“ถ้าสมัยก่อนเลยดั้งเดิมจริง ๆ เขาเวลามีงานบุญงานอะไรจะเอาไข่แดงไปทำขนม ทองหยิบทองหยอด ไข่ขาวที่เหลือเขาไม่ได้เอาไปทิ้งเขาเอามาทำเป็น “ลูกรอก” แล้วเป็นอาหารคาว แต่อันนี้เรามาทำใหม่ก็คือว่า เรามาทำโดยเอาทั้งไข่แดง-ไข่ขาวมาตีรวมกัน แล้วมาทำขึ้นมาใหม่เป็นลูกรอก
สำหรับร้านสาขาที่เปิดขายอยู่ตลาดนัดคอสโม (ในเมืองทองธานี) ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00น. ถ้าเป็นช่วงพีค ๆ เคยได้อยู่ประมาณ 6-7 หมื่นบาทต่อวัน ก็ต้องขอบคุณลูกค้า ที่เราได้ยอดต่อวันสูงอย่างถ้าเป็น ต้มจืดฯ ก็ประมาณวันละ 3-4 หม้อ ผัดไทยฯ ก็ร้อยกว่าโล หรือประมาณ 130 กิโลต่อวัน” พี่นก-กานต์ทีรา ธงสันเทียะ เจ้าของร้านแม่กิ่งกระเทียมเจ้าตำรับ “ต้มจืดลูกรอก” ต้นแบบ ที่เปิดขายเมนูนี้ในเขตกรุงเทพฯ อาทิตลาดนัดโรงพยาบาลเซ็นต์หลุยส์ โรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลเลิดสิน โรงพยาบาลจุฬา และโรงพยาบาลประสาท มานานกว่า 26 ปีแล้ว พี่นกบอกว่ามีอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัวมาอย่างมั่นคงและมีทุกอย่างในวันนี้ได้ก็เพราะมาจาก “ต้มจืดลูกรอก” ต้นแบบนี้อย่างแท้จริง
เปิดตำรับ “ต้มจืดลูกรอก” เมนูโบราณสร้างอาชีพเงินล้าน
ครั้งแรกเลยพี่นกขาย “ไก่อบโอ่ง” มาก่อน ขายอยู่ที่พิษณุโลก แล้วก็ขายผลไม้ซึ่งเป็นการไปรับมาจากสวนแล้วไปขายตามต่างจังหวัดทั่วไป พอค้าขายอยู่ที่พิษณุโลกพี่มองว่าตลาดมันแคบนิดนึงมันเล็กไปก็เลยเข้ามาที่กรุงเทพฯ “ซึ่งมีพี่สาว(คุณกานต์ชนิต์ คือพันดุง) เขาได้ค้าขายอยู่ในกรุงเทพฯก่อนแล้ว พี่เข้ามาครั้งแรก ก็มาดูว่าเราจะทำอะไรดี พี่ก็ไปขายห่อหมกก่อนพอขายห่อหมกเราก็มองไปถึงว่ามันมีโอกาสเสียง่ายก็เลยมองตลาดว่าเราจะทำอะไรดี เราก็ไปมองเห็นว่าตามร้านค้าทั่วไปที่เป็นแกงเป็นอะไรก็จะเป็นแกงหม้อเล็ก ๆ ซึ่งเป็นต้มจืดทั่วไปอะไรใช่ไหม พี่ก็เลยมามองว่าพี่เคยทาน “ลูกรอก”ทำยังไงนะจะให้ลูกค้ามองว่ามันเด่น มันมีความแตกต่าง”พี่ก็เลยคิดกันในครอบครัวในพี่ในน้อง เอ้อเราทำลูกรอกดีไหม? ซึ่งตอนนั้นมันยังไม่มีใครขาย สินค้าตัวนี้มันเป็นอาหารพื้นบ้านดั้งเดิม แต่มันไม่มีใครหยิบขึ้นมาที่จะมาทำการตลาด
