สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) พร้อมด้วยอีก 9 สมาคมภาคอุตสาหกรรมไทยที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ ชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีพลังงาน ซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 1,500 ราย ร่วมลงนามแถลงการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายเร่งด่วนต่อรัฐบาล หวังปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่กำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่จากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
พิธีลงนามจัดขึ้นภายในงาน Thai Subcon Activity Zone Hall 104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยตัวแทนทั้ง 10 สมาคมสะท้อนความกังวลร่วมกันว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเข้าสู่ “ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ” หลังผู้ผลิตรถยนต์หลายค่ายเริ่มหันไปนำเข้ารถ EV สำเร็จรูปจากจีน ภายใต้สิทธิประโยชน์ภาษี 0% แทนการลงทุนผลิตในประเทศ
ภาคเอกชนเตือนว่า แนวโน้มดังกล่าวกำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยที่สูญเสียคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง เสี่ยงทำให้ห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศอ่อนแอลง และอาจนำไปสู่ภาวะ “หน้าผาอุตสาหกรรม” ในปี 2570 ซึ่งเป็นช่วงสิ้นสุดมาตรการสนับสนุน EV 3.5 ที่จะไม่มีเงื่อนไขบังคับผลิตชดเชยในประเทศอีกต่อไป
ทั้งนี้ กลุ่มสมาคมได้เสนอ “8 มาตรการฉุกเฉิน” ต่อรัฐบาล อาทิ การปฏิรูปภาษีสรรพสามิตเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผลิตในประเทศ การยกระดับ Local Content การส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนร่วมจากผู้ผลิตไทย การเข้มงวดมาตรการ BOI การคุมถิ่นกำเนิดสินค้า ไปจนถึงการผลักดันการถ่ายทอดเทคโนโลยีและมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูง เพื่อรักษาความสามารถการแข่งขันของไทยในระยะยาว
นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ระบุว่า ข้อเสนอทั้งหมดไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อกีดกันรถยนต์ไฟฟ้านำเข้า หรือผลักภาระให้ผู้บริโภค แต่ต้องการสร้าง “การแข่งขันที่เป็นธรรม” ระหว่างผู้ประกอบการที่ลงทุนและผลิตจริงในประเทศไทย กับผู้ที่เน้นนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปโดยไม่สร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ
“นี่ไม่ใช่การต่อต้านการค้าเสรี แต่คือการรักษาสมดุลทางเศรษฐกิจ และปกป้องอนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไม่ให้สูญเสียความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว” นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าว