xs
xsm
sm
md
lg

จับตา “ทรัมป์” อินไซด์หุ้น / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



การเป็นประธานาธิบดีสมัยแรกของนายโดนัลด์ ทรัมป์ เคยถูกตั้งคำถามมาแล้ว เกี่ยวกับพฤติกรรมการปั่นราคาหุ้น โดยใช้สงครามการค้ากับจีนเป็นเครื่องมือทำให้หุ้นทั่วโลกขึ้นหรือลง

การกลับมาเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ‘ทรัมป์’ กำลังถูกตั้งข้อหาใช้ข้อมูลวงในซื้อขายหุ้น

เพราะในช่วงไตรมาสแรกปี 2569 มีการรายงานข้อมูลการซื้อขายหุ้นพอร์ตของ “ทรัมป์” ออกมาแล้ว ปรากฏว่ามีการเคาะซื้อขายหุ้นมหาศาล จำนวนรวม 3,600 ครั้ง วงเงินหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดหุ้นแนสแด็ก โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม 7 นางฟ้า รวมทั้ง NVIDIA, Microsoft, Amazon

มูลค่าการซื้อขายหุ้นไตรมาสแรกพอร์ตของทรัมป์ อยู่ระหว่าง 220-750 ล้านดอลลาร์ หรือราว 7.18 พันล้าน – 2.45 หมื่นล้านบาท ตามเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานจริยธรรมรัฐบาลสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่า พอร์ตการลงทุนของ ‘ทรัมป์’ มีความเคลื่อนไหวอย่างหนัก โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากกระแส AI และการเติบโตของตลาดหุ้นสหรัฐฯ

หุ้นที่ปรากฏในรายการซื้อจำนวนมาก คือ NVIDIA, Microsoft, Amazon, Meta, Apple, Broadcom, Oracle, Adobe, Dell, ServiceNow, Texas Instruments รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีและการเงินอื่น ๆ อย่าง AMD, Intel, Alphabet, Airbnb, DoorDash, Goldman Sachs และ Micron

ข้อมูลระบุว่า ธุรกรรมซื้อแต่ละรายการมีมูลค่าหลัก 500,000 ดอลลาร์ฯ ถึง 5 ล้านดอลลาร์ฯ แต่บางรายการมีการขายสูงถึง 25 ล้านดอลลาร์ฯ หรือมากถึง 816 ล้านบาท และสิ่งที่ถูกจับตามากคือ ช่วงเวลาของบางธุรกรรมที่เกิดขึ้นใกล้กับเหตุการณ์สำคัญของบริษัทที่เกี่ยวข้อง เช่น การเข้าซื้อหุ้น NVIDIA มูลค่า 1-5 ล้านดอลลาร์ฯ ก่อนที่บริษัทจะประกาศดีลสำคัญด้านชิปกับ Meta เพียง 1 สัปดาห์

รวมทั้งการซื้อหุ้น NVIDIA มูลค่า 500,000-1 ล้านดอลลาร์ฯ ก่อนที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จะอนุมัติการขายชิปบางประเภทไปยังจีนอย่างเป็นทางการ

เอกสารที่รายงานต่อรัฐสภาไม่ได้ระบุชัดว่า ‘ทรัมป์’ เป็นผู้สั่งการซื้อขายด้วยตนเองหรือไม่ โดย ‘ทำเนียบขาว’ ยืนยันว่า ทรัพย์สินของประธานาธิบดีอยู่ภายใต้ทรัสต์ที่บริหารจัดการโดยบุตรชาย คือ ‘โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์’ และ ‘เอริค ทรัมป์’ และยืนยันว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในการดำรงตำแหน่ง

สหรัฐฯ ไม่ได้ห้ามประธานาธิบดีถือครองหรือซื้อขายหุ้นระหว่างดำรงตำแหน่งโดยตรง แต่กำหนดให้ต้องเปิดเผยข้อมูลธุรกรรมต่อสาธารณะ เพื่อความโปร่งใสในการดำรงตำแหน่ง

แต่ในสหรัฐกำลังถกเถียงเรื่องการจำกัดการซื้อขายหุ้นของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างจริงจัง โดยมีความพยายามผลักดันกฎหมายหลายฉบับในสภาคองเกรส เพื่อห้ามสมาชิกสภาและครอบครัวถือครองหรือซื้อขายหุ้นรายตัว และขยายข้อกำหนดไปถึงประธานาธิบดีด้วย

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานหรือข้อกล่าวหาทางกฎหมายที่ยืนยันว่า การซื้อขายของ ‘ทรัมป์’ เข้าข่ายการใช้ข้อมูลวงใน แต่ขนาดของธุรกรรมและจังหวะเวลาที่เกิดขึ้น เพียงพอที่จะจุดคำถามเรื่องจริยธรรมและความเหมาะสมในการถือครองสินทรัพย์ส่วนตัวของผู้นำประเทศ

สงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ปะทุขึ้นปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และทำให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกปั่นป่วน ไม่ว่าทองคำ น้ำมัน และตลาดหุ้น มีคำถามเกิดขึ้นมาตลอดว่า ประธานาธิบดีทรัมป์มีผลประโยชน์อยู่เบื้องหลังหรือไม่ โดยเฉพาะการแสดงท่าทีกลับไปกลับมาเกี่ยวกับสงคราม เดี๋ยวพูดดีเดี๋ยวพูดร้าย และส่งผลต่อราคาสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก

การเทรดหุ้นกระจุยกระจายพอร์ตของทรัมป์ไตรมาสแรก เป็นการตอกย้ำข้อสงสัยว่า “ทรัมป์” อาจได้ประโยชน์จากสงครามตะวันออกกลาง ขณะที่คนทั้งโลกต้องเดือดร้อน

และคำปฏิเสธของทำเนียบขาวที่ยืนยันว่า “ทรัมป์” ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับการซื้อขายหุ้น จะมีใครในโลกที่เชื่อ

ไม่มีรายงานว่า พอร์ตของ “ทรัมป์” ฟันกำไรจากการซื้อขายหุ้นไตรมาสแรกไปเท่าไหร่ แต่ถ้ามีตัวเลข คนทั้งโลกคงตกใจกับผลกำไรมหาศาลที่ “ทรัมป์” กอบโกยจากตำแหน่งผู้นำสหรัฐ