“โดยครั้งแรกเลยพี่ก็ตั้งชื่อไว้ว่า ร้านต้มจืดลูกรอก “ต้นแบบ”ก่อน ทีนี้คำว่า ต้น มันทำให้คนมองว่าเอ๊ะ! ลูกรอก “ต้น” เป็นยังไง? มันเป็นพืชอะไร เป็นผลอะไรยังไง ต้นมันเป็นยังไง ตรงนี้มันก็ทำให้ลูกค้าได้เข้ามาหาเรา”“โดยครั้งแรกเลยพี่ก็ตั้งชื่อไว้ว่า ร้านต้มจืดลูกรอก “ต้นแบบ”ก่อน ทีนี้คำว่า ต้น มันทำให้คนมองว่าเอ๊ะ! ลูกรอก “ต้น” เป็นยังไง? มันเป็นพืชอะไร เป็นผลอะไรยังไง ต้นมันเป็นยังไง ตรงนี้มันก็ทำให้ลูกค้าได้เข้ามาหาเรา”แล้วก็พี่มองว่าการจัดร้านมันมีอะไรแตกต่างให้ลูกค้ามองเรา เมื่อก่อนมันจะไม่มี “หม้อ” ใหญ่ ๆ ที่จะไปตั้ง พี่ก็เลยใช้หม้อเบอร์60 มาเป็นตัวเปิดหน้าร้าน ลูกค้าก็จะมอง อุ๊ย! ร้านนี้ใช้หม้อใบใหญ่ ๆ มาตั้ง เขาขายอะไรนะ? เมื่อรวมกับชื่อร้านที่เราตั้งว่าลูกรอกต้นแบบทำให้ลูกค้าเข้ามาหา มันก็เป็นการเปิดตัวที่ แล้วก็ด้วยรสชาติของอาหารด้วยรสชาติของในตัวของเขาเอง ความเป็นลูกรอกความเป็นธรรมชาติและความที่ไม่มีใครทำ เพราะว่ามันทำ ถามว่ายากไหมมันก็ไม่ได้ยากเกินที่จะทำแต่ว่า มันมีความละเอียดอ่อนแล้วก็ถ้าทำความเสียหายเท่ากับเพิ่มต้นทุน ถ้าทำแล้วเขาแตก คือเราก็ต้องทิ้ง มันก็เพิ่มต้นทุนตรงนี้ด้วย มันก็ทำให้ส่วนใหญ่คนก็ไม่ได้ทำ
(ดูขั้นตอนการทำในคลิป)
ทำไมต้องตั้งชื่อ “ลูกรอก”? เพราะว่า เราจะมี “ไส้อ่อน” ที่ล้างให้สะอาดมาแล้ว ซึ่งสมัยโบราณยังไม่มีถุงพลาสติกเวลาทำเต้าหู้ทำลูกรอก(ที่คล้าย ๆ กัน) ที่ทำกันเองจะใส่ไปในไส้ แล้วพอเวลาเราหั่น เราต้ม ไส้มันก็จะรัดตัวด้วยธรรมชาติของเขา พอไส้รัดตัว รูปทรงมันก็เหมือน “รอก”(หรือการชักรอก) เขาก็เลยเรียกว่าลูกรอก
(ดูขั้นตอนการทำในคลิป)
เราก็มาทำกันเอง มาคิด มาค้น ว่าจะทำยังไง คือช่วยกันในพี่น้อง 5 คน รวมตัวกัน ครั้งแรกก็กระจัดกระจายเลอะเต็มบ้านช่องไปหมด มีทั้งแตกทั้งเละ คือเราค้นหามาด้วยตัวเราเองที่ว่าจะมาทำยังไง ตอนแรกเราก็ไม่รู้ ว่าเอ๊ะจะไปต้มยังไงมันถึงจะรัดตัว เพราะว่าเราเคยทานอย่างเดียวซึ่งในระหว่างทานตอนนั้นเราก็รู้เพียงแค่ว่า ลูกรอกนะ เขาต้มให้กินเราก็กิน แต่เราไม่รู้ว่ากรรมวิธีลึก ๆ จริง ๆ มันมีอะไร “ทำอยู่ประมาณ 3 ครั้ง(3 วัน) ก่อนจะออกตลาดเพื่อขายจริง ด้วยความที่ว่าเราอยากมีอาชีพ อยากทำอาหารอร่อย ๆ และก็ไม่อยากให้ลูกรอกมันจางหายไปกับกาลเวลา”
ขายดีมาตั้งแต่เปิดตัววันแรก! ด้วยความแปลก
