xs
xsm
sm
md
lg

เมตาหนุน AI เดินหน้าปลดพนักงานครั้งใหญ่ 8,000 คนทั่วโลก ประเดิมสิงคโปร์ที่แรก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เมตาเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ส่งอีเมลแจ้งเลิกจ้างพนักงานในสิงคโปร์ตีสี่ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนทยอยแจ้งพนักงานในสหรัฐฯ และยุโรปในช่วงเช้าวันเดียวกัน ทีมวิศวกรรมและผลิตภัณฑ์คือกลุ่มแรกที่ถูกเล็งเป้า สะท้อนทิศทางที่ชัดเจนว่า บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่กำลังเร่งแทนที่ทรัพยากรมนุษย์ด้วยระบบ AI อย่างเป็นระบบ ตัวเลขรวมพนักงานที่ถูกปลดในบริษัทสหรัฐฯ จากการบูรณาการ AI ตลอดปี พ.ศ. 2569 พุ่งสูงแล้วกว่า 49,135 ราย

ตามรายงานของบลูมเบิร์ก กล่าวว่า เมตา บริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และวอตส์แอปป์ เริ่มกระบวนการเลิกจ้างพนักงานรวม 8,000 ตำแหน่งทั่วโลกอย่างเป็นทางการ โดยสิงคโปร์กลายเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบ โดยอีเมลแจ้งเลิกจ้างถูกส่งออกไปตั้งแต่เวลา 04.00 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ก่อนที่พนักงานในสหรัฐฯ และยุโรปจะทยอยได้รับการแจ้งในช่วงเช้าของวันเดียวกัน โดยทีมวิศวกรรมและทีมผลิตภัณฑ์คาดว่าจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด

บันทึกภายในจาก จาเนลล์ เกล หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรบุคคลของเมตา ซึ่งบลูมเบิร์กได้เห็นเนื้อหา ระบุว่าโครงสร้างองค์กรที่แบนราบขึ้นและทีมที่เล็กลงจะช่วยให้บริษัทเคลื่อนตัวได้รวดเร็วกว่าเดิม โดย เกล ระบุว่า "เราเชื่อว่าสิ่งนี้จะทำให้เราทำงานได้มีประสิทธิผลมากขึ้น และทำให้งานมีความหมายมากขึ้น" พร้อมกันนี้ บุคคลใกล้ชิดกับเรื่องดังกล่าวยังให้ข้อมูลกับบลูมเบิร์กด้วยว่า อาจมีการเลิกจ้างเพิ่มเติมในช่วงปลายปีนี้

ขณะที่คลื่นการเลิกจ้างไม่ได้จำกัดอยู่แค่เมตา หากแต่กำลังกวาดผ่านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโดยรวม ในฝั่งคริปโต บล็อก บริษัทชำระเงินดิจิทัล ปลดพนักงานออกไป 4,000 คนเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่ Coinbase และ Crypto.com ก็ทยอยลดกำลังคนลงราว 700 และ 180 อัตราตามลำดับ

สิ่งที่ทำให้เมตาโดดเด่นจากบรรดาบริษัทเทคโนโลยีที่ตัดงบในปีนี้คือขนาดของการลงทุนด้าน AI ที่ยังคงไม่หยุด มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ทุ่มเงินไปแล้วกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในโครงสร้างพื้นฐาน AI และยังประกาศแผนสร้างศูนย์ AI ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในรัฐลุยเซียนา สหรัฐฯ ซึ่งคาดว่ามีมูลค่าสูงถึง 2 แสนล้านดอลลาร์ ตัวเลขดังกล่าวเกินกว่างบ 8 หมื่นล้านดอลลาร์ที่เมตาเคยทุ่มไปกับโครงการเมตาเวิร์สก่อนที่จะประกาศปิดตัว Horizon Worlds เวอร์ชัน VR อย่างเป็นทางการ สื่อสังคมเสมือนจริงที่เคยถูกวางให้เป็นเสาหลักของกลยุทธ์เมตาเวิร์สทั้งหมด

ขณะที่การปรับลดพนักงานในระดับนี้กลับสร้างความกังวลให้นักลงทุนบางกลุ่มที่ยังไม่มั่นใจว่าผลตอบแทนจะมาถึง ซ้ำร้ายก่อนหน้านี้ไม่นาน พนักงานเมตาจำนวนมากยังออกมาประณามโครงการรวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์ส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกการกดแป้นพิมพ์ การเคลื่อนไหวของเมาส์ และเนื้อหาบนหน้าจอ เพื่อนำไปฝึกโมเดล AI ของบริษัท ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นการละเมิดขอบเขตความเป็นส่วนตัวอย่างโจ่งแจ้ง

ทั้งหมดนี้ฉายภาพที่ชัดเจนขึ้นทุกวันว่า กระแสลงทุนใน AI ของบิ๊กเทคไม่ใช่แค่การปรับกลยุทธ์ แต่กำลังเขียนรูปแบบการจ้างงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั้งหมดเสียใหม่