เมื่อเกมธุรกิจไม่เหมือนเดิมในวันที่ต้นทุนน้ำมันยังผันผวน ค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น วัตถุดิบแพงขึ้น และกำลังซื้อของผู้บริโภค ไม่กลับมาเหมือนเดิม สิ่งที่ SME ไทยกำลังเผชิญจึงไม่ใช่เพียง “ช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว” แบบที่ผ่านมา แต่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของโลกธุรกิจที่กำลังบีบให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวเร็วกว่าที่เคย ที่ผ่านมา SME อาจคุ้นชินกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุน เร่งยอดขาย หรือแข่งขัน ด้านราคาแต่ในวันนี้ หลายธุรกิจเริ่มพบว่า แม้จะขายได้ แต่กำไรกลับลดลง ขณะที่ต้นทุนยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนทำให้คำถามสำคัญที่สุดไม่ใช่ “จะโตอย่างไร” แต่กลายเป็น “จะอยู่รอดอย่างไร” ในเกมธุรกิจที่กติกา ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ประเด็นเหล่านี้ถูกหยิบมาถอดบทเรียนในเวที ETDA Live ไลฟ์กำลังดี EP2 I “ทางรอด SMEs GROWTH ในวันที่ต้นทุนไม่เคยรอใคร” ที่สะท้อนภาพความท้าทายของ SME ไทยผ่านมุมมองจากหน่วยงานที่ทำงานกับ SME ไทยโดยตรง ทั้ง คุณมีธรรม ณ ระนอง รองผู้อำนวยการ ETDA, ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการ depa, ว่าที่ ร.อ.ดร.วฤษฎิ์ อินทร์มา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สสว. และ คุณสุชาดา โคตรสิน รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาและสนับสนุน SME D Bank ที่ร่วมกันฉายภาพให้เห็นว่า ปัญหาของ SME วันนี้ไม่ใช่เพียง “ยอดขายตก” อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซ้อนทับกันหลายชั้น และกำลังบีบให้ธุรกิจต้องปรับตัวเร็วกว่าที่เคย
วันที่ SME ไม่ได้สู้แค่เรื่อง “ขายของ”
ในวงเสวนาสะท้อนว่า ภาพที่เกิดขึ้นกับ SME ไทยในเวลานี้ คือการเผชิญแรงกดดันหลายด้านพร้อมกัน ทั้งเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน ต้นทุนวัตถุดิบ รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็วขึ้นกว่าที่ธุรกิจจำนวนมากจะปรับตัวทัน หลายธุรกิจเริ่มพบว่า การแข่งขันไม่ได้วัดกันแค่คุณภาพสินค้าอีกต่อไป แต่รวมถึงความเร็วในการปรับตัว ความสามารถในการควบคุมต้นทุน และการเข้าถึงลูกค้า ในโลกดิจิทัลด้วย โดยเฉพาะ SME ที่มีทรัพยากรจำกัด ยิ่งได้รับผลกระทบมากกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ เพราะทุกต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ล้วนกระทบต่อกำไรโดยตรง
ขณะเดียวกัน Pain Point ของ SME แต่ละกลุ่มก็แตกต่างกัน ธุรกิจขนาดเล็กมาก (Micro) มักติดปัญหาเรื่องช่องทางการขายและการเข้าถึงลูกค้า ธุรกิจขนาดเล็กเริ่มเจอข้อจำกัดด้านการบริหารจัดการและประสิทธิภาพการผลิต ส่วนธุรกิจที่กำลังเติบโตกลับเผชิญโจทย์ใหญ่เรื่องการปรับองค์กร การบริหารคน และการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ยุคดิจิทัล สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า ปัญหาของ SME วันนี้ ไม่ใช่เพียงเรื่อง “ขายของยาก” แต่คือการต้องรับมือกับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนไปทั้งระบบ
SME ไทยไม่ได้หนีดิจิทัล แต่ยัง “ไปไม่สุด”
หลายปีที่ผ่านมา คำว่า Digital Transformation จะถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง และในความเป็นจริง SME ไทยจำนวนมากไม่ได้ปฏิเสธดิจิทัลอีกต่อไป ตรงกันข้าม ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เริ่มพยายามปรับตัว และนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้มากขึ้น เพราะผลสำรวจ Digital Maturity ของ SME ไทย รวมถึงข้อมูลจากการลงพื้นที่จริงของ ETDA ในหลายจังหวัด สะท้อนชัดว่า ผู้ประกอบการจำนวนมากเริ่มใช้เครื่องมือดิจิทัลแล้ว ทั้งการขายออนไลน์ การใช้แพลตฟอร์ม การทำโฆษณา หรือระบบจัดการร้านค้า แต่ปัญหาสำคัญคือ หลายธุรกิจยัง “ไม่เห็นผลลัพธ์จริง” หรือพูดให้เข้าใจง่าย คือ ยังไม่ใช่ในระดับที่สร้างผลกระทบในระดับ Core Business ที่จะนำไปสู่การเติบโตทางธุรกิจในระยะยาวนั่นเอง
สาเหตุสำคัญไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่อยู่ที่ “การใช้ไม่เชื่อมกัน” หลายรายใช้ดิจิทัลแบบแยกส่วนใช้หลายแพลตฟอร์มแต่ข้อมูลไม่เชื่อมโยงกัน บางธุรกิจลงทุนซื้อระบบโดยยังไม่เข้าใจปัญหาของตัวเองอย่างแท้จริง ขณะที่ บางรายมองเทคโนโลยีเป็น “ต้นทุน” มากกว่า “การลงทุน” จึงไม่กล้าปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานอย่างจริงจัง และข้อมูลที่น่าสนใจจากการลงพื้นที่ของ ETDA ยังพบข้อจำกัดที่คล้ายกันในหลายภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นระบบบัญชีที่ไม่เป็นมาตรฐาน การไม่มีข้อมูลลูกค้าอย่างเป็นระบบ การขาดบุคลากรที่เข้าใจดิจิทัล หรือแม้แต่การไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นใช้จากตรงไหนก่อน รวมไปถึงประเด็นเรื่องเงินทุน สิ่งเหล่านี้กลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ SME แม้จะเริ่มใช้ดิจิทัลแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถ Transform ให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจได้
ปัญหาที่อันตรายที่สุด อาจไม่ใช่ยอดขายตก
เมื่อพูดถึงวิกฤต SME หลายคนมักนึกถึงยอดขายที่ลดลงก่อนเป็นอันดับแรก แต่ผู้เชี่ยวชาญในเวทีนี้เผยว่า ในความเป็นจริง ยังมี “ต้นทุนเงียบ” อีกหลายด้านที่กำลังกระทบธุรกิจระยะยาวโดยที่ผู้ประกอบการอาจไม่รู้ตัวธุรกิจจำนวนไม่น้อยกำลังเผชิญภาวะ “ขายดีแต่กำไรหาย” เพราะต้นทุนแฝงในระบบสูงเกินไป ทั้งค่าขนส่ง ของเสียจากกระบวนการผลิต การจัดการสต๊อกที่ไม่มีประสิทธิภาพ หรือการตั้งราคาที่ไม่สะท้อนต้นทุนจริง อีกปัญหาสำคัญคือ “การไม่มีข้อมูล” หลายธุรกิจไม่รู้ว่าลูกค้าคือใคร ลูกค้ามาจากช่องทางไหน หรืออะไรคือสินค้าที่สร้างกำไรจริง ส่งผลให้การตลาดไม่มีประสิทธิภาพ ใช้งบเพิ่มแต่ยอดขายไม่เติบโตเท่าที่ควร ขณะเดียวกัน SME จำนวนมากยังใช้ดิจิทัลแบบแยกส่วน ทำให้เกิดการทำงานซ้ำซ้อน และเพิ่มต้นทุนโดยไม่จำเป็น ที่สำคัญคือ เมื่อระบบบัญชีไม่ชัดเจน ธุรกิจก็ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ง่าย กลายเป็นปัญหาลูกโซ่ที่ยิ่งทำให้การเติบโตยากขึ้น สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า ปัญหาที่แท้จริงของ SME บางครั้งอาจไม่ใช่ “ขายไม่ได้” แต่คือ “ระบบธุรกิจไม่พร้อมจะโต”
จาก Pain Point สู่โอกาส : เมื่อดิจิทัลกลายเป็น “วิธีคิดใหม่”
แม้หลายธุรกิจจะยังติดอยู่กับข้อจำกัดเดิม แต่ก็เริ่มเห็น SME อีกกลุ่มที่สามารถ “พลิกเกม” ได้สำเร็จ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด อย่าง ภาคการเกษตร เปลี่ยนจากการคาดเดามาเป็นการใช้ข้อมูล ด้วยระบบ Smart Farming ที่ใช้เซนเซอร์ควบคุมการให้น้ำและปุ๋ยอย่างแม่นยำ รวมถึงการใช้ โดรน เพื่อลดค่าแรงและประหยัดเวลา หรือใน ธุรกิจร้านอาหาร ที่ใช้ ระบบ POS และการจัดการสต็อกดิจิทัลมาเปลี่ยน 'ของเสีย (Waste)' ให้กลายเป็นกำไร ด้วยการวิเคราะห์วัตถุดิบที่ค้างสต็อกเพื่อลดการสั่งซื้อซ้ำซ้อน" และกลุ่มท่องเที่ยวและการบริการ นำ DATA หรือข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เพื่อทำโปรโมชันให้ตรงจุด (Personalized Marketing) แทนการหว่านงบการตลาดแบบเดิม
โดยจุดต่างสำคัญไม่ได้อยู่ที่ใครมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่า แต่อยู่ที่ใครเข้าใจธุรกิจของตัวเองมากกว่า ธุรกิจที่เริ่มปรับตัวได้ มักเริ่มจากการกลับมามองระบบภายในอย่างจริงจัง วิเคราะห์ต้นทุน เข้าใจพฤติกรรมลูกค้า และเลือกใช้เทคโนโลยีเฉพาะจุดที่สร้างผลกระทบได้จริง ไม่ได้เริ่มจากการลงทุนใหญ่ แต่เริ่มจากการแก้ Pain Point ที่ชัดที่สุดก่อน ดังนั้น ในโลกธุรกิจปัจจุบัน ดิจิทัลจึงอาจไม่ใช่ “ทางลัดสู่ความสำเร็จ” เสมอไป แต่กลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่ทุกธุรกิจจำเป็นต้องมี หากต้องการอยู่รอดในระยะยาว เพราะความได้เปรียบใหม่ของธุรกิจ ไม่ได้อยู่ที่ใครมีทุนมากกว่า แต่อยู่ที่ใครปรับตัวได้เร็วกว่า เข้าใจลูกค้าได้ลึกกว่า และใช้ข้อมูลในการตัดสินใจได้แม่นยำกว่านั่นเอง
SMEs Growth : จากโครงการรัฐ สู่กลไกช่วย SME “ปิด Gap”
จากข้อจำกัดทั้งหมดจึงเป็นที่มาของโครงการ “SMEs Growth” ของ ETDA ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยตั้งใจพัฒนาให้เป็นมากกว่าโครงการอบรมหรือกิจกรรมสนับสนุนทั่วไป แต่เป็น “กลไกเชื่อมโอกาส” ที่ช่วยให้ SME ไทยสามารถก้าวผ่าน Gap สำคัญที่กำลังเผชิญ ทั้งด้านดิจิทัล ความรู้ เงินทุน และโอกาสทางธุรกิจในโลกยุคใหม่ โดยจุดเด่นสำคัญของโครงการนี้ คือ การทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์หลายหน่วยงาน เพื่อนำจุดแข็งของแต่ละองค์กรมาเชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านเทคโนโลยี มาตรฐานดิจิทัล การพัฒนาศักยภาพธุรกิจ การสนับสนุนด้านเงินทุน สิทธิประโยชน์ รวมถึงเครือข่ายทางธุรกิจ เพื่อช่วยให้ SME สามารถเข้าถึงเครื่องมือที่เหมาะกับตัวเองได้จริง มากกว่าการใช้แนวทางแบบ “หนึ่งสูตรสำหรับทุกธุรกิจ”
เพราะ ETDA มองว่า Pain Point ของ SME ในแต่ละพื้นที่และแต่ละอุตสาหกรรมแตกต่างกัน บางธุรกิจติดเรื่องต้นทุน บางรายขาดทักษะด้านดิจิทัล ขณะที่บางกลุ่มมีศักยภาพในการเติบโต แต่ยังไม่มีระบบหรือองค์ความรู้ที่ช่วยให้ขยายธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสนับสนุน SME จึงไม่สามารถใช้วิธีคิดแบบเดิมได้อีกต่อไป แต่ต้องเริ่มจากการเข้าใจ “บริบทจริง” ของผู้ประกอบการแต่ละกลุ่ม
ด้วยเหตุนี้ ในปี 2026 โครงการ SMEs Growth จึงขยายการทำงานเชิงพื้นที่ลงสู่ 4 ภูมิภาค 16 จังหวัด เพื่อเข้าไปทำความเข้าใจข้อจำกัดและ Pain Point ของ SME ในพื้นที่จริงอย่างใกล้ชิด เพราะการเปลี่ยนผ่านธุรกิจในวันนี้ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการให้ความรู้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีทั้งเครื่องมือ เครือข่าย พาร์ทเนอร์ และโอกาสที่ช่วยให้ผู้ประกอบการ “เริ่มต้นได้จริง” และนำไปต่อยอดได้จริงในธุรกิจของตัวเองเพราะโครงการ SMEs Growth ของ ETDA ไม่ได้มองเป้าหมายเพียงการช่วยให้ SME “อยู่รอด” ในระยะสั้น แต่กำลังทำหน้าที่เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยให้ SME ไทย “พร้อมแข่งขัน” ในระยะยาว ผ่านการยกระดับทั้งวิธีคิด กระบวนการทำงาน และความสามารถในการใช้ดิจิทัลให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างแท้จริง
บทสรุปบนเวทีนี้ เห็นตรงกันว่า ก้าวแรกที่สำคัญที่สุดของ SME จึงอาจไม่ใช่การเปลี่ยนทั้งองค์กรในทันที แต่คือการ “กลับมาเข้าใจธุรกิจตัวเอง” ให้ลึกพอ เริ่มจากการมองเห็น Pain Point ที่แท้จริง วิเคราะห์ต้นทุนที่ซ่อนอยู่ สำรวจว่ากระบวนการใดกำลังสร้างภาระโดยไม่จำเป็น และเข้าใจว่าลูกค้าของตัวเองต้องการอะไรจริงๆ เมื่อเห็นปัญหาชัด ธุรกิจจะเริ่มมองเห็นว่า ควรใช้ดิจิทัลตรงจุดไหน ควรลงทุนอะไรก่อน และอะไรคือเรื่องที่ต้องรีบปรับทันที เพราะในโลกธุรกิจวันนี้ ความสำเร็จไม่ได้วัดจากการเปลี่ยนเร็วที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่คือการ “เปลี่ยนได้ตรงจุดที่สุด” และในวันที่ทุกอย่างแข่งขันกันด้วยความเร็ว ความได้เปรียบอาจไม่ได้อยู่ที่ใครมีทุนมากกว่า แต่อยู่ที่ใครเริ่มเข้าใจตัวเองก่อน และกล้าปรับตัวก่อนคนอื่น นั่นเอง- ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ ETDA Thailand
* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด* * *