เมื่อก่อนพี่เคยไปทำอยู่ร้านอาหารร้านหนึ่งที่เขาทำเกี่ยวกับ “น้ำซุป” ด้วยเราก็เลยเอาความรู้ตรงนั้นมาทำ ด้วยวัตถุดิบอย่าง กระดูกเล้ง เราไม่ได้มองข้ามตรงจุดนี้ อย่างเล้งเราก็ซื้ออย่างดีมาจากบริษัทที่ได้มาตรฐาน เพราะว่าหนึ่งถ้าน้ำซุปหรือกระดูกไม่ดี น้ำในหม้อก็จะมีกลิ่นหรืออะไร ซึ่งเราใส่ใจทุก ๆ รายละเอียด“ตอนนี้ก็เรียนรู้กันมา ลองผิดลองถูกกันมา ถึงตอนนี้ 20 กว่าปีแล้วค่ะ ยี่สิบกว่าปีแล้วนะคะเราคิดว่าทุกอย่างก็โอเคค่ะ แล้วก็ลูกรอกนี้ละค่ะ ที่ทำให้เราได้มีอาชีพนะคะ ทำให้ครอบครัวของเราได้มีอาชีพมาถึงปัจจุบันนี้ มีทุกอย่างนะคะหลาย ๆ อย่างก็เกิดจากอาชีพนี้ค่ะ ต้มจืดลูกรอกต้นแบบนี้ล่ะค่ะ”
(ดูขั้นตอนการทำในคลิป)
เปิดขายครั้งแรกเลยที่ ตลาดเสนา เป็นตลาดนัดช่วงเย็น ครั้งแรกก็ไปขายกัน4 คน วันนั้นเปิดลูกค้าก็ตอบรับแบบได้ชื่นใจมากนะคะ ทำให้เราได้มีกำลังใจ ขายหมดหม้อเลยต้องตะแคงกันทีเดียว หม้อเบอร์ 60 ขายดีจนต้องตะแคงหม้อกันเลย ในราคาตอนนั้นคือชุดละ 20 บาท เริ่มต้นที่ 20 บาท ณ เวลานั้นอาหารทั่วไปก็ขายกันที่ 20 บาทอยู่แล้ว “แฮปปี้ ก็พี่น้องทุกคนเราก็ชวนกันมา บอกกล่าวนะคะ มาเปิดแล้วก็ขายต้มจืดกันอย่างเดียวเลย”
2 ปีขยับสู่ “เถ้าแก่” เพิ่มทีมงานเริ่มขยายสาขาเอง
หลังจากนั้นตัวพี่เองก็จะผันตัวมาขาย ตลาดตอนเช้า ก็คือสถานที่ราชการพี่ก็จะไปขายครั้งแรกก็ กรมชลประทาน เป็นตลาดนัดเช้า (ดูขั้นตอนการทำในคลิป) และก็ขายอยู่โรงพยาบาลจุฬาตอนเช้า แล้วเราก็ค่อย ๆ หาไปเรื่อย ๆ ก็ไปไกลสุดก็โน่นค่ะ โรงพยาบาลชลบุรี แล้วก็ขายตามกระทรวงพาณิชย์ ตามสถานที่ราชการทั่วไปที่เขาเปิดโอกาสแล้วเปิดตลาด “คือเรามองว่าเมื่อก่อนพี่ขายกันสองคน(กับสามี) เป็นอาชีพในครอบครัวของพี่ ถ้าเราขายสองคนเราก็ได้ บางวันถ้าตลาดใหญ่พี่ก็ไปลงได้ที่เดียว ถ้าตลาดเล็ก พี่ก็อาจจะลงได้ 2 ที่ เรามองว่าถ้าเรามีลูกน้อง จากที่เราทำงานวันหนึ่งได้ร้านเดียว จุดเดียว-สองจุด ถ้ามีลูกน้องเราก็เป็นสามเป็นสี่หรือห้า เรามองเป็นธุรกิจแล้วเราก็มองว่าตรงนี้มันสามารถเติบโตได้ สามารถขยายกิจการได้ ก็เลยเริ่ม ๆ มาให้มีลูกน้องช่วยตรงนี้”อย่างบางวันเราก็อาจจะไปลงได้ 5 จุด 5 ตลาด 6 ตลาด ถ้าเราไม่มีลูกน้องเราก็ขายได้แค่ 2 คนทำได้ ซึ่งยอดขายเยอะสุดที่เคยทำได้ต่อวันก็ประมาณ 8 พัน-1 หมื่นบาท เพราะว่าตอนนั้นราคาที่เราขายยังเป็น 20 บาทอยู่“ประมาณปีที่ 2 เรามองว่าสินค้าตัวนี้ มันอยู่ที่ตลาดนี้ได้แล้วนะ มันสามารถขยายได้ และก็เราทำสูตรก็ฟิตน้ำซุปหัวเชื้ออะไรไปให้ลูกน้อง เป็นครัวกลาง หลังจากนั้นลูกน้องทำหรือว่าคนงานทำก็รสชาติยังเหมือนเดิม เพราะว่าเราทำสูตรไปให้เรียบร้อยแล้ว”็็้็
