xs
xsm
sm
md
lg

Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.72-โมเมนตัมการอ่อนค่ามีกำลังมากขึ้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 32.30-33.00 บาท/ดอลลาร์ และกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.60-32.85 บาท/ดอลลาร์ จากระดับเปิดเช้านี้ (18พ.ค.69)ที่ 32.72 บาทต่อดอลลาร์“อ่อนค่าลงเล็กน้อย”จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ 32.62 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลง ทดสอบโซนแนวต้าน 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 32.55-32.77 บาทต่อดอลลาร์) ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

สำหรับ แนวโน้มเงินบาท เรามองว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) มีกำลังมากขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน หลังการเจรจา Trump-Xi summit กลับไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางและการเจรจาหยุดยิง และแม้ว่า โฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับบรรดานักลงทุนต่างชาติจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า แต่หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง เรามองว่า เงินบาทยังมีความเสี่ยงทยอยอ่อนค่าลง ทดสอบโซนแนวต้าน 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ ได้ไม่ยาก โดยจะมีโซนแนวต้านสำคัญแถว 33.00 บาทต่อดอลลาร์ หากเงินบาทสามารถอ่อนค่าทะลุโซนดังกล่าวได้

และนอกเหนือจาก พัฒนาการของสถานการณ์นะตะวันออกกลางที่จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางเงินบาท เรามองว่า ควรจับตา รายงานผลประกอบการของ Nvidia ที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงินได้ หากรายงานผลประกอบการ (และแนวโน้มผลประกอบการ) ออกมาสดใสดีกว่าคาด อาจทำให้ตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยงต่อ จำกัดการปรับตัวขึ้นของเงินดอลลาร์ได้บ้าง ในทางกลับกัน หากตลาดผิดหวังกับผลประกอบการของ Nvidia จนกลับเข้าสู่ภาวะปิดรับความเสี่ยงชัดเจน

ทั้งนี้ เรามองว่า ควรจับตาการเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น ที่มีโอกาสแข็งค่าขึ้นได้ หากตลาดปิดรับความเสี่ยงหนัก และมีการทยอยปรับสถานะถือครองเงินเยนญี่ปุ่นบ้าง (ลด Net Short JPY ที่มองเงินเยนอ่อนค่า) นอกจากนี้ การอ่อนค่าลงของเงินเยนญี่ปุ่นอีกครั้ง อาจทำให้เราต้องระวัง การเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) โดยทางการญี่ปุ่นและทางการสหรัฐฯ อนึ่ง เราขอเน้นย้ำว่า เงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way Risk พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรระวังความผันผวนของเงินบาทที่อาจยังคงอยู่ในระดับสูง และการใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย เช่น การใช้กลยุทธ์ Options จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้เป็นอย่างดีภายใต้ความผันผวนสูงของตลาดการเงิน

ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาท (USDTHB) ยังคงอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าลง และจะยังคงอยู่ในแนวโน้มดังกล่าว จนกว่าจะสามารถแข็งค่าทะลุโซน 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง ทำให้เงินบาทอาจทยอยอ่อนค่าลงบ้าง หรืออย่างน้อยแกว่งตัว Sideways ในกรอบที่กว้าง

ในส่วนของเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์อาจพอได้แรงหนุนบ้าง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แต่เสี่ยงย่อตัวลงบ้าง หากแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงมีพัฒนาการที่ดีขึ้น รวมถึง ตลาดตอบรับเชิงบวกต่อผลประกอบการของ Nvidia