ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ที่ 1,517.74 จุด ลดลง 0.21 จุด (-0.01) มูลค่าซื้อขาย 56,223.58 ล้านบาท
การซื้อขายวันนี้ดัชนีเคลื่อนไหวทั้งแดนบวกและแดนลบ โดยทำจุดสูงสุด 1,523.19 จุด และจุดต่ำสุด 1,510.42 จุด
ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 199 หลักทรัพย์ ลดลง 279 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 174 หลักทรัพย์
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวกและแดนลบในกรอบแคบ แต่ดูดีกว่าตลาดต่างประเทศ จากการเปิดเผยตัวเลข GDP ของไทยไตรมาส 1/69 โต 2.8% ดีกว่าคาด ส่งผลให้มีแรงซื้อกลุ่มแบงก์เข้ามาหนุน
นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มแบงก์ยังได้รับอานิสงส์จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นจากความกังวลเงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งล่าสุด FedWatch Tool บ่งชี้ว่ามีโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
รวมทั้งกลุ่มพลังงานปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน เนื่องจากตลาดผิดหวังการหารือระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีน ที่ไม่มีข้อสรุปประเด็นการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
แนวโน้มวันพรุ่งนี้คาดตลาดแกว่งทิศทาง Sideway ถึง Sideway Down สอดคล้องกับตลาดหุ้นโลกที่เข้าสู่ช่วงการพักฐาน แต่ตลาดหุ้นไทยยังได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ส่งผลดีต่อกลุ่มพลังงาน รวมทั้งวันพรุ่งนี้หากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เคาะมาตรการ "ไทยช่วยไทยพลัส" อาจช่วยหนุนหุ้นกลุ่มค้าปลีก โดยให้กรอบแนวรับ 1,500 จุด และแนวต้าน 1,530 จุด ถัดไป 1,540-1,545 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 3,523.31 ล้านบาท ปิดที่ 198.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
DELTA มูลค่าการซื้อขาย 3,178.88 ล้านบาท ปิดที่ 317.00 บาท ลดลง 2.00 บาท
SCB มูลค่าการซื้อขาย 2,911.54 ล้านบาท ปิดที่ 135.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,577.79 ล้านบาท ปิดที่ 36.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
TRUE มูลค่าการซื้อขาย 2,504.27 ล้านบาท ปิดที่ 14.50 บาท ลดลง 0.20 บาท