xs
xsm
sm
md
lg

SQ ฐานะร่อแร่ / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



บริษัท สหกลอีควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SQ เป็นบริษัทจดทะเบียนอีกแห่งที่ถูกจับตาขึ้นมาทันที หลังจากตลาดหลักทรัพย์ ฯ สั่งขึ้นเครื่องหมาย SP พักการซื้อขายเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา เนื่องจากผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินไตรมาสแรกปี 2569 โดยมีเหตุผลความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานต่อเนื่องของบริษัท

SQ ชี้แจงว่า กลุ่มบริษัท ฯ มีหนี้สินหมุนเวียนรวมสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียนรวมเป็นจำนวน 2,035 ล้านบาท รวมถึงเงินกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีรวมเป็นจำนวน 637 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ โดยขอขยายเวลาชำระหนี้ให้สอดคล้องกับกระแสเงินสดของบริษัท และจะเร่งสรุปค่าสินไหมทดแทนกับบริษัทประกันภัยเพื่อขอรับเงินชดเชยค่าเสียหายจากเหตุการณ์ดินถล่ม

ซึ่งฝ่ายบริหารบริษัท ฯ เชื่อมั่นว่ามาตรการต่าง ๆ ที่กำลังดำเนินการจะทำให้บริษัทสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง

ตลาดหลักทรัพย์ปลดเครื่องหมาย SP เปิดการซื้อขายหุ้น SQ อีกครั้งวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ ซึ่งราคาหุ้นคงไม่มีความผันผวนมากนัก เพราะหุ้นตกอยู่ในภาวะซบเซามายาวนานแล้ว มูลค่าซื้อขายวันละระดับแสนบาทหรือไม่กี่หมื่นบาท ส่วนราคาเคลื่อนไหวในกรอบแคบระดับ 26-30 บาทมายาวนาน

SQ ดำเนินธุรกิจเหมืองหิน เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือนตุลาคมปี 2559 หรือจดทะเบียนมา 10 ปีพอดี โดยราคาหุ้นซึมลงมาตลอดหลังเข้ามาซื้อขายได้ไม่นาน เพราะผลประกอบการไม่โดดเด่น และขาดทุนต่อเนื่องหลายปีติดต่อ จนฐานะการเงินย่ำแย่ ขาดสภาพคล่อง ผิดนัดชำระหนี้ และถูกตลาดหลักทรัพย์ฯ ขึ้นเครื่องหมาย CB ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายนปี 2568

ภาระหนี้สินพะรุงพะรัง ท่ามกลางผลประกอบการที่ย่ำแย่ ส่งผลต่อความกังวลเกี่ยวกับอนาคตการดำเนินงาน หรือถูกตั้งคำถามถึงกิจการว่าจะไปรอดหรือไม่ การปรับโครงสร้างหนี้จะเจรจากับเจ้าหนี้หุ้นกู้ เจ้าหนี้สถาบันการเงิน และเจ้าหนี้การค้าได้ขนาดไหน

ปัญหาที่สำคัญคือจะหาเงินจากแหล่งไหนมาชำระหนี้ หรือใช้เป็นทุนหมุนเวียนและเสริมสภาพคล่องได้ เพราะการกู้ธนาคารคงไม่ง่าย จะออกหุ้นกู้รุ่นใหม่ นักลงทุนที่ไหนจะซื้อ การเพิ่มทุนยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะราคาหุ้นบนกระดานก็ตกอยู่ในสภาพที่ซบเซาหนัก

ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นั่งเป็นประธานกรรมการและเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ SQ โดยถือหุ้นในสัดส่วน 6.09% ของทุนจดทะเบียน โดยมีผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวน 5,090 ราย ซึ่งแทบทั้งหมดน่าจะติดหุ้นต้นทุนสูง และต้องทนแบกรับขาดทุนมานานหลายปี

แต่การถือโดยคาดหวังการฟื้นตัวในอนาคต ความหวังอาจริบหรี่เต็มที เพราะบริษัทกำลังเผชิญปัญหารุมเร้ารอบด้าน เจ้าหนี้ต่างก็เร่งรัดชำระหนี้คืน ผลประกอบการก็มองไม่เห็นสัญญาณการพลิกกลับสู่การสร้างผลกำไร หุ้นยังตกอยู่ในสภาพตายซาก จะตัดใจขายขาดทุนอาจไม่มีแรงซื้อ

หุ้นขนาดเล็กอีกนับร้อยอาจตกอยู่ในสภาพที่ไม่แตกต่างจาก SQ เท่าไหร่นัก โดยผลประกอบการขาดทุนยับเยินต่อเนื่อง หนี้สินล้นพ้น ราคาหุ้นทรุดลงมากองอยู่กับพื้น มีสภาพตายซากคากระดาน นักลงทุนที่หลงเข้าไปซื้อติดมือไว้ ทำใจก้มหน้ารับชะตากรรมความสูญเสีย

โศกนาฏกรรมบริษัทจดทะเบียนขนาดเล็กในตลาดหุ้นเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น เพราะอีกนับร้อยบริษัทที่ยังเก็บอาการอยู่ แต่สุดท้ายจะเกิดปัญหาฐานะการดำเนินงานเหมือนกับ SQ ซึ่งแม้นักลงทุนจะรู้จุดจบของบริษัทที่ซื้อหุ้นไว้ แต่ก็สายไปหน่อยที่จะขายหุ้นทิ้ง

เพราะหุ้นขนาดเล็กจำนวนหลายร้อยบริษัทลงมานอนแอ้งแม้งติดดินกันยกแผง ขายหุ้นทิ้งคงจะได้แต่เศษเงินเหลือกลับบ้านเท่านั้น เช่นเดียวกับผู้ถือหุ้นรายย่อยกว่า 5 พันคนที่ติดค้างอยู่ในหุ้น SQ