ผู้จัดการรายวัน360- ลุ้นฟุตบอลโลกปีนี้คาดยอดขายทีวีโต 15% ดันตลาดรวมโตแตะ 9-10% โดยเฉพาะกลุ่มพรีเมี่ยมทีวีความต้องการพุ่ง “ซัมซุง” บุกหนัก ปีนี้โชว์เจ๋ง 3 เทคโนโลยีเหนือคู่แข่ง “Vision AI Companion - Glare Free - Micro RGB“ พร้อมเปิดตัวไลน์อัปทีวี “Micro RGB” ครอบคลุมมากขึ้น มั่นใจดันรายได้รวมทีวีโต 5-7%
นายชวพจน์ เทียนทอง ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจภาพและเสียง บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้ซัมซุงเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมทีวีผ่าน 3 เทคโนโลยี คือ Vision AI Companion (VAC), Micro RGB และ Glare Free เพื่อสร้างการรับชมที่ชาญฉลาด สมจริง และตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเปิดตัวไลน์อัป Micro RGB ครั้งแรกในประเทศไทย ที่ครอบคลุมขนาด 55”, 65”, 75”, 85”, 100” และ 115” ด้วยราคาเริ่มต้น 49,990 บาท ถือเป็นก้าวสำคัญในการทำให้เทคโนโลยีจอภาพแห่งอนาคตเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น
สอดคล้องกับทิศทางตลาดทีวีพรีเมียมที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญทั้งคุณภาพของภาพ ไลฟ์สไตล์การใช้งาน และการเชื่อมต่อภายในบ้านมากขึ้น มั่นใจว่าปีนี้ยอดขายทีวีรวมจะเติบโต 5-7% หรือทำยอดขายเป็นอันดับ 2 ให้กับซัมซุง รองจากมือถือได้
ส่วนการนำเสนอเทคโนโลยี Vision AI Companion ในปีนี้ เป็นการพลิกทีวีสู่ AI Companion ที่เข้าใจและตอบโจทย์ผู้ใช้งานแบบเรียลไทม์ ยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานอย่างเป็นธรรมชาติและเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น โดย VAC เข้าใจสิ่งที่กำลังรับชม วิเคราะห์ความสนใจ และแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องขึ้นบนหน้าจอแบบเรียลไทม์ ช่วยให้การใช้งานทีวีลื่นไหลและโต้ตอบได้มากกว่าที่เคย พร้อมเปลี่ยนบทบาทของทีวีจาก “หน้าจอรับชม” สู่ “Entertainment Companion” ที่สามารถเรียนรู้และปรับประสบการณ์ให้เหมาะกับผู้ใช้งานในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างชาญฉลาด
ขณะที่เทคโนโลยี Glare Free เป็นการปลดล็อกศักยภาพให้สมบูรณ์ในทุกสภาพแสง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของซัมซุง ช่วยลดแสงสะท้อนจากสภาพแวดล้อมภายนอก ทั้งแสงแดด หรือแสงไฟภายในห้อง โดยยังคงรักษาความดำสนิทของภาพ คอนทราสต์ที่คมชัด และสีสันที่สมจริงได้เต็มประสิทธิภาพ ช่วยแก้ Pain Point ปัญหาภาพสะท้อนรบกวนสายตา มองเห็นรายละเอียดไม่ชัดในฉากมืด หรือคุณภาพของสีและคอนทราสต์ที่ลดลงเมื่อใช้งานในพื้นที่ที่มีแสงรอบข้างสูง ทำให้ผู้ชมสัมผัสรายละเอียดของภาพ สี และมิติความลึกได้อย่างแม่นยำในทุกสภาพแสง และรับชมได้สบายตามากขึ้น สมจริงใกล้เคียงกับการมองภาพด้วยตาเปล่ามากที่สุด
”การเปิดตัวทีวีรุ่นใหม่ในช่วงนี้ เป็นไปตามไทม์ไลน์ที่วางไว้ แม้ว่าต้นปีจะมีเรื่องสงครามตะวันออกกลาง หรือแม้สถานการณ์เศรษฐกิจอาจจะไม่ค่อยดี แต่มั่นใจว่าจากการที่ปีนี้จะมีมหกรรมการแข่งขันฟุตบอลโลก ตลอดการแข่งขันจะผลักดันให้ตลาดทีวีมียอดขายเพิ่มขึ้น 15% เทียบกับช่วงปกติ รวมถึงช่วงแข่งของ EPL ที่ส่งผลต่อการรับชมแบบสตรีมมิ่งใช้เวลาเพิ่มขึ้น 2 เท่า จากปกติดู 2 ชม. เพิ่มเป็น 4 ชม. ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญให้ตลาดทีวีเติบโต”
โดยเฉพาะกลุ่มพรีเมียมทีวี ทางซัมซุงจึงมุ่งทำตลาดพรีเมี่ยมทีวีเป็นหลัก หลังจากปีก่อนเปิดตัวทีวี Micro RGB ขนาด 115 นิ้ว มูลค่ากว่า 1.29 ล้านบาท ปีนี้จะมีไลน์อัปที่ครอบคลุมมากขึ้น เริ่มตั้งแต่ 55” ด้วยราคาเริ่มต้น 49,990 บาท
นอกจากนี้ ในปี 2569 ซัมซุงยังเตรียมขนทัพไลน์อัปทีวีรุ่นใหม่เพื่อให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น Micro RGB, OLED, Neo QLED, Lifestyle TV, Sound Devices และ Mini LED ซึ่งซัมซุงให้ความสำคัญกับทุกเซกเม้นท์ของทีวี แต่จะแบ่งสัดส่วนรายได้ทีวีออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ 1.วอลลุ่มทีวี 30% หรือราคาต่ำกว่า 3-5 หมื่นบาท 2.พรีเมียมทีวี 70% หรือมีราคามากกว่า 7-8 หมื่นบาทขึ้นไป ซึ่งกลุ่มพรีเมียมทีวีของซัมซุงเติบโต 2 หลัก ส่วนวอลลุ่มทีวีโต 1 หลัก
ขณะที่ตลาดทีวีรวม พบว่า กลุ่มวอลลุ่มทีวีมีสัดส่วน 70% หรือมีราคาต่ำกว่า 15,000 บาท และพรีเมี่ยมทีวีมีสัดส่วน 30% หรือมีราคามากกว่า 2 หมื่นบาทขึ้นไป ซึ่งปีนี้มองว่าตลาดทีวีรวมจะเติบโตไม่เกิน 1 หลัก.