายา 'ซินาลัว' (Sinaloa Cartel) หลังพบหลักฐานการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเครื่องมือฟอกเงินที่ได้จากการลักลอบค้าสารเฟนทานิล มาตรการล่าสุดนี้ยังครอบคลุมถึงการอายัดกระเป๋าเงินดิจิทัลบนเครือข่ายอีเธอเรียม สะท้อนภาพการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายเพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงทางการเงินขององค์กรอาชญากรรมที่พยายามใช้เทคโนโลยีอำพรางร่องรอย ท่ามกลางวิกฤตสาธารณสุขที่พรากชีวิตชาวอเมริกันไปแล้วนับหมื่นราย
รายงานจากสำนักข่าว Decrypt) ระบุถึงรายละเอียดของการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นขึ้น เมื่อกระทรวงการคลังสหรัฐฯ มุ่งเป้าทลายโครงสร้างทางการเงินขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ กลุ่มบุคคลและนิติบุคคลที่ถูกเพิ่มรายชื่อเข้าสู่บัญชีคว่ำบาตรของสำนักงานควบคุมทรัพย์สินในต่างประเทศ (OFAC) ในครั้งนี้ ล้วนมีบทบาทสำคัญในการแปลงเงินสดที่ได้จากขบวนการค้ายาเสพติดให้กลายเป็นคริปโทเคอร์เรนซี ก่อนจะส่งต่อเม็ดเงินดังกล่าวกลับคืนสู่อำนาจการควบคุมของแก๊งซินาลัว
การบังคับใช้กฎหมายนี้เป็นความสำเร็จจากปฏิบัติการเชิงรุกที่ประสานงานร่วมกัน นำโดยคณะทำงานเฉพาะกิจด้านความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Homeland Security Task Force หรือ HSTF) และได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานปราบปรามยาเสพติดแห่งสหรัฐอเมริกา (DEA) โดยแถลงการณ์จากกระทรวงการคลังระบุชัดเจนว่า ภาครัฐจะยังคงเดินหน้าพุ่งเป้าไปที่กลุ่มก่อการร้ายและเครือข่ายลักลอบค้ายาเฟนทานิลอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องความปลอดภัยของชุมชนและรักษาเสถียรภาพของประเทศ
ขณะที่ในมิติของการตรวจสอบเส้นทางการเงินดิจิทัล มาตรการคว่ำบาตรยังครอบคลุมไปถึงบัญชีกระเป๋าเงินบนเครือข่ายอีเธอเรียมจำนวน 6 รายการที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้กระทำผิด ข้อมูลบนบล็อกเชนชี้ให้เห็นว่า หนึ่งในกระเป๋าเงินดังกล่าวเพิ่งกลับมามีความเคลื่อนไหวเมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา โดยทำธุรกรรมโอนเหรียญสเตเบิลคอยน์ USDT ซึ่งผูกมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นจำนวน 894 ดอลลาร์ หลังจากที่บัญชีนี้ถูกทิ้งร้างและไม่มีการทำธุรกรรมใดๆ มานานกว่าหนึ่งปีเต็ม
อย่างไรก็ดีการสั่งคว่ำบาตรบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการภายใต้อำนาจตามคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Orders) สองฉบับ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับขบวนการผลิตยาเสพติดผิดกฎหมาย รวมถึงเครือข่ายก่อการร้ายและผู้ให้การสนับสนุน กระทรวงการคลังย้ำว่า แก๊งค้ายาซินาลัวเป็นกลุ่มที่มีประวัติการใช้ความรุนแรงและได้รับการขึ้นบัญชีเป็นองค์กรก่อการร้ายต่างชาติ (Foreign Terrorist Organization) จากรัฐบาลสหรัฐฯ โดยเป็นตัวการหลักที่รับผิดชอบต่อปริมาณสารเฟนทานิลผิดกฎหมายจำนวนมหาศาลที่ถูกลักลอบนำเข้าประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดวิกฤตการเสียชีวิตของพลเมืองอเมริกันหลายหมื่นคนในแต่ละปี
ทั้งนี้ ปัญหาการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการก่ออาชญากรรมไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับหน่วยงานความมั่นคง โดยก่อนหน้านี้ในปี พ.ศ. 2568 ทางการสหรัฐฯ ได้บุกยึดสินทรัพย์ประเภทคริปโทเคอร์เรนซีมูลค่ารวมกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากแก๊งซินาลัวมาแล้ว การขยายผลอายัดบัญชีเพิ่มเติมในครั้งนี้จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงความท้าทายในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ที่หน่วยงานกำกับดูแลต้องเร่งปรับตัวและยกระดับขีดความสามารถเพื่อสกัดกั้นเส้นทางการฟอกเงินที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในตลาดบิทคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ อย่างทันท่วงที