เสริมทัพด้วย “ผัดไทยโบราณ” อิ่มละ 20 บาทสุดปัง! ได้อีก
8-9 ปีที่แล้วเราก็ได้เพิ่มเป็น “ผัดไทยโบราณ” ผัดไทยโบราณเราก็ขายห่อละ 20 บาท“ผัดไทยของเรานะคะชนะเลิศได้ที่ 1
นะคะของอำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ปี 2563” และก็ผัดไทย 20 บาทของเรา ก็สร้างชีวิตครอบครัวลูกหลานเพิ่มขึ้น สร้างอาชีพ ของเราที่ 1 ณ ตอนนั้นเรามองว่า เราจะทำอะไรเพิ่ม หนึ่งคือเรามีทีมงาน แล้วสองทางร้านได้ออกบูธด้วย ออกบูธลูกรอกเนี่ยก็จะเป็นสินค้าในการจะหิ้วหรืออะไรก็บางครั้ง จะดูยากนิดนึง เราก็มามองว่าเราจะมีอะไรที่ไปเพิ่มเติม ให้เพิ่มยอดขายของเรา ณ บูธตรงนั้นเพราะว่าที่มันกว้าง เราก็เลยคิดว่า คือมามองหามองอะไรนะคะ และก็มาช่วยกันคิดพี่น้องอีกล่ะค่ะ พี่น้องช่วยกันคิดช่วยกันทำ แล้วพอเราได้สูตรได้อะไรแล้วเราก็ไปพิษณุโลกเขามีจัดงานแข่ง เราก็เอาสูตรของเราที่เราคิดเราทำ ลองเข้าไปประกวดในเวทีนั้น แล้วเราก็ได้ประสบผลสำเร็จ ได้ที่ 1 ณ ปีนั้น พอหลังจากนั้นเราก็มาเปิดแล้วก็ออกงานออกงานครั้งแรกกับ “ครัวคุณต๋อย” ที่เมืองทองธานี
กว่า 26 ปีก็ยังขายดีอยู่ มีสะดุดบ้างในช่วงโควิดฯ
ทุกวันนี้พี่ก็ยังพื้นปกติก็คือ ขายตามโรงพยาบาลยังขายประจำอยู่ ขายมา 20 กว่าปีก็ยังอยู่ตามโรงพยาบาล“ทุกวันนี้พี่ก็วันหนึ่งก็ประมาณ 4-5 ที่ค่ะ ด้วยตัวเราเองก็ สินค้าตัวเขาเองก็อยู่ได้นะคะ แล้วก็เราก็คิดว่าแค่ตรงนี้ก็พอ” แล้วแต่ละตลาดเราก็รู้ยอดขายของเราอยู่ด้วย เราเตรียมของไปพอดี จัดเตรียมไปตามยอดขายของแต่ละจุดแต่ละที่ เพราะว่าของเรามันเป็นของสดเราจะผลิตไปแค่ตามยอดขาย “แต่ตอนโควิดฯ ถือว่าพี่ก็หยุดพัก พักอย่างเดียวเพราะว่า ไม่ขายไม่ได้มีออนไลน์ไม่ได้ทำ พี่ก็พักตามนั้นเลยยาว พี่พักประมาณ 2 ปีได้มั้งคะ เพราะว่าพี่ขายตามราชการก็ช่วงนั้นด้วยสภาวะทุกอย่างเขาก็ไม่ได้เปิดรับ”แต่ว่าเราก็ยังเลี้ยงลูกน้อง เลี้ยงทีมงานอยู่ ยังดูแลกันตอนนั้นเราก็ไม่รู้ “โควิด” คืออะไร จะอยู่กับเรานานแค่ไหน พอหลังจากโควิดมาพอเปิดตัวทุกอย่างก็ค่อย ๆ ขยับมาดีขึ้นแต่ว่า มันก็ไม่ได้ปังเวอร์เหมือนตอนช่วงก่อนหน้านั้น ด้วยสภาวะหลาย ๆ อย่างแต่ถามว่าเราอยู่ได้ไหม ถือว่าเราก็อยู่ได้ระดับหนึ่งก็ดีนะคะ หนึ่งเรามีอาชีพเรามองว่าเรายังมีอาชีพ ยังมีงานทำ ยังมีอะไรทำ เราก็ปรับกับการตลาดกับอะไรไปด้วย ปรับเรื่องแพคเก็จเรื่องอะไรตามยุคของเขา เมื่อก่อนเราใส่ถุงทุกวันนี้เราก็มาใส่ถ้วยสะดวกเวฟอะไรอย่างเงี้ยสำหรับลูกค้า“แล้วก็เราได้มีสินค้าใหม่ได้เพิ่มนะคะ ได้ทำยอดขายให้เราเพิ่มขึ้นก็คือ ผัดไทย ผัดไทย 20 บาทก็ มันก็ปังเลยนะคะถือว่า ปังมาก ๆ สำหรับทางร้านเรา” ด้วยรสชาติ ด้วยราคาสินค้า ณ เวลานั้นคำว่า 20 บาท มันเปิดตัว แล้วเราก็การันตีเรื่องรสชาติ ด้วยราคาของอาหารที่เราสามารถตอบโจทย์ให้ลูกค้าจับต้องได้ บางคนก็ถามว่าขายได้ไง 20 บาท ตอนนั้นก็คือปังมาก! สำหรับผัดไทยร้านแม่กิ่งกระเทียม
พร้อมส่งต่ออาชีพ “สู่รุ่นลูก” และคนที่สนใจ
พี่นก-กานต์ทีรา ธงสันเทียะเจ้าของร้านแม่กิ่งกระเทียมเจ้าตำรับ “ต้มจืดลูกรอก” ต้นแบบ บอกด้วย แต่ถามว่าบางคนเขาก็มาขอซื้อลูกรอกสดไปเปิดตลาดไปต้ม เราก็ให้ ได้ ติดต่อมาอย่างผัดไทยก็ซื้อน้ำฯ ไป แต่เรายังไม่เคยทำแบบว่าเป็น “แฟรนไชส์” ด้วยที่ว่าการตลาดตรงนี้อาจจะยังไม่ได้ศึกษา ยังไม่ได้ทำตรงนี้ด้วย เหมือนเราขายแบบคิดขายแบบพี่ ๆ น้อง ๆ ลูกหลานอยากค้าขายเข้ามา มาขาย เราจะประมาณนี้มากกว่า แต่โอกาสหน้าอาจจะได้มีก็ได้นะคะ(หัวเราะ) เพราะรุ่นลูก ๆ เริ่มขึ้นมาบริหารงานแทนแล้ว มีทายาทธุรกิจแล้ว เราต้องรีบส่งต่อถ้ารอให้พร้อมไม่ได้ค่ะ เราต้องรีบใส่มือให้ลูกก่อนเลย จนถึงตอนนี้อาชีพนี้ก็ยังถือว่าไม่มีคู่แข่งเลย ไม่ได้คู่แข่งตรงนี้เลย ส่วนใหญ่ที่ขายก็คือมีแต่พี่น้องกัน“ถ้ามันสามารถเอาไปทำเป็นอาชีพได้ ทำเลยค่ะ ไปสร้างอาชีพเนาะ เพราะทุกวันนี้บางทีเราก็หาอาชีพกันอยู่เนาะ ถ้ามันเป็นอาชีพได้นะคะส่งต่อกันได้ทำเถอะค่ะ ตลาดมีเยอะแยะค่ะ หรือถ้าใครอยากมาหาพี่นกมารับไปทำขายหรือสอนหน่อย ได้ค่ะยินดี ติดต่อมาได้นะคะยินดีค่ะยินดี ถ้าไปสร้างอาชีพได้เนาะ เพราะเราให้เขาไปแล้วพี่คิดว่าถ้าไปต่อยอดแล้วทำฐานให้เขาได้ พี่ก็รู้สึกดี”
เปิดตำรับ 26 ปี “ต้มจืดลูกรอก” ต้นแบบ เมนูโบราณสร้างอาชีพเงินล้าน! ของ “ร้านแม่กิ่งกระเทียม” สามารถติดตามร้านได้ที่ตลาดนัดตามที่แจ้งไว้แล้ว หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.062-965-5491 Line (ID) : 0875634984
คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด