สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เดินหน้ากล่าวโทษ บริษัท ไอบีเอส อินเท็นซีฟ จำกัด พร้อมด้วยกฤตพล เพชร์แก้วณา กรรมการผู้รับผิดชอบ ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) หลังตรวจสอบพบว่าทั้งสองฝ่ายร่วมกันประกอบธุรกิจผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และบริหารเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่มีใบอนุญาตตามกฎหมาย ต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2564 โดยอาศัยเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวของกฤตพลเป็นช่องทางชักชวนและระดมเงินจากประชาชน คดีนี้อาจเข้าข่ายโทษทางอาญาหลายกระทง ครอบคลุมทั้ง พ.ร.บ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ และ พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ
ก.ล.ต. กล่าวโทษ บริษัท ไอบีเอส อินเท็นซีฟ จำกัด และกฤตพล เพชร์แก้วณา ต่อ บก.ปอศ. กรณีร่วมกันประกอบธุรกิจผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 16 ต้องระวางโทษตามมาตรา 125 แห่ง พ.ร.บ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และกรณีบริษัทไอบีเอสฯ ประกอบธุรกิจผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนมาตรา 26 ต้องระวางโทษตามมาตรา 66 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561
สองกระทง สองกฎหมาย ผิดซ้อนผิด
จากการตรวจสอบของ ก.ล.ต. พบว่า ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2564 บริษัท ไอบีเอส อินเท็นซีฟ จำกัด ได้ให้บริการหรือแสดงต่อบุคคลทั่วไปว่าจะนำเงินไปลงทุนในสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าและสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีการชักชวนและประชาสัมพันธ์ผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ Kridtapon Petkeawna ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงนักลงทุนรายย่อย การดำเนินการดังกล่าวเข้าข่ายเป็นผู้จัดการเงินทุนทั้งในส่วนของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและสินทรัพย์ดิจิทัล โดยปราศจากใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. แม้แต่ใบเดียว
กรรมการต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว
ในส่วนของกฤตพล เพชร์แก้วณา ก.ล.ต. วินิจฉัยว่าการกระทำของบริษัทไอบีเอสฯ ในกรณีธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น เกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของกฤตพลโดยตรงในฐานะกรรมการผู้รับผิดชอบ กฤตพลจึงต้องรับผิดเป็นการส่วนตัวในฐานะเดียวกับบริษัท ตามมาตรา 94 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ นี่คือบทบัญญัติที่เปิดให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายไล่เบี้ยถึงตัวผู้บริหารได้โดยตรง ไม่ใช่แค่ตัวนิติบุคคล
ก.ล.ต. ย้ำ กล่าวโทษคือจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดสิ้นสุด
ก.ล.ต. ระบุว่าการกล่าวโทษดังกล่าวเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาเท่านั้น ขั้นตอนต่อไปเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ และศาลยุติธรรม ตามลำดับ โดย ก.ล.ต. จะติดตามความคืบหน้าและร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่
เตือนผู้ลงทุน ตรวจสอบก่อนโอนเงิน
ก.ล.ต. ย้ำเตือนประชาชนให้ระวังผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่มีใบอนุญาต เนื่องจากผู้ใช้บริการจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และยังเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง (scam) รวมถึงความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตได้ที่ เว็บไซต์ ก.ล.ต. และแอปพลิเคชัน SEC Check First ส่วนรายชื่อบุคคลที่ไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ตรวจสอบได้ที่ investor alert หากพบเบาะแสพฤติกรรมน่าสงสัย แจ้งได้ที่สายด่วน ก.ล.ต. โทร. 1207