xs
xsm
sm
md
lg

ปตท.ตั้งเป้าปีนี้เทรดดิ้งLNGพุ่ง3.7ล้านตัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ปตท. พลิกวิกฤตพลังงานโลก เร่งรัดธุรกิจ LNG Value Chain ตั้งเป้าปี 69 เทรดดิ้ง LNG พุ่ง 3.7 ล้านตัน ชี้ไตรมาส 1/2569 ทำได้แล้ว 1.28 ล้านตัน วางตั้งเป้าปี73แตะ 10ล้านตัน พร้อมเสนอการใช้ “ไฮโดรเจน-แอมโมเนีย” ผสมเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าต่อคณะอนุกรรมการ PDP หวังบรรจุในแผน PDP ฉบับใหม่
นายอาภากร ชอุ่มทอง ผู้จัดการฝ่ายผู้ลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า ปตท.ต้องปรับแผนธุรกิจให้สอดรับต่อสถานการณ์การปิดช่องแคบฮอร์มุซจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งปริมาณการขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)ของโลกผ่านช่องแคบฮอร์มุซหายไปราว 20% ดังนั้นปตท.หันมาเร่งรัดขับเคลื่อนธุรกิจ LNG Value Chain , ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม(E&P) และธุรกิจเทรดดิ้ง ซึ่งปรับแผนการจัดหา LNG จากแหล่งอื่น เช่น ในสหรัฐฯ เพื่อทดแทนการจัดหาจากตะวันออกกลาง


พร้อมปรับพอร์ตโฟลิโอธุรกิจ LNG Value Chain ในปี2569 วางเป้าหมายเพิ่มปริมาณซื้อ-ขาย(เทรดดิ้ง LNG) เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 3.7 ล้านตัน จากปี2568 อยู่ที่ประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งในช่วงไตรมาส 1/2569 ทำได้แล้ว 1.28 ล้านตัน ส่วนแผนระยะยาว ปตท. เร่งขยาย Portfolio มุ่งสู่การเป็น Global LNG Player ตามเป้าหมาย 10 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2573 และเพิ่มเป็น 15 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2578 ซึ่งการก้าวสู่ Global LNG Player ได้อาจต้องเข้าไปลงทุนในโครงการแอลเอ็นจี เทอร์มินอล ในต่างประเทศ ฯลฯ

ส่วนธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม(E&P) ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. จะผลักดันให้เกิดการผลิต และสำรวจแหล่งปิโตรเลียมใหม่ๆเพิ่มเติม ขณะที่ธุรกิจเทรดดิ้ง จะเพิ่มศักยภาพในการจัดหาน้ำมันและก๊าซฯ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ

นอกจากนี้ วิกฤตตะวันออกกลาง ทำให้ ปตท. ต้องกลับมาพิจารณาในบางธุรกิจเพิ่มเติม เช่น แผนการหาพันธมิตรเข้ามาร่วมทุนในธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น(P&R) โดยยังคงเป้าหมายที่จะมีความชัดเจนภายในปีนี้

ส่วนการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงใหม่อย่างแอมโมเนียและไฮโดรเจน ปตท.ได้นำเสนอแผนส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนและแอมโนเนีย เพื่อเป็นส่วนผสมในเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าต่อคณะอนุกรรมการพยากรณ์และจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (คณะอนุกรรมการ PDP) นำไปพิจารณาในการจัดทำแผน PDP ฉบับใหม่แล้ว

แนวโน้มผลการดำเนินงานบริษัทในช่วงที่เหลือของปี 2569 มีปัจจัยหนุนจากธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (E&P) ของ PTTEP ที่ปรับตัวดีขึ้นจากการรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มปีจากโครงการที่เข้าไปซื้อสัดส่วนการลงทุนเพิ่มในปีที่ผ่านมา รวมถึงปริมาณการขาย และราคาก๊าซฯที่ปรับเพิ่มขึ้น ด้านธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ ดีขึ้นจากการปรับโครงสร้างธุรกิจก๊าซฯของภาครัฐที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 ม.ค.2569 ทำให้โรงแยกก๊าซมีต้นทุนลดลง และมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจปิโตรเคมี มีราคาและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ต่อวัตถุดิบ (Spread) สูงขึ้น รวมทั้ง Utilization Rate ดีขึ้น และธุรกิจเทรดดิ้ง ที่ยังเติบโต

ส่วนธุรกิจโรงกลั่น แม้ในไตรมาส 1/69 ผลประกอบการจะเติบโต แต่ในอนาคตหากราคาน้ำมันปรับลงอาจเผชิญภาวะขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน (Stock Loss) ขณะที่ธุรกิจไฟฟ้า แม้ว่าต้นทุนเชื้อเพลิงจะปรับเพิ่ม แต่ยังมีการเติบโตต่อเนื่อง

ปตท. บริหารสภาพคล่องทางการเงินเพื่อรองรับการรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในช่วงวิกฤตพลังงาน โดยจัดเตรียมสภาพคล่องเพิ่มขึ้นถึง 230,000 ล้านบาท ประกอบด้วยหลักประกันในการจัดซื้อน้ำมันดิบ (Margin Call) ประมาณ 63,000 ล้านบาท เงินทุนหมุนเวียน (Working Capita) สำหรับการจัดหาน้ำมันและ ก๊าซฯ เพิ่มขึ้นประมาณ 137,000 ล้านบาท เงินค้างชำระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากการชดเชยราคา ประมาณ 35,000 ล้านบาท ส่งผลให้เกิดต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นถึงกว่า 600 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 7,000 ล้านบาทต่อปี