xs
xsm
sm
md
lg

Chainalysis เตือนโลก!! นักเทรดหัวหมอ หนีภาษีด้วยบิทคอยน์ Ordinals อาจโดนโทษหนัก หลังอิตาลีซ้อนแผนรวบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เมื่อการเลี่ยงภาษีไม่ใช่แค่เรื่องของเงินสดและบัญชีลับอีกต่อไป ผู้กระทำผิดกำลังหันมาพึ่งเทคโนโลยีคริปโตขั้นสูง ทั้ง Bitcoin Ordinals และมาตรฐานโทเคน BRC-20 เพื่อพรางทรัพย์สินจากสายตาของกรมสรรพากรทั่วโลก ล่าสุด หน่วยงานตำรวจเศรษฐกิจและการเงินของอิตาลีเพิ่งถอดรหัสแผนการซุกซ่อนกำไรที่ไม่ได้แจ้งภาษีมูลค่ากว่า 1.1 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Chainalysis ออกรายงานเตือนว่านี่คือสัญญาณเริ่มต้นของแนวโน้มที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลกต้องเฝ้าระวัง

Chainalysis บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนชั้นนำ เปิดเผยในรายงานประจำสัปดาห์ว่า ผู้หลีกเลี่ยงภาษีเริ่มหันมาใช้ Bitcoin Ordinals, โทเคน BRC-20 และเครื่องมือดิจิทัลรูปแบบใหม่เป็นช่องทางซ่อนเร้นความมั่งคั่งจากเจ้าหน้าที่ภาษี โดยระบุว่า "การเลี่ยงภาษีและรายได้ที่ไม่ได้แจ้งนั้นเป็นอาชญากรรมทางการเงินที่มีมาช้านาน แต่วิธีการที่ใช้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว" พร้อมเตือนว่าเมื่อสินทรัพย์ดิจิทัลแพร่หลายมากขึ้น ผู้ไม่ประสงค์ดีมักฉวยโอกาสจากเทคโนโลยีใหม่ ไม่ว่าจะเป็น NFT, โปรโตคอล DeFi หรือมาตรฐานโทเคนที่กำลังเกิดขึ้น เพื่อปิดบังความมั่งคั่งจากหน่วยงานภาษีและกฎหมาย

อิตาลีถอดแผนซุกทรัพย์ด้วย BRC-20 กว่าล้านดอลลาร์

หนึ่งในกรณีที่ Chainalysis หยิบยกมาเป็นตัวอย่างสำคัญคือคดีในอิตาลี โดยหน่วยปฏิบัติการตำรวจเศรษฐกิจและการเงินในเมืองฟอจจา เปิดเผยแผนการเลี่ยงภาษีซึ่งผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งอ้างว่าใช้ Ordinals Protocol และมาตรฐาน BRC-20 ซ่อนกำไรจากทุนที่ไม่ได้แจ้งมูลค่า 1 ล้านยูโร หรือราว 1.1 ล้านดอลลาร์

Ordinals Protocol เปิดตัวในปี พ.ศ.2566 ทำงานโดยกำหนดหมายเลขลำดับให้กับ "ซาโตชิ" หน่วยที่เล็กที่สุดของบิทคอยน์ และอนุญาตให้ฝังข้อมูลอย่างรูปภาพหรือข้อความลงในธุรกรรมบิทคอยน์ได้โดยตรง ส่วนมาตรฐาน BRC-20 ที่ต่อยอดมาจากโปรโตคอลดังกล่าว เปิดให้สร้าง,ออก,และโอนโทเคนได้บนบล็อกเชนบิทคอยน์

ผลการสืบสวนพบว่าผู้ต้องสงสัยสร้างโทเคนผ่านกลไกดังกล่าว ก่อนนำไปวางขายในมาร์เก็ตเพลส และโอนรายได้กลับสู่กระเป๋าหลักในรูปของบิทคอยน์ โดย Chainalysis ระบุว่า "สินทรัพย์ถูกขายในราคาสูงกว่าต้นทุนเดิมหลายเท่า และผลกำไรถูกส่งกลับสู่กระเป๋าหลักของผู้ต้องสงสัยเป็นบิทคอยน์ พร้อมนำรายได้ไปลงทุนต่อในรูปแบบ Inscription ใหม่อย่างต่อเนื่อง"

ที่มา: Chainalysis
ช่องโหว่ร้ายแรง ความโปร่งใสของบล็อกเชนทำลายทุกแผน

กรมสรรพากรสหรัฐ (IRS) ประเมินว่า "ช่องว่างภาษี" รวม ซึ่งหมายถึงจำนวนภาษีที่รัฐบาลมีสิทธิได้รับตามกฎหมายแต่ยังไม่ได้รับ อยู่ที่ราว 606,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ยุทธวิธีเลี่ยงภาษีตามแบบเดิมมักอาศัยการจ่ายเงินสดและรายงานรายได้ต่ำกว่าความเป็นจริง

อย่างไรก็ตาม Chainalysis ชี้ว่าการใช้คริปโตเพื่อเลี่ยงภาษีมี "จุดบกพร่องร้ายแรง" อยู่ในตัวเอง เพราะ "ความโปร่งใสโดยธรรมชาติของบล็อกเชนทิ้งร่องรอยถาวรที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ไม่ว่าแผนการจะซับซ้อนเพียงใด"

เครื่องมือวิเคราะห์บล็อกเชนสามารถสร้างแผนที่เครือข่ายการเงินและนำไปเชื่อมโยงข้ามอ้างอิงกับข้อมูลที่ตลาดแลกเปลี่ยนคริปโตต้องรายงานตามกฎหมาย เพื่อเปิดเผยธุรกรรมของผู้ต้องสงสัยที่เลี่ยงภาษี

ทั้งนี้ ผลการศึกษาในเดือนมีนาคมประเมินว่าเจ้าของคริปโตในสหรัฐเพียงร้อยละ 32 ถึง 56 เท่านั้นที่รายงานกำไรต่อหน่วยงานภาษี ส่วนในนอร์เวย์ ตัวเลขดังกล่าวอยู่ที่ร้อยละ 12 เท่านั้น จากการศึกษาในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2567

โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายภาษี ตรวจสอบย้อนหลังผ่านบล็อกเชน

Chainalysis สรุปว่าคดีอิตาลีครั้งนี้ส่งสัญญาณสำคัญต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและผู้เชี่ยวชาญด้านการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ทั่วโลกว่า "ความแปลกใหม่ทางเทคนิคของคริปโตไม่ได้หมายถึงการไม่เปิดเผยตัวตน" และเมื่อสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทใหม่ยังคงเกิดขึ้นและสร้างกระแสรายได้อย่างต่อเนื่อง ช่องว่างระหว่างความมั่งคั่งจริงบนเชนกับฐานะทางภาษีที่แจ้งไว้จะกลายเป็นเป้าหมายหลักสำหรับการสืบสวนในระดับโลก

"ข่าวกรองบล็อกเชนคือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในภูมิทัศน์การเงินยุคปัจจุบัน" Chainalysis ระบุ