นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(15พ.ค.69)ที่ระดับ 32.44 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง”จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.33 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.30-32.65 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาทยอยอ่อนค่าลงเข้าใกล้โซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 32.30-32.45 บาทต่อดอลลาร์) กดดันโดยการปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ที่ได้แรงหนุนจากการปรับเพิ่มความคาดหวังของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดให้โอกาส 50% ที่ FED อาจขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปีนี้
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สะท้อนภาวะภาคอุตสาหกรรมการผลิต อาทิ ดัชนีภาคการผลิตโดย NY FED (NY FED Empire Manufacturing Index) เดือนพฤษภาคม และยอดผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) เดือนเมษายน
และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามการเจรจา Trump-Xi summit ควบคู่ไปกับการติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง พร้อมทั้งรอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง
แม้ว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทจะมีกำลังมากขึ้น ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์และการปรับตัวลงของราคาทองคำ ซึ่งอาจทำให้เงินบาทอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้ไม่ยาก ทว่า การอ่อนค่าของเงินบาทอาจถูกชะลอลงแถวโซนแนวต้านดังกล่าวได้บ้าง หลังในช่วงนี้ บรรดานักลงทุนต่างชาติได้ทยอยกลับเข้าซื้อหุ้นไทย (แต่ยังคงทยอยขายบอนด์ไทยอยู่) ต่อเนื่องสวนทางกับการประเมินของเราในช่วงต้นสัปดาห์ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดบางส่วน อย่างฝั่งผู้ส่งออกและผู้เล่นที่มีสถานะ Short THB (มองเงินบาทอ่อนค่าลง) อาจรอจังหวะทยอยขายเงินดอลลาร์ หรือขายทำกำไรสถานะ Short THB แถวโซนดังกล่าวได้ และที่สำคัญ หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ได้ทวีความร้อนแรงมากขึ้นในระยะสั้น เรามองว่า การอ่อนค่าของเงินบาท หากสามารถทะลุโซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้ อาจถูกจำกัดไว้ไม่เกินโซน 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นโซนแนวต้านถัดไป