ข่าวลือจากสื่อใกล้ชิด IRGC เผยกระทรวงเศรษฐกิจอิหร่านวางแผนบริหารช่องแคบฮอร์มุซผ่านระบบ "ประกันภัยดิจิทัล" หลังสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านปะทุ เรือสินค้าหลายลำถูกขัดขวางการเดินเรือ ขณะที่ภาพหน้าจอเว็บไซต์ลึกลับชื่อ "Hormuz Safe" แพร่สะพัดในโซเชียล อ้างขายประกันให้เรือผ่านช่องแคบโดยรับชำระเป็นบิทคอยน์
ช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่แค่เส้นทางเดินเรือ แต่คือเส้นเลือดใหญ่ของน้ำมันโลก ปริมาณน้ำมันที่ไหลผ่านที่นี่คิดเป็นราว 1 ใน 5 ของการค้าน้ำมันทั่วโลก และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของอิหร่านในพื้นที่นี้ล้วนมีน้ำหนักทางภูมิรัฐศาสตร์
ล่าสุดสำนักข่าว Fars News ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) รายงานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า กระทรวงกิจการเศรษฐกิจของอิหร่านกำลังพิจารณาแผนบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซผ่านกรอบประกันภัย โดยอ้างอิงเอกสารราชการที่ได้รับมา ภายใต้แผนดังกล่าว แพลตฟอร์มประกันภัยจะทำหน้าที่แยกแยะเรือขนส่งจากแต่ละประเทศ และมีการออกกรมธรรม์ประกันภัยทางทะเลหลากประเภท รวมถึงใบรับรองความรับผิดทางการเงิน
Fars News ระบุด้วยว่า แผนนี้อาจสร้างรายได้ให้อิหร่านได้มากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์
แต่ประเด็นที่จุดประกายความสนใจอย่างแท้จริงคือ รายงานบางส่วนระบุว่าอิหร่านต้องการรับชำระ "ค่าประกันภัย" ดังกล่าวเป็นบิทคอยน์ ผ่านเว็บไซต์ที่ชื่อว่า "Hormuz Safe" โดยภาพหน้าจอที่แพร่หลายในโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นเว็บไซต์ที่อ้างขาย "ประกันดิจิทัลสำหรับการขนส่งสินค้าทางทะเล" อย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม ณ เวลาที่เขียนข่าวนี้ เว็บไซต์ดังกล่าวถูกจำกัดการเข้าถึงและยังไม่มีการยืนยันความถูกต้อง ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าเนื้อหาที่ลือดังกล่าวอาจเป็นของปลอม
บริบทสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ ตั้งแต่สหรัฐฯ เริ่มโจมตีทางอากาศในอิหร่านช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นมา เรือสินค้าจำนวนมากถูกขัดขวางไม่ให้เดินเรือผ่านช่องแคบ รายงานสื่อระบุว่าอิหร่านเริ่มเก็บรายได้จากค่าผ่านทางเรือเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งก่อนหน้าสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ไม่เคยมีมาตรการเช่นนี้เลย
ขณะที่การเลือกใช้บิทคอยน์เป็นสกุลเงินรับชำระไม่ใช่เรื่องบังเอิญ โดยเดือนที่แล้ว สหรัฐฯ อายัด USDT มูลค่า 344 ล้านดอลลาร์ที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่าอิหร่านรับชำระค่าผ่านทางน้ำมันด้วย USDT เป็นหลักรวมถึงบิทคอยน์และสกุลเงิน fiat อย่างหยวนจีน แต่หลังจากเงิน USDT ถูกอายัดจำนวนมหาศาล ผู้นำในอุตสาหกรรมต่างชี้ว่าบิทคอยน์เหมาะสมกว่าสำหรับประเทศที่ถูกคว่ำบาตร เนื่องจากมีการกระจายอำนาจเพียงพอและไม่มีผู้ออกที่สามารถอายัดได้
ทั้งนี้หากย้อนไปต้นเดือนเมษายน 2569 โฆษกสหภาพผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมัน ก๊าซ และปิโตรเคมีของอิหร่านออกมาระบุว่า เรือบางลำจะได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบ โดยต้องจ่ายค่าผ่านทาง 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลน้ำมันเป็นบิทคอยน์ "เมื่ออีเมลมาถึงและอิหร่านประเมินเสร็จ เรือจะมีเวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการชำระเงินเป็นบิทคอยน์ เพื่อให้ตามรอยหรืออายัดไม่ได้เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตร" โฆษกรายดังกล่าวกล่าว
ท้ายที่สุดยังมีสัญญาณเตือนที่ต้องระวัง ในอดีตมิจฉาชีพเคยหลอกลวงบริษัทเดินเรือที่ปฏิบัติการในช่องแคบฮอร์มุซด้วยการเรียกร้องเงินคริปโตเพื่อแลกกับการผ่านช่องแคบอย่างปลอดภัยมาแล้ว ไม่ว่าแผนของอิหร่านจะเป็นจริงหรือไม่ ความสับสนระหว่างนโยบายรัฐกับกลโกงของมิจฉาชีพในพื้นที่ความขัดแย้งสูงเช่นนี้ ล้วนเป็นภัยคุกคามที่บริษัทเดินเรือทั่วโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด