xs
xsm
sm
md
lg

กรุงศรียืนเป้าสินเชื่อรายใหญ่โต2-4%-เล็งกลุ่มเฮลธ์แคร์-พลังงาน-ดาต้าเซ็นเตอร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นายประกอบ เพียรเจริญ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)(BAY)เปิดเผยว่า ในปีนี้กลุ่มธุรกิจรายใหญ่ตั้งเป้าหมายสินเชื่อรวมเติบโต 2-4% จากในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาหดตัวเล็กน้อย โดยในไตรมาส 2 เริ่มเห็นการขยับฟื้น ซึ่งมองว่ากลุ่มที่ยังเติบโตได้ก็จะเป็น Health Care, พลังงาน ,Data Center เป็นต้น ส่วนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ก็จะเป็นกลุ่ม Export เป็นต้น ขณะที่สินเชื่อเพื่อความยั่งยืน(ESG)ยังคงเติบโตได้ดี และได้มีการปรับเป้าหมายสินเชื่อเพิ่มจาก 250,000 ล้านบาท เป็น 350,000 ล้านบาทโดยส่วนใหญ่จะได้รับแรงขับเคลื่อนจากลูกค้ารายใหญ่ที่ยังมีเข้าเรื่อยๆส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนภาครัฐด้วย ขณะที่ลูกค้ารายกลางส่วนใหญ่จะยังเก็บสภาพคล่องไว้รองรับความไม่แน่นอนในอนาคตก่อน ซึ่งจากการที่สินเชื่อเพื่อความยั่งยืนที่โตได้ต่อเนื่องก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายสินเชื่อรวมของเราด้วย

ด้านคุณภาพหนี้นั้น ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม ธนาคารจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในไตรมาสที่ 2 ที่จะเห็นถึงผลกระทบจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ชัดเจนขึ้น และผลกระทบจะยืดเยื้อต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 3-4 หรือไม่ ขณะเดียวกัน ก็จะมีการหารือกับลูกค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถปรับตัวให้เข้ากับบริบทใหม่ให้ได้

สำหรับงานด้านวาณิชธนกิจนั้น ยังมีความท้าทาย จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตึงเครียดตะวันออกกลาง ทำให้การระดมทุน และ การออกหุ้นกู้ อาจจะมีการชะลอตัวไปบ้าง แต่มองว่า ลูกค้ายังมีความสนใจที่ต้องการระดมทุน เช่น การออกหุ้นกู้มีกลุ่มลูกค้าที่สนใจออกหุ้นกู้ ESG เพิ่มมากขึ้น ซึ่งในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ธนาคารมีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 49% ของตลาดหุ้นกู้ ESG รวม 25,000 ล้านบาท แม้ว่าในภาพรวมตลาดหุ้นกู้ดังกล่าวจะติดลบ 6% ในช่วง 4 เดือนแรก

ส่วนธุรกิจที่ปรึกษาในเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก(IPO)เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นั้น ยังมีลูกค้าสนใจเข้ามา แต่ก็ต้องขึ้นกับภาวะตลาดฯที่ยังมีความผันผวน ทำให้ลูกค้าชะลอเพื่อรอดูสถานการณ์ แต่มองว่าในช่วงปลายปีนี้น่าจะเห็นภาพที่ชัดเจนและสามารถตัดสินใจได้ โดยดีล IPO ส่วนใหญ่จะเป็นการจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาฯ (REITs) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับลูกค้า

"ในด้านวาณิชธนกิจธนาคารมีแนวทางเดินหน้าบทบาทสำคัญในการให้คำปรึกษาด้านการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ(Rating Advisory) ให้กับบริษัทชั้นนำในประเทศไทยจนประสบความสำเร็จ สะท้อนความเชี่ยวชาญในการสนับสนุนลูกค้าทั้งในด้านตลาดทุนและการบริหารโครงสร้างทางการเงินอย่างครบวงจร"
นายประกอบกล่าวอีกว่า ทิศทางของกลุ่มงานลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจในปีนี้ คือการมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือ Value Creation ควบคู่ไปกับการเติบโตทางธุรกิจ พร้อมยกระดับบทบาทการเป็น ‘Trusted Partner’ เพื่อร่วมขับเคลื่อนความสำเร็จของลูกค้า ภาคอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว โดยกรุงศรีทำหน้าที่เป็น ‘Enabler’ ที่จะช่วยสนับสนุนลูกค้าให้สามารถเปลี่ยนผ่านท่ามกลางความท้าทายด้าน ESG ไปสู่โอกาสใหม่ในระดับสากล ผ่านความเชี่ยวชาญของกรุงศรี เครือข่าย MUFG และพลังความร่วมมือภายในกลุ่มกรุงศรี (ONE Krungsri) เพื่อพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ภายใต้แนวคิดดังกล่าวจะขับเคลื่อนผ่าน 4 แนวทางหลัก ประกอบด้วย 1.การนำเสนอโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์แบบครบวงจร ครอบคลุมทั้ง Financing Solutions และ Sustainable Finance 2. การต่อยอดโอกาสทางธุรกิจของลูกค้าผ่านความร่วมมือกับ MUFG เพื่อสนับสนุนลูกค้าอย่างรอบด้าน-ครอบคลุม 3. การให้คำปรึกษาและสนับสนุนธุรกรรมทางการเงินอย่างครบวงจร โดยทำงานร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ตลอดจนเครือข่ายระดับโลกของ MUFG และธนาคารพันธมิตรในภูมิภาคอาเซียน และ4. การยกระดับศักยภาพธุรกิจของลูกค้าผ่านดิจิทัลโซลูชัน ที่ออกแบบเฉพาะตามความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรม