“ภัทรพงศ์” ลงพื้นที่เชียงใหม่ มอบ ทอท. ศึกษารถ Shuttle Bus รับ - ส่งฟรี เชื่อมสนามบินเข้าเมือง เร่งจ่ายเวนคืนรถไฟสายใหม่ เด่นชัย - เชียงของ เร่งขยายถนน 24 โครงการแก้รถติดเพิ่มศักยภาพรองรับการเติบโตด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยว
วันที่ 17 พฤษภาคม 2569 นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจราชการติดตามความคืบหน้าโครงการด้านคมนาคมที่สำคัญในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมขนส่ง เชื่อมโยงภาคเหนือกับภูมิภาคอื่น และประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมด้วยนายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมร่วมคณะ โดยมีนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และผู้บริหารหน่วยงานในพื้นที่ให้การต้อนรับ
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบการบินของภาคเหนือ และของประเทศไทย ซึ่งเชียงใหม่ไม่ได้เป็นเพียงเมืองท่องเที่ยวสำคัญระดับประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ การคมนาคม และการเชื่อมโยงภูมิภาคของภาคเหนือ การเติบโตของปริมาณผู้โดยสาร เที่ยวบิน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวของกับการบิน สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานทางอากาศในสังกัดกระทรวงคมนาคมอย่างใกล้ชิดระหว่าง “ภาคพื้น” และ “ภาคอากาศ” โดยท่าอากาศยานเชียงใหม่ทำหน้าที่เป็นประตูสำคัญของภูมิภาค ขณะที่ศูนย์ควบคุมการบินเชียงใหม่เป็นหัวใจของการบริหารจราจรทางอากาศให้มีความปลอดภัย เป็นระเบียบ และมีประสิทธิภาพ หน่วยงานจึงต้องทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ศึกษาการนำรถ Shuttle Bus ให้บริการรับ - ส่งประชาชนจากท่าอากาศยานเชียงใหม่ เข้าสู่ตัวเมืองตามจุดต่าง ๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่ง นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. รับไปดำเนินการ เพื่อความสะดวกในการเดินทางของประชาชนอย่างไร้รอยต่อ
สำหรับ โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1 ของ ทอท. ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดโครงการ เพื่อเสนอคณะกรรมการนโยบายแผนและวิสาหกิจ ทอท. พิจารณาในด้านความเหมาะสมและความคุ้มค่าของการลงทุนโครงการ โดยจะทำคู่ขนานไปกับการขออนุมัติการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ส่วนความคืบหน้าการศึกษาโครงการท่าอากาศยานล้านนา
ขณะนี้บอร์ด ทอท. มีมติเห็นชอบรายงานการศึกษาความเป็นไปได้ และความคุ้มค่าในการลงทุนโครงการเบื้องต้นแล้วเมื่อเดือนธันวาคม 2568 และได้เสนอกระทรวงคมนาคม และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) พิจารณาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร จะจัดประชุมหารือร่วมกับ ทอท. เพื่อประกอบการพิจารณาผลต่อไป
@ทล.-ทช.กางแผนแก้ปัญหาจราจรเมืองเชียงใหม่ยั่งยืนงบกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ยังได้ติดตามความคืบหน้าโครงการสำคัญของกระทรวงคมนาคม พร้อมรับฟังปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยกรมทางหลวง นำเสนอโครงการแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ 11 โครงการ รวมระยะทาง 38.9 กิโลเมตร ค่าก่อสร้างรวม 7,585.2 ล้านบาท ประกอบด้วย ทางแยกต่างระดับจุดตัด ทล.121 และโครงการขยายถนนเป็น 4 ช่องจราจร ทล.107 และ ทล.1317 โดยมีแผนการพัฒนาโครงข่ายในอนาคตอีก 9 โครงการ ระยะทาง 233.5 กิโลเมตร ค่าก่อสร้างรวม 11,865 ล้านบาท
ของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) อยู่ระหว่างปรับปรุงถนน 4 โครงการ ค่าก่อสร้างรวม 3,514.7 ล้านบาท ในพื้นที่ถนนสาย ชม.3029 - แยก ทล.1006 (3 ตอน) อำเภอเมืองเชียงใหม่และสันกำแพง และทางแยกต่างระดับสันป่าตอง อำเภอสันป่าตอง โดยในอนาคตจะดำเนินการตอนที่ 4 และ 5 บนถนนสาย ชม.3029 - แยก ทล.1006 เพิ่มเติม ซึ่ง ทช. ได้มีการเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณในปี 2570 ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบให้หน่วยงานเร่งรัดติดตามการทำงานของผู้รับเหมาในโครงการที่ยังล่าช้ากว่าแผน เพื่อลดผลกระทบกับพี่น้องประชาชนผู้ใช้เส้นทาง
@รถไฟเด่นชัย-เชียงของ คืบหน้า 62%
สำหรับโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่ สายเด่นชัย - เชียงราย - เชียงของ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ความก้าวหน้างานก่อสร้าง (ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2569) สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย - งาว อยู่ที่ 62% สัญญาที่ 2 ช่วงงาว - เชียงราย อยู่ที่ 65% สัญญาที่ 3 ช่วงเชียงราย – เชียงของ อยู่ที่ 56% ภาพรวมทั้งโครงการก้าวหน้า 62% ช้ากว่าแผนงาน 0.7% สำหรับงานเจาะทะลุอุโมงค์งาว จังหวัดลำปาง คาดว่าจะสามารถเจาะทะลุได้ในเดือนกันยายน 2569 อย่างไรก็ตาม รฟท. อยู่ระหว่างเร่งรัดการทำสัญญาจ่ายเช็คค่าทดแทนงานเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ และขออนุญาตหน่วยงานราชการเจ้าของพื้นที่ เพื่อส่งมอบพื้นที่ให้กับผู้รับจ้างก่อสร้าง ซึ่งคืบหน้าแล้วกว่า 99.16%
ด้านกรมเจ้าท่า (จท.) อยู่ระหว่างดำเนินการ 3 โครงการ ได้แก่ โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำปิง หมู่ 2 บ้านแพะดินแดง ตำบลฮอด อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ วงเงินรวม 61.8 ล้านบาท อยู่ระหว่างกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โครงการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำภายในประเทศ 6 ร่องน้ำ เนื้อดินประมาณ 476,000 ลบ.ม. วงเงินรวม 12.9 ล้านบาท ผลการดำเนินงาน 58.3% และโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แม่น้ำกก หมู่ 4 บ้านห้วยน้ำเย็น ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ วงเงินรวม 43.1 ล้านบาท ผลการดำเนินงาน 23.6%
นอกจากนี้ รมช.คมนาคม ยังได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับจุดตัด ทล.121 ตัด ทล.1317 (แยกสันกลาง) ซึ่งเป็นการพัฒนาโครงข่ายทางหลวง แก้ปัญหาการจราจรติดขัด ที่บริเวณทางแยกจุดตัดบน ทล .121 (วงแหวนรอบ 3 เชียงใหม่) เป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจราจร ช่วยเพิ่ม Capacity รองรับการขยายตัวของเมืองเชียงใหม่ ปัจจุบันก้าวหน้าแล้ว 91.6%
“ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด และกำกับดูแลโครงการต่าง ๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ ควบคู่กับการพัฒนาการให้บริการเพื่อสร้างความประทับใจแก่ผู้โดยสาร และนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง ผลักดันให้ท่าอากาศยานเชียงใหม่มีศักยภาพรองรับการเติบโตด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในอนาคต ผู้ใช้บริการสามารถเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างไร้รอยต่อ ส่งผลให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องประชาชน” นายภัทรพงศ์ กล่าว