xs
xsm
sm
md
lg

เหลือจะเชื่อแต่มีจริง!! Claude AI กู้คืนบิทคอยน์ 11 ล้านบาทสำเร็จ หลังนักเทรดลืมรหัสผ่านวอลเล็ตนาน 10 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ปฏิวัติวงการคริปโตเคอร์เรนซี เมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กลายเป็นกุญแจไขขุมทรัพย์ดิจิทัลที่สาบสูญ! ชายหนุ่มนิรนามแชร์ประสบการณ์ระทึกผ่าน X เผยเบื้องหลังภารกิจกู้ชีพ "บิทคอยน์" 5 เหรียญ มูลค่ากว่า 3.2 แสนดอลลาร์ (ราว 11 ล้านบาท) ที่เก็บลืมอยู่ในวอลเล็ตมานานกว่าสิบปี หลังลืมรหัสผ่านสุดซับซ้อน โดยใช้ AI อย่าง 'Claude' เข้ามาช่วยงมเข็มในมหาสมุทรข้อมูลกว่า 1 GB จากสารพัดอุปกรณ์เก่า เจาะลึกกระบวนการกู้คืนสุดหิน ตั้งแต่การใช้เครื่องมือ Brute-force สุ่มรหัสผ่านนับล้านล้านครั้ง ไปจนถึงการแกะรอยเบาะแสจากสมุดจดสมัยเรียน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ถึงบทบาทที่แท้จริงของ AI งานนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการกู้คืนความมั่งคั่งที่สูญหาย หรือเป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญ

นับเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับวงการสินทรัพย์ดิจิทัล เมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทวงคืนความมั่งคั่งที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา เรื่องราวสุดระทึกนี้ถูกเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์ม X (อดีตทวิตเตอร์) และกลายเป็นกระแสไวรัลอย่างรวดเร็ว เมื่อนักลงทุนคริปโตเคอร์เรนซีนิรนามรายหนึ่ง อ้างว่าตนสามารถกอบกู้ "บิทคอยน์" จำนวน 5 เหรียญ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าสูงถึงประมาณ 320,000 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 11.5 ล้านบาท) กลับคืนมาได้สำเร็จ หลังจากที่สูญเสียการเข้าถึงวอลเล็ตดังกล่าวไปนานกว่าสิบปี โดยมีกุญแจสำคัญคือ ‘Claude’ แชตบอต AI อัจฉริยะจากค่าย Anthropic

จากการให้สัมภาษณ์พิเศษกับสื่อ MTS เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผู้ใช้นามแฝง Cprkrn ได้เปิดเผยถึงต้นตอของปัญหาว่า ในอดีตเขาได้สร้างรหัสผ่านที่มีความซับซ้อนระดับสูงมากบนเว็บไซต์ blockchain.info และโชคร้ายที่เขากลับลืม 1 ใน 3 ของรหัสผ่านนั้นไป หลังจากที่มีการเปลี่ยนรหัสเมื่อหลายปีก่อน ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยนี้ นำไปสู่การถูกตัดขาดจากสินทรัพย์ของตนเองอย่างสิ้นเชิง

ตลอดระยะเวลา 8 สัปดาห์แห่งความพยายาม Cprkrn เผยว่าเขาได้พึ่งพาพลังของ AI ในการใช้เทคนิค "Brute-force" หรือการสุ่มเดารหัสผ่านเพื่อเจาะระบบ โดยทำการทดสอบรหัสผ่านไปแล้วกว่าล้านล้านรูปแบบ แต่ผลลัพธ์กลับว่างเปล่า

ที่มา : Cprkrn ใน X
ทว่า ใน "ความพยายามเฮือกสุดท้าย" เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา Cprkrn ตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์ เขาได้รวบรวมเบาะแสเก่าๆ ทั้งหมดเท่าที่จะหาได้ ไม่ว่าจะเป็นสมุดจดบันทึกสมัยเรียนมหาวิทยาลัย รวมถึงแล็ปท็อปเครื่องเก่า นำมาป้อนข้อมูลให้ Claude ช่วยวิเคราะห์ และความพยายามก็สัมฤทธิ์ผล เมื่อ AI สามารถช่วยให้เขาค้นพบรหัสผ่านเก่า และไฟล์สำรองข้อมูลวอลเล็ต (Wallet Backup File) ที่มีความสำคัญยิ่งยวด ซึ่งเชื่อมโยงกับรหัสผ่านดังกล่าว นำไปสู่การปลดล็อกและเข้าถึงกระเป๋าเงินบิทคอยน์ได้ในท้ายที่สุด

ทั้งนี้ ข้อมูลเชิงสถิติจากรายงานอุตสาหกรรมชี้ให้เห็นถึงความสูญเสียมหาศาลในโลกคริปโตเคอร์เรนซี โดยประเมินว่าปัจจุบันมีบิทคอยน์จำนวนระหว่าง 2.3 ล้าน ถึง 4 ล้านเหรียญ ที่ตกอยู่ในสภาวะไม่สามารถเข้าถึงได้ หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 11% ถึง 19% ของปริมาณอุปทานสูงสุดของบิทคอยน์ทั้งหมด สาเหตุหลักมาจากปัญหาการลืมหรือสูญหายของวลีกู้คืน (Seed Phrase), การเผาเหรียญ (Burned Coins) หรือปัจจัยอื่นๆ วิกฤตการณ์นี้ถึงขั้นก่อให้เกิดธุรกิจเฉพาะทางที่มุ่งเน้นการให้บริการกู้คืนเหรียญที่สูญหายแก่นักลงทุนเลยทีเดียว

