SpaceX บริษัทด้านกิจการอวกาศของ อีลอน มัสก์ เปิดเผยในเอกสารยื่น SEC ว่าถือบิทคอยน์มากถึง 18,712 เหรียญ มูลค่ากว่า 1.45 พันล้านดอลลาร์ ตัวเลขที่พลิกโผนักวิเคราะห์ตลาดทั้งวงการ เพราะสูงกว่าที่บริษัทติดตามธุรกรรมบล็อกเชนประเมินไว้ถึงกว่า 10,000 เหรียญ และแซงหน้า Tesla ของมัสก์เองอีกต่างหาก ขณะที่บริษัทเตรียมระดมทุนผ่าน IPO ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุน ด้วยมูลค่าบริษัทที่ประเมินไว้สูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์
หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่แวดวงตลาดทุนจับตามากที่สุดในช่วงนี้ คือการที่ SpaceX ยื่นแบบฟอร์ม S-1 ต่อสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) อย่างเป็นทางการ เพื่อเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569 และสิ่งที่ทำให้นักลงทุนต้องหยุดอ่านซ้ำ คือการเปิดเผยว่าบริษัทถือครองบิทคอยน์รวม 18,712 เหรียญ โดยซื้อที่ราคาเฉลี่ย 35,320 ดอลลาร์ต่อเหรียญ
ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่ BitcoinTreasuries.NET และบริษัทวิเคราะห์คริปโต Arkham ประเมินไว้ที่เพียง 8,285 เหรียญ อยู่มากกว่าเท่าตัว และยังทิ้งห่าง Tesla ที่ถือบิทคอยน์อยู่ 11,509 เหรียญ แม้ว่าทั้งสองบริษัทจะมี อีลอน มัสก์ เป็นเจ้าของคนเดียวกัน ด้วยพอร์ตบิทคอยน์ขนาดนี้ SpaceX จะก้าวขึ้นเป็นบริษัทจดทะเบียนที่ถือครองบิทคอยน์มากเป็นอันดับ 7 ของโลกทันทีที่เข้าตลาด
ย้อนกลับไปที่ก่อนหน้านี้ SpaceX เริ่มสะสมบิทคอยน์ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2564 ช่วงเวลาเดียวกับที่ Tesla ประกาศลงทุนในคริปโตครั้งแรก ซึ่งสอดคล้องกับช่วงที่ตลาดบิทคอยน์กำลังเดือด และ อีลอน มัสก์ ยังมีบทบาทขับเคลื่อนอารมณ์ตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
ในแง่ขนาดของดีล SpaceX ตั้งเป้าระดมทุนราว 75,000 ล้านดอลลาร์ ด้วยมูลค่าบริษัทที่ประเมินไว้ระหว่าง 1.75 ล้านล้าน ถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งหากสำเร็จจะกลายเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุนโลก แซงทุกดีลที่เคยมีมา
เอกสารที่ยื่นต่อ SEC ยังระบุด้วยว่า SpaceX มองตัวเองว่ากำลังเข้าหาตลาดรวมที่ใหญ่ที่สุดที่มนุษยชาติเคยสร้างขึ้น โดยประเมินโอกาสทางธุรกิจจากกลุ่ม AI อวกาศ และโครงข่ายการเชื่อมต่อไว้ที่ 28.5 ล้านล้านดอลลาร์
สำหรับนักลงทุน การซื้อหุ้น SpaceX หมายถึงการได้ exposure ต่อบิทคอยน์โดยตรงผ่านพอร์ตของบริษัท ควบคู่กับธุรกิจอวกาศที่มี Starlink ศูนย์ข้อมูลในวงโคจร และแผนระยะยาวในการตั้งอาณานิคมบนดาวอังคาร
SpaceX ถือเป็นหนึ่งในบริษัทเอกชนมูลค่าสูงที่เตรียม IPO ใน พ.ศ. 2569 ร่วมกับบริษัท AI อย่าง OpenAI และ Anthropic ซึ่งทั้งหมดกำลังเลือกจังหวะออกสู่ตลาดสาธารณะท่ามกลางกระแสความกระตือรือร้นต่อเทคโนโลยีอวกาศและปัญญาประดิษฐ์ที่ยังร้อนแรง