xs
xsm
sm
md
lg

ไมเคิล เซย์เลอร์ เผยแนวคิด "ขายบิทคอยน์ได้ถ้าจำเป็น" ก่อนหน้านี้ประกาศตัวเป็น "ไม่ขายตลอดกาล"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


ไมเคิล เซย์เลอร์ ให้สัมภาษณ์กับสก็อตต์ เมลเกอร์ ในพอดแคสต์ The Wolf Of All Streets ที่มา: The Wolf Of All Streets
ประธานบริหาร Strategy ส่งสัญญาณพลิกจุดยืน ชี้หากบริษัทประกาศว่าจะ "ไม่ขายบิทคอยน์ตลอดไป" อาจทำให้สินทรัพย์ที่เป็นแกนหลักของบริษัทเสื่อมมูลค่าลง เพราะเจ้าหนี้และเครดิตเรตติ้งจะตั้งคำถามทันทีว่านั่นยังนับเป็นสินทรัพย์จริงหรือไม่ ไมเคิล เซย์เลอร์ย้ำว่าการส่งสัญญาณว่า "ถ้าต้องการ เราขายได้" คือสิ่งสำคัญเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือระยะยาว ขณะที่ชุมชน บิทคอยน์เริ่มถกเถียงกันอย่างดุเดือดในโซเชียลมีเดียว่านี่คือสัญญาณเปลี่ยนทิศหรือเพียงกลยุทธ์บริหารสภาพคล่อง

ไมเคิล เซย์เลอร์ ประธานบริหาร Strategy เปิดเผยผ่านพอดแคสต์ The Wolf Of All Streets ของ สก็อต เมลเกอร์ เผยแพร่ทาง YouTube เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2568 ว่า ที่ตนหยิบยกแนวคิดการขาย บิทคอยน์ขึ้นมาพูดถึงในการประชุมนักลงทุนล่าสุดนั้น ไม่ใช่เพราะบริษัทตั้งใจจะเทขาย แต่เป็นเพราะต้องการปกป้องผลประโยชน์ระยะยาวของสินทรัพย์ตัวนี้เอง

"เราถือบิทคอยน์มูลค่าราว 65,000 ล้านดอลลาร์ ถ้าตลาดคิดว่าเราจะไม่มีวันขายมันเลย เครดิตเรตติ้งก็จะบอกว่า งั้นมันก็ไม่ใช่สินทรัพย์สิ" เซย์เลอร์กล่าว
นอกจากนี้เขาขยายความต่อว่า ในตลาดบิทคอยน์มีสภาพคล่องที่ไม่ผูกติดกับราคาหุ้นหรือเครดิตของ Strategy อยู่ราว 20,000 ถึง 100,000 ล้านดอลลาร์ หากบริษัทประกาศตัดตัวเองออกจากสภาพคล่องดังกล่าวอย่างถาวร ก็เท่ากับบั่นทอนมูลค่าของสินทรัพย์ที่เป็นรากฐาน 98% ของบริษัทด้วยมือตัวเอง

"การส่งสัญญาณว่าถ้าต้องการ เราทำได้นั้น สำคัญมากสำหรับเรา" เซย์เลอร์ระบุ

ก่อนหน้านี้เซย์เลอร์ได้พูดถึงเรื่องนี้ครั้งแรกในการประชุมรายงานผลประกอบการไตรมาสแรก โดยระบุว่าบริษัทอาจขายบิทคอยน์เพื่อ "ฉีดวัคซีน" ให้ตลาดรับมือกับความตื่นตระหนกฉับพลัน หรือเสริมความเชื่อมั่นของบริษัท ซึ่งขัดกับจุดยืน "ไม่ขายตลอดกาล" ที่เขายึดถือมาตลอด

ประโยคนั้นจุดชนวนถกเถียงในชุมชน บิทคอยน์ทันที ซึ่งไซมอน ดิกสัน ซีอีโอของ BnkToTheFuture และนักลงทุนบิทคอยน์ชั้นนำ โพสต์เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 ว่า Strategy "อาจจำเป็นต้องขายบิทคอยน์บางส่วนเมื่อกลุ่มอุตสาหกรรมการเงินบีบราคาตราสารหนี้ที่ใช้บิทคอยน์เป็นหลักประกันและตราสารเงินปันผลต่อเนื่องของบริษัท"

ย้อนกลับไปยุคเฟื่องฟูที่ Strategy เริ่มสะสมบิทคอยน์มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563 ในฐานะสินทรัพย์สำรองหลักของบริษัท โดยตามข้อมูลบนเว็บไซต์ของบริษัทปัจจุบันถือครองอยู่ที่ 818,869 BTC ต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 75,540 ดอลลาร์ต่อเหรียญ

ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีรายงานว่า Strategy ซื้อบิทคอยน์เพิ่มอีก 535 เหรียญ มูลค่ารวม 43 ล้านดอลลาร์ ในช่วงวันที่ 4 ถึง 10 พฤษภาคม 2568 ที่ราคาเฉลี่ย 80,340 ดอลลาร์ต่อเหรียญ

ตัดกลับมาที่ตัวเซย์เลอร์เองที่โพสต์ "Never sell your Bitcoin" บน X อยู่เป็นประจำ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 ได้เปลี่ยนนัยยะของข้อความที่สื่อสารเป็น "ซื้อมากกว่าที่ขาย" นั่นเอง ซึ่งส่งสัญญาณว่าบริษัทได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการถือครองบิทคอยนืในอนาคตอันใกล้นี้