ผ่ากระบวนการกู้ชีพเมื่อ Claude กลายเป็นนักสืบไซเบอร์

ภารกิจตามล่าหาวลีกู้คืนของ Cprkrn กินระยะเวลายาวนานถึง 8 สัปดาห์ โดยมี Claude รับบทเป็นผู้ช่วยค้นหาข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วน ครอบคลุมอุปกรณ์และแหล่งเก็บข้อมูลหลากหลายประเภท ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ Mac 2 เครื่อง, ฮาร์ดไดรฟ์ภายนอก 2 ลูก, ข้อมูลที่ส่งออกจากแอปพลิเคชัน Apple Notes, อีเมลใน iCloud Mail และ Gmail รวมถึงข้อความในแพลตฟอร์ม X รวมปริมาณข้อมูลที่ต้องประมวลผลสูงกว่า 1 กิกะไบต์

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ Claude ได้สแกนข้อมูลจากคอมพิวเตอร์สมัยเรียนของ Cprkrn และค้นพบ "ไฟล์สำรองข้อมูลวอลเล็ต" ซึ่งถูกสร้างขึ้นตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2562

จากจุดนั้น Cprkrn ภายใต้การสนับสนุนของ Claude สามารถถอดรหัสไฟล์ดังกล่าวได้สำเร็จ โดยใช้รหัสผ่านที่ได้เบาะแสมาจากหลักช่วยจำในสมุดจดบันทึก นำไปสู่การค้นพบวลีกู้คืนสำหรับวอลเล็ตบิทคอยน์ที่เก็บลืมหลับใหลมาอย่างยาวนาน

แม้ว่า Cprkrn จะไม่ได้เปิดเผยหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เห็นกระบวนการทำงานของ Claude ขณะค้นหาข้อมูลในอุปกรณ์ แต่เขาได้แนบลิงก์จากระบบตรวจสอบธุรกรรมบิทคอยน์ (Bitcoin Explorer) ของ Blockchain.com ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีการโอนย้ายบิทคอยน์จำนวนประมาณ 5 เหรียญ ออกจากวอลเล็ตที่มีที่อยู่ขึ้นต้นด้วย "14VJy…ofuE6" ผ่านการทำธุรกรรมจำนวน 5 รายการ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ที่น่าสนใจคือ ก่อนหน้าที่จะเกิดการทำธุรกรรมเหล่านี้ เหรียญบิทคอยน์ดังกล่าวถูกทิ้งไว้ในสภาพนิ่งสนิทมาตั้งแต่ช่วงต้นปี พ.ศ. 2558

ที่มา : Cprkrn ใน X
เบื้องหลังความสำเร็จการสุ่มรหัสผ่าน 3.5 ล้านล้านครั้ง ด้วยงบเพียง 15 ดอลลาร์

ก่อนที่จะพบกับความสำเร็จ ภารกิจกู้คืนนี้ต้องผ่านความล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วน Claude ได้ทดลองใช้เครื่องมือ 'BTCRecover' ซึ่งเป็นโปรแกรมโอเพนซอร์สสำหรับการกู้คืนรหัสผ่าน ผนวกกับการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Python เพื่อสุ่มรหัสผ่าน (Brute force) กว่า 34,000 ล้านรูปแบบ แต่ก็ไม่เป็นผล

นอกจากนี้ Claude ยังได้ปรับเปลี่ยนเครื่องมือ โดยหันไปใช้โปรแกรมกู้คืนรหัสผ่านขั้นสูงอย่าง 'Hashcat' เพื่อทดสอบรหัสผ่านเพิ่มเติมอีกกว่า 3.4 ล้านล้านรูปแบบ ทว่าก็ยังคงคว้าน้ำเหลว

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่น่าทึ่งจากสรุปรายงานการกู้คืนของ Claude ระบุว่า กระบวนการค้นหาและทดสอบรหัสผ่านอันมหาศาลนี้ ใช้งบประมาณสำหรับพลังการประมวลผลของ AI ไปเพียงแค่ 15 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

อย่างไรก็ดีท่ามกลางกระแสความชื่นชม ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสมาชิกบางส่วนในชุมชนคริปโตเคอร์เรนซี ที่มองว่า Cprkrn อาจกล่าวเกินจริงถึงบทบาทของ Claude ในภารกิจครั้งนี้ โดยแย้งว่า AI ทำหน้าที่เพียงแค่ "ช่วยค้นหา" ไฟล์ข้อมูลเท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นผู้ "เจาะรหัส" วอลเล็ตได้เองตามที่ Cprkrn พยายามสื่อ

ผู้ใช้งานบัญชี MeteorSwarmGallifrey ได้แสดงความคิดเห็นในเว็บบอร์ดเทคโนโลยีของ Reddit ไว้อย่างน่าสนใจว่า “Claude ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากการสแกนค้นหาไฟล์ข้อมูลของเขา” พร้อมย้ำว่า บทบาทของ Claude ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่ “น่าทึ่งหรือเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่อะไร”