xs
xsm
sm
md
lg

รฟท.ปูพรมตรวจสารเสพติดพนักงานที่“สถานีกลางฯ “เร่งหารือ กทม.ปรับจราจรจุดตัด 27 แห่ง โจทย์ยากเลิกวิ่งเข้าหัวลำโพง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



การรถไฟฯ เพิ่มมาตรการตรวจแอลกอฮอล์และสารเสพติดพนักงานทั่วประเทศ เตรียมหารือ กทม. บริหารจราจร จุดตัด 27 แห่ง เลิกวิ่งเข้าหัวลำโพง ขอศึกษา 3 เดือน ยอมรับกระทบผู้โดยสารขบวนรถชานเมือง

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า การแก้ปัญหาจุดตัดรถไฟกับถนนในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบันยังมีอีกประมาณ 27 แห่ง นั้น แนวทางหลักคือ การก่อสร้างโครงการรถไฟสายสีแดง ให้ครบทั้งโครงข่าย ซึ่งคาดว่า เส้นทางรถไฟสายสีแดง (Missing Link) ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างหลังสุด จะเปิดให้บริการในปี 2577 หรือนับจากนี้อีกไม่น้อยกว่า 8 ปี ซึ่งถือเป็นมาตรการระยะยาวที่ต้องใช้เวลา

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)
โดยในระหว่างนี้ รฟท.จะเร่งประชุมกับสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อหาแนวทางในการจัดการจราจรถนนที่มีจุดตัดทางรถไฟ โดยเฉพาะจุดที่เพิ่งเกิดเหตุเป็นจุดที่การจราจรวิกฤติแห่งหนึ่ง และมีถนนกำแพงเพชร 7 ที่ต้องหารือเรื่องบริหารจัดการสัญญาณไฟจราจรใหม่

ส่วนในระยะกลาง รฟท.จะหารือกับสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) หรือ สทร. เพื่อนำเทคโนโลยีเครื่องกั้นถนนที่เหมาะสมกับกายภาพของพื้นที่มาใช้งานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ในระยะสั้น รฟท.จะปรับมาตรการแก้ปัญหาเฉพาะจุด เช่น เพิ่มเจ้าหน้าที่ช่วยงานกั้นถนน เป็นการชั่วคราว ในช่วงเวลาเร่งด่วนที่มีปริมาณหนาแน่น ซึ่งปกติจะมีจุดละ 1 คน


@รฟท.ปูพรมตรวจสารเสพติดพนักงาน “สถานีกลางฯ “

ส่วนความคืบหน้าการสอบสวนอุบัติเหตุ ขณะนี้มีการสอบปากคำพนักงานขับรถเพิ่มเติม และตรวจสารเสพติดกับพนักงานระบบรางทั่วประเทศตามข้อสั่งการของกระทรวงคมนาคม โดยวันแรกของการตรวจยังไม่พบผู้มีผลเป็นบวก ซึ่งกรณีตรวจพบมีสารเสพติดหรือแอลกอฮอล์ จะถูกสั่งพักปฏิบัติหน้าที่ทันทีตามระเบียบ

ซึ่งได้ได้เริ่มมาตรการตรวจเข้มตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา ครอบคลุมพนักงานขับรถ ช่างเครื่อง และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถทั่วประเทศ พร้อมเร่งรัดให้บุคลากรระบบรางดำเนินการแสดงตนและขอรับใบอนุญาตตามกฎหมายให้ครบภายในเดือนพฤษภาคมนี้

ขณะเดียวกัน รฟท.อยู่ระหว่างเสนอขอเพิ่มอัตรากำลังอีก 2,850 อัตรา หลังปัจจุบันขาดแคลนบุคลากรจำนวนมาก โดยเฉพาะพนักงานช่างเครื่องที่เกษียณอายุต่อเนื่อง ส่งผลให้บางส่วนต้องทำงานเกินภาระปกติ

ด้านมาตรการเยียวยา การรถไฟฯ ยืนยันดูแลผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเต็มที่ โดยผู้เสียชีวิตได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 340,000 บาท แบ่งเป็นค่าจัดการศพ 80,000 บาท และเงินช่วยเหลือทายาทโดยตรงอีก 260,000 บาท ส่วนผู้บาดเจ็บมีประกันคุ้มครองค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล พร้อมจ่ายเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมตามอาการ คือ บาดเจ็บทั่วไป 10,000 บาท อาการสาหัส 20,000 บาท และกรณีรักษาในห้องไอซียู 50,000 บาท


@เลิกวิ่งเข้าหัวลำโพง ขอศึกษา 3 เดือน ยอมรับกระทบผู้โดยสารขบวนรถชานเมือง

สำหรับแนวทางปรับลดหรือยุติการเดินรถเข้าสถานีหัวลำโพงของรถไฟสายใต้และสายตะวันออก เพื่อแก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟในเขตเมือง ตามนโยบายรมว.คมนาคมนั้น จะต้องมีการศึกษากันอย่าวละเอียด เนื่องจากมีผลกระทบต่อผู้โดยสาร โดยเฉพาะผู้โดยสารสายตะวันออก ในเส้นทางนครปฐม สุพรรณบุรี และสายใต้ ที่ปัจจุบันยังมีผู้ใช้บริการจำนวนมากและยังต้องพึ่งพาการเดินทางด้วยรถไฟเข้าสู่ใจกลางเมืองผ่านสถานีหัวลำโพง

“เรื่องการปรับรูปแบบเดินรถ ต้องศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน ทั้งด้านปริมาณผู้โดยสาร การเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ ลานจอดรถ และความสะดวกในการเดินทางต่อเข้าสู่ตัวเมือง โดยเฉพาะกรณีให้รถไฟสายใต้ไปสิ้นสุดที่สถานีตลิ่งชันแทนหัวลำโพง ซึ่งปัจจุบันโครงสร้างพื้นฐานหลายส่วนยังไม่สมบูรณ์ ต้องประเมินความพร้อมรองรับผู้โดยสารเพิ่มเติม ทั้งจำนวนขบวนรถ ระบบตั๋วร่วม และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ”

นอกจากนี้ ขบวนรถชานเมืองสายใต้และสายตะวันตกบางขบวนยังมีข้อจำกัด เช่น สุพรรณบุรีและนครปฐม ที่ยังไม่สามารถวิ่งบนโครงสร้างยกระดับ เดียวกับรถไฟฟ้าสายสีแดงได้ เนื่องจากเส้นทางเข้าสู่หัวลำโพง ทำให้ต้องวิ่งบนเส้นทางรถไฟเก่าที่อยู่ระดับดินทำให้ ยังไม่สามารถลดปัญหาจุดตัดได้ทันที

อย่างไรก็ตาม รฟท.จะดำเนินการศึกษาร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. รวมถึงองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. เพื่อจัดทำแผนรองรับการเดินทางใหม่ ให้ชัดเจนภายในกรอบเวลาที่กระทรวงคมนาคมกำหนด 3 เดือน