นายณัฐสิทธิ์ สุนทราณู ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต บริษัทบัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)(KTC)กล่าวในเวทีเสวนา KTC FIT Talk ครั้งที่ 24 ภายใต้หัวข้อ “Speed Economy: โอกาสและความท้าทายของอีคอมเมิร์ซ และคนทำคอนเทนต์”ว่า ข้อมูลสมาชิกเคทีซีสะท้อนชัดว่า คนไทยมีพฤติกรรมในการซื้อสินค้าผ่านอีคอมเมิร์ซ - เดลิเวอรี่ แพลตฟอร์ม'ซื้อบ่อยขึ้น' และใช้ชีวิตบนดิจิทัลมากขึ้น ข้อมูลของเคทีซีพบว่าจำนวนรายการอีคอมเมิร์ซ-เดลิเวอรี่เติบโตเฉลี่ย 25% สะท้อนการเติบโตของ Micro spending หรือการใช้จ่ายย่อยระหว่างวัน ที่ไม่ได้แค่ซื้อของออนไลน์เพียงอย่างเดียว แต่กำลังใช้ชีวิตผ่านการใช้จ่ายออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ โดยเคทีซีทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มสำคัญ เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop และบริการฟู้ดดิลิเวอรี่ เช่น Grab, LINE MAN, ShopeeFood, Robinhood เป็นต้น ด้วยการสร้างแคมเปญต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อความครอบคลุมและคุ้มค่าในการใช้จ่ายผ่านบัตรเคทีซี กระตุ้นการใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสทางรายได้ให้กับผู้ขายและครีเอเตอร์”
ทั้งนี้ ในยุคที่ผู้บริโภคใช้จ่ายเร็วขึ้น เรื่องความปลอดภัยคือเงื่อนไขสำคัญของการเติบโต เคทีซีมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่อเนื่อง ทั้งการออกบัตรเครดิตเคทีซี-ดิจิทัลที่ไม่มีเลขหน้าบัตร ระบบการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ในทุกการใช้จ่าย การควบคุมการใช้จ่ายออนไลน์ด้วยตัวเอง ผ่านแอป KTC Mobile และการยกระดับการ Fraud monitoring อย่างเข้มข้นต่อเนื่อง เพื่อให้การใช้จ่ายผ่านบัตร “เร็ว สะดวกและมั่นใจ” ในทุกครั้งที่หยิบบัตร KTC ขึ้นมาใช้
นางสาวกุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย กล่าวว่า วันนี้เราอยู่ในยุคของ ‘Speed Economy’ ที่ความเร็วไม่ได้หมายถึงแค่การจัดส่งสินค้า แต่หมายถึง ‘ความเร็วในการตัดสินใจ ความเร็วในการเข้าถึงผู้บริโภค และความเร็วในการปรับตัวของธุรกิจ อีคอมเมิร์ซจึงไม่ได้เป็นเพียงช่องทางการขายอีกต่อไป แต่กลายเป็น Economic Ecosystem ที่เชื่อมโยงผู้บริโภค ผู้ประกอบการ SME ครีเอเตอร์ / KOL แพลตฟอร์ม โลจิสติกส์ และภาคบริการดิจิทัลเข้าด้วยกันทั้งระบบ ข้อมูลจาก Priceza ระบุว่า ตลาด E-Commerce ไทยในปี 2569 จะมีมูลค่ากว่า 1.6 ล้านล้านบาท และยังเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยราว 10–20% ต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจดิจิทัลยังเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย ส่วนในระดับสากล United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific (UNESCAP) มองว่า Asia-Pacific เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดด้าน E-Commerce/ Digital Trade และ Cross-border E-Commerce โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา
"เราอยากเห็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการสร้างแคมเปญ ‘ไทยช่วยไทย ไทยช้อปไทย’ ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สนับสนุนผู้ประกอบการไทย ขณะเดียวกัน สมาคมฯ มีแผนผลักดันผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่องให้ขยายตลาดสู่ต่างประเทศมากขึ้นในปีนี้ โดยมุ่งเน้นตลาดศักยภาพใน Southeast Asia ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง รวมถึงจีน ในช่วงปลายปี สมาคมฯ ยังเตรียมนำผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงาน Global AIE Expo 2026 ที่ประเทศจีน มาเก๊าและจูไห่ เพื่อเปิดมุมมองใหม่ด้าน Innovation, AI และ Future of Commerce รวมถึงสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจและคู่ค้าระดับนานาชาติ เพราะวันนี้การแข่งขันไม่ได้วัดกันแค่ยอดขาย แต่คือ ความสามารถ ‘Double AI‘ ในการเรียนรู้ ปรับตัว และนำเทคโนโลยีใหม่มาพัฒนาธุรกิจได้เร็วกว่า"
**ยกระดับ “Trust Economy” สู่มาตรฐานอาชีพ**
ด้านนางสาวสุวิตา จรัญวงศ์ อุปนายกด้านจรรยาบรรณและการกำกับดูแลวิชาชีพ สมาคมคอนเทนต์ ครีเอเตอร์ไทย และ CEO บริษัท เทลสกอร์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบัน Creator Economy กำลังเปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับ ‘การมองเห็น’ เพียงอย่างเดียว ไปสู่การให้ความสำคัญกับ ‘ความน่าเชื่อถือ’ และความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภคมากขึ้น ครีเอเตอร์จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างคอนเทนต์ แต่มีบทบาทในการเชื่อมโยงข้อมูล ประสบการณ์ และความไว้วางใจกับการตัดสินใจของผู้บริโภคในโลกดิจิทัล
และอีกหนึ่งแนวโน้มสำคัญคือ ครีเอเตอร์ไทยจำนวนมาก เริ่มต่อยอดจากการสร้างคอนเทนต์ไปสู่การสร้างธุรกิจและ แบรนด์ของตัวเองมากขึ้น สะท้อนการเติบโตของ Creator Economy ที่เริ่มเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจดิจิทัลในมิติที่หลากหลายขึ้น ท้ายที่สุด ทุกวันนี้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ ‘Trust’ มากขึ้นเรื่อยๆ และครีเอเตอร์ที่สามารถรักษาความน่าเชื่อถือและความสัมพันธ์กับผู้ชมได้อย่างต่อเนื่อง จะมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว”