ธนาคารกลางสิงคโปร์หรือ MAS ลงดาบถอนใบอนุญาตสถาบันการชำระเงินรายใหญ่ของ Bsquared Technology หลังการตรวจสอบภาคสนามเผยให้เห็นช่องโหว่ร้ายแรงในระบบบริหารความเสี่ยงและนโยบายจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น MAS พบว่าบริษัทให้ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดต่อทางการหลายครั้ง นับตั้งแต่ขั้นตอนยื่นขอใบอนุญาตไปจนถึงช่วงการตรวจสอบ การถอนใบอนุญาตครั้งนี้สะท้อนจุดยืนที่ชัดเจนของสิงคโปร์ในการคัดกรองผู้เล่นในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล แม้จะเดินหน้าสร้างตัวเองให้เป็นศูนย์กลางคริปโตชั้นนำของเอเชียก็ตาม
ธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore หรือ MAS) ประกาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ได้เพิกถอนใบอนุญาตสถาบันการชำระเงินรายใหญ่ (Major Payment Institution Licence) ของ Bsquared Technology Pte. Ltd. หรือที่รู้จักในชื่อ BSQ ส่งผลให้บริษัทสูญเสียสิทธิ์ในการให้บริการโทเคนการชำระเงินดิจิทัล (Digital Payment Token Services) อย่างเป็นทางการ
การตรวจสอบภาคสนามของ MAS เปิดเผยข้อบกพร่องหลายประการ ได้แก่ ความอ่อนแอในระบบบริหารความเสี่ยง นโยบายป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนที่ไม่ได้มาตรฐาน และการละเลยหลักเกณฑ์ว่าด้วยการจ้างบุคคลภายนอก (Outsourcing Guidelines) ของหน่วยงานกำกับดูแล ทว่าประเด็นที่ MAS ระบุว่าร้ายแรงที่สุดคือการที่ BSQ ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดต่อทางการหลายครั้ง ตั้งแต่การยื่นขอรับใบอนุญาตในครั้งแรกจนกระทั่งถึงช่วงระหว่างการตรวจสอบ
ทั้งนี้ BSQ เพิ่งได้รับใบอนุญาตดังกล่าวมาเพียง 16 เดือนก่อนหน้านี้ ภายหลังได้รับการอนุมัติให้ดำเนินธุรกิจบริการโทเคนการชำระเงินดิจิทัลภายใต้พระราชบัญญัติบริการการชำระเงิน พ.ศ. 2562 (Payment Services Act 2019) ของสิงคโปร์
MAS สั่ง Bsquared ยื่นใบรับรองปิดกิจการ
นอกจากการเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว MAS ยังกำหนดให้ BSQ ต้องยื่นใบรับรองการปิดกิจการจากผู้สอบบัญชี เพื่อยืนยันว่าได้คืนเงินของลูกค้าทั้งหมดครบถ้วนแล้ว โดย BSQ แจ้งต่อ MAS ว่าบริษัทไม่มีทรัพย์สินของลูกค้าค้างอยู่แต่อย่างใด
MAS ระบุในถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการว่า "MAS ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการละเมิดที่เกิดขึ้นโดย BSQ และอยู่ระหว่างพิจารณาความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของบริษัท"
จนถึงปัจจุบัน MAS ได้ออกใบอนุญาตบริการโทเคนการชำระเงินดิจิทัลไปแล้วทั้งสิ้น 37 ราย และการเพิกถอนใบอนุญาตถือเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก ก่อนหน้านี้ในปี 2568 MAS เคยปฏิเสธคำขอรับใบอนุญาตของ AmazingTech ผู้ดำเนินการแพลตฟอร์ม Tokenize Xchange และต่อมากรมกิจการพาณิชย์ (Commercial Affairs Department) ได้เปิดการสอบสวนบริษัทดังกล่าวในเวลาต่อมา
สิงคโปร์เดินหน้าสร้างฐานโครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัล
แม้จะลงดาบกับผู้ประกอบการที่ไม่ได้มาตรฐาน สิงคโปร์ยังคงเดินหน้าสร้างชื่อเสียงในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางคริปโตชั้นนำของเอเชีย โดยเป็นที่ตั้งสำนักงานภูมิภาคของ Coinbase และ Ripple รวมถึงเป็นสำนักงานใหญ่ระดับโลกของ Crypto.com
ล่าสุด เมื่อเดือนที่แล้ว Singapore Gulf Bank ได้เปิดตัวบริการใหม่ที่เปิดให้ลูกค้าสถาบันสามารถสร้าง (Mint) และไถ่ถอน (Redeem) สเตเบิลคอยน์ได้โดยตรงจากบัญชีธนาคารผ่านบล็อกเชน Solana รองรับการชำระหนี้ระหว่างเงินตราตามกฎหมาย (Fiat) และสินทรัพย์ดิจิทัลตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งนับเป็นหมุดหมายสำคัญในการเชื่อมโยงการเงินดั้งเดิมเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม