การประกาศผลพิจารณาปรับลดน้ำหนักตลาดหุ้นไทย และหุ้นขนาดใหญ่ที่จะนำเข้าคำนวณในดัชนี MSCI ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา และจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ ปรากฏว่ามีเพียงการถอดและเพิ่มหุ้นกลุ่มขนาดเล็กเข้าคำนวณใน MSCI Global Small Cap Index เท่านั้น ไม่มีการปรับลดน้ำหนักตลาดหุ้นไทยหรือหุ้นขนาดใหญ่ และจุดพลุให้ตลาดหุ้นพุ่งทะยานอย่างร้อนแรงเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
หุ้นขนาดเล็กที่ถูกถอดออกจากการคำนวณดัชนี MSCI มีเพียงหุ้นบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ขณะที่หุ้นบริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG และบริษัท มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT เป็นเพียง 2 หุ้นที่ถูกบรรจุเข้าสู่การคำนวณ
ราคาหุ้น MRDIYT ปรับตัวขึ้นโดดเด่น ขานรับข่าวดี MSCI ประกาศเป็นหุ้นขนาดเล็กตัวใหม่ที่นำเข้าสู่การคำนวณดัชนี แต่หุ้น TFG ดีดตัวขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
การบรรจุหุ้น TFG เข้าสู่การคำนวณใน MSCI Global Small Cap Index เป็นประเด็นที่น่าสนใจ เพราะผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัทจดทะเบียนแห่งนี้มีประวัติด่างพร้อย สะท้อนถึงความไม่เป็นธรรมาภิบาล โดยถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่ง ในความผิดการใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหุ้น (อินไซเดอร์) เมื่อปลายปีที่ผ่านมา
ก.ล.ต. เรียกชำระค่าปรับเป็นจำนวนเงินสูงที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นไทย โดยเรียกชำระค่าปรับกว่า 1 พันล้านบาท เป็นวงเงินสูงสุดรองจากการเรียกค่าปรับอดีตผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AJA และพวกรวม 40 คน ในความผิดร่วมกันปั่นหุ้น โดยเรียกชำระค่าปรับกว่า 2 พันล้านบาท ซึ่งแก๊งปั่นหุ้น AJA ไม่ยอมจ่าย จน ก.ล.ต. ต้องยื่นให้อัยการฟ้อง และคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
ก.ล.ต. ประกาศลงโทษทางแพ่ง นายวินัย เดียวสมบูรณ์กิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TFG และพวกรวม 6 คน ในความผิดการใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหุ้น เรียกชำระค่าปรับรวม 1.1 พันล้านบาท เมื่อปลายปี 2568
การใช้ข้อมูลภายในเอาเปรียบนักลงทุนทั่วไป ถือเป็นพฤติกรรมที่ขัดกับหลักธรรมาภิบาล และนักลงทุนสถาบันหรือกองทุนรวมในประเทศเคยเคลื่อนไหวต่อต้านบริษัทจดทะเบียนที่มีพฤติกรรมเอาเปรียบนักลงทุน โดยออกมาแสดงจุดยืนรณรงค์ไม่ลงทุนในบริษัทนั้น หรือเมื่อลงทุนไว้ก่อนแล้วก็จะไม่ลงทุนเพิ่มหรือทยอยถอนการลงทุน
แต่ Morgan Stanley กลับไม่ให้น้ำหนักกับปัญหาธรรมาภิบาลของ TFG และบรรดากองทุนต่างประเทศจำนวนมากได้เข้ามาถือหุ้น TFG โดย MSCI พิจารณาเพียงว่าหุ้นที่จะนำเข้าคำนวณดัชนีต้องมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) สูงตามเกณฑ์ และมีสภาพคล่อง (Free Float) เพียงพอเท่านั้น โดยไม่คำนึงว่าหุ้นจะมีธรรมาภิบาลหรือไม่
ราคาหุ้น TFG ที่ไม่ตอบรับข่าวดีจากการถูกบรรจุในการคำนวณดัชนี MSCI เนื่องจากก่อนหน้านี้ราคาปรับตัวขึ้นมาแรงต่อเนื่อง จากจุดต่ำสุดในรอบ 12 เดือน ขึ้นไปสูงสุดที่ 11.60 บาท โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ปิดที่ 10.20 บาท
โดยพื้นฐาน TFG เป็นหุ้นที่สามารถลงทุนได้ เพราะจ่ายเงินปันผลในอัตราสูงอย่างสม่ำเสมอ และผลประกอบการหลายปีที่ผ่านมาเติบโตในเกณฑ์ดี เพียงแต่มีตำหนิในพฤติกรรมของอดีตผู้บริหารที่เอาเปรียบนักลงทุนทั่วไป และราคาก็วิ่งมาไกลแล้วเท่านั้น
การใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหุ้น เป็นหนึ่งในความผิดร้ายแรงตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ แต่ Morgan Stanley กลับมองข้ามความผิดใน TFG และชี้นำหุ้นให้บรรจุเข้าสู่การคำนวณดัชนีเสียอีก
มาตรฐานของนักลงทุนสถาบันการลงทุนยักษ์ใหญ่ของโลก บางทีก็มีคำถามในหลักธรรมาภิบาลเหมือนกัน เช่นกรณีการบรรจุหุ้น TFG เข้าสู่การคำนวณดัชนี MSCI