‘บมจ. เซ็ปเป้’ หรือ SAPPE ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ทำรายได้จากการขาย 1,292 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% เติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศ ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 183 ล้านบาท พร้อมรุกทำตลาดต่อเนื่องในไตรมาส 2 รับ High Season ตั้งเป้าเติบโต 15% พร้อมเตรียมสร้างเซอร์ไพรส์ในงาน THAIFEX 2026
นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 (มกราคม – มีนาคม) บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 1,292 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ที่มีรายได้จากการขาย 1,142 ล้านบาท
สะท้อนผลการดำเนินงานที่ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะรายได้จากการขายต่างประเทศ ทำได้ 938 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากการส่งออกไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลก คิดเป็นสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศถึง 73% ของรายได้รวม โดยตลาดที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่น ได้แก่ กลุ่มประเทศในทวีปยุโรป อเมริกา และเอเชีย ซึ่งสามารถชดเชยยอดขายในโซนตะวันออกกลาง (Middle East) ที่ชะลอตัวลงเล็กน้อยจากผลกระทบด้านโลจิสติกส์ในช่วงสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
สำหรับตลาดในประเทศทำรายได้ 354 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 10.6% (YoY) มีสาเหตุหลักจากราคาจำหน่ายของธุรกิจ All Coco ที่ปรับลดตามราคามะพร้าว ขณะที่ธุรกิจหลักใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า ลดลง 0.2% (YoY) บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการสร้างความคึกคักให้กับตลาดเครื่องดื่มอย่างต่อเนื่อง ผ่านการออกสินค้าใหม่ อาทิ เครื่องดื่มผสมวิตามินแบรนด์ B'lue (บลู) 2 รสชาติ ได้แก่ รสแตงโมปั่น (Watermelon Smoothie) และรสโยเกิร์ตเจลลี่ (Yogurt Jelly) และเพรียวผงผักรสแอปเปิ้ลเขียว ที่มีไฟเบอร์ 20,000 มิลลิกรัม มีผงผักรวม 10 ชนิด และคลอโรฟิลล์ ช่วยดีท็อกซ์และดูแลระบบขับถ่าย
ล่าสุดได้เปิดตัวแคมเปญใหม่ของ “เซ็ปเป้ บิวติ” ภายใต้แนวคิด “ดริ้งค์สดชื่น คืนความเริ่ด” ต่อยอดภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ พร้อมสื่อสารกับกลุ่ม Generation Z โดยเฉพาะ ซึ่งทั้งสามแบรนด์ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากกลุ่มลูกค้า ช่วยกระตุ้นยอดขายในประเทศได้เป็นอย่างดี
ด้านกำไรสุทธิอยู่ที่ 183 ล้านบาท ลดลง 18.2%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ที่มีกำไรสุทธิ 224 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากฐานค่าใช้จ่ายในการขาย (Selling Expense) ในช่วงไตรมาส 1/2568 ที่อยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ บริหารจัดการต้นทุนได้ตามแผน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) ที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับราคาวัตถุดิบบางส่วนเริ่มปรับตัวลดลง รวมถึงความสำเร็จของโครงการลดต้นทุนภายในองค์กร ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โครงสร้างต้นทุนมีความเข้มแข็งและพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAPPE กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากการเข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจ โดยตลาดต่างประเทศในทุกภูมิภาคยังมีทิศทางที่เป็นบวกจากการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย การสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง และการผนึกกำลังกับพันธมิตร (Partners) แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อยอดขายในตะวันออกกลางซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 9% ของรายได้รวม แต่บริษัทฯ ยังสามารถบริหารจัดการได้ ขณะที่ความเสี่ยงด้านราคาวัตถุดิบ หากมีการปรับสูงขึ้นในระยะสั้น บริษัทฯ จะบริหารผลกระทบระยะสั้นอย่างระมัดระวัง และจะประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดก่อนพิจารณาปรับราคาตามความเหมาะสมในระยะยาวต่อไป โดยยึดหลักการรักษาความสามารถทางการแข่งขันในตลาดเป็นสำคัญ
“ตลาดต่างประเทศเรากลับมาเติบโตได้ดีตามแผนที่วางไว้ เรายังคงมั่นใจว่าจะสามารถรักษาการเติบโตในปีนี้ ตามเป้าหมายที่ 15% ผ่านการเดินหน้ากลยุทธ์ขยายตลาดต่างประเทศและนวัตกรรมใหม่ๆ นอกจากนี้ ในวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 SAPPE เตรียมจะเข้าร่วมงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์เปิดตัวแคมเปญใหม่ทั้งสำหรับตลาดในไทยและต่างประเทศ ซึ่งมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีและช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ในระดับสากลต่อไป” นางสาวปิยจิต กล่าว