xs
xsm
sm
md
lg

TTAโกยรายได้งวดนี้ทะลุ 6 พันล้านบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



"โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์" แจ้งผลงานไตรมาสแรกปีนี้มีรายได้ 6,087.4 ล้านบาท และผลกำไรสุทธิ 200.8 ล้านบาท ผลดีจากกลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือมีกำไรสุทธิแข็งแกร่งที่ 400.9 ล้านบาท รับแรงสนับสนุนจากอัตราค่าระวางเรือเทียบเท่าเฉลี่ยที่ 14,108 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน และมีต้นทุนการดำเนินงาน (OPEX) อยู่ในระดับต่ำที่ 4,708 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ส่วนกลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง ยังคงดำเนินงานได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างมั่นคง ท่ามกลางความผันผวนของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และราคาวัตถุดิบโลก

นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA แจ้งผลงานไตรมาสแรก มีรายได้ 6,087.4 ล้านบาท และผลกำไรสุทธิ 200.8 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ กลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มการลงทุนอื่น มีสัดส่วนรายได้ร้อยละ 31 ร้อยละ 43 ร้อยละ 14 ร้อยละ 9 และร้อยละ 3 ของรายได้รวมทั้งหมด ตามลำดับ ฐานะการเงินของ TTA ยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ด้วยเงินสดภายใต้การบริหาร จำนวน 9.7 พันล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ในระดับต่ำที่ 0.33 เท่า ขณะที่กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 1,440.1 ล้านบาท

“ผลประกอบการไตรมาสแรกของ TTA สะท้อนถึงความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทาย แม้ว่าตลาดขนส่งสินค้าแห้งเทกองจะอ่อนตัวลงตามปัจจัยฤดูกาลหลังช่วงเทศกาลตรุษจีน แต่ปัจจัยพื้นฐานของตลาดโดยรวมยังคงได้รับการสนับสนุนจากความต้องการขนส่งแร่เหล็ก ธัญพืช และสินค้าเทกองย่อยที่แข็งแกร่ง ตามรายงานของ Clarksons Research คาดการณ์ว่าการค้าสินค้าแห้งเทกองจะยังคงเติบโตต่อเนื่องในปี 2569 จากการส่งออกธัญพืชที่แข็งแกร่งจากสหรัฐอเมริกา และบราซิล การนำเข้าของจีนที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะแร่บอกไซต์ ความต้องการแร่โลหะที่แข็งแกร่งสอดคล้องกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่เติบโต รวมถึงปริมาณการขนส่งสินแร่เหล็กทางทะเลที่เพิ่มขึ้น ภายใต้ปัจจัยสนับสนุนดังกล่าว ธุรกิจขนส่งทางเรือของ TTA ยังคงทำผลงานได้ดีกว่าตลาด ขณะที่ธุรกิจบริการนอกชายฝั่งและธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตรยังคงดำเนินงานได้อย่างมั่นคง สำหรับแนวโน้มในอนาคต บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”





ผลการดำเนินงานของแต่ละกลุ่มธุรกิจ

กลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ : โทรีเซน ชิปปิ้ง รายงานรายได้ค่าระวางที่ 1,906.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 เมื่อเทียบกับปี 2568 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากอัตราค่าระวางเรือเทียบเท่า (TCE) ที่สูงขึ้น โดยอัตราค่าระวางเรือเทียบเท่าเฉลี่ยของกลุ่มธุรกิจฯ อยู่ที่ 14,108 ดอลลาร์สหรัฐต่อวันในไตรมาสที่ 1/2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 34 จากปี 2568 ซึ่งยังคงสูงกว่าอัตราค่าระวางเรือซุปราแมกซ์สุทธิที่ 11,916 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน อยู่ร้อยละ 18 ในขณะที่ อัตราการใช้ประโยชน์ของเรือเต็มอัตราที่ร้อยละ 100 และสามารถทำอัตราค่าระวางเรือเทียบเท่าสูงสุดที่ 27,672 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจฯ ยังคงแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยมีต้นทุนการดำเนินงาน (OPEX) อยู่ที่ 4,708 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมร้อยละ 13 ส่งผลให้ โทรีเซน ชิปปิ้ง รายงานผลกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของ TTA จำนวน 400.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 131 จากปี 2568 โดยณ สิ้นไตรมาส โทรีเซน ชิปปิ้ง เป็นเจ้าของเรือจำนวน 23 ลำ (เรือซุปราแมกซ์ 21 ลำ และเรืออัลตราแมกซ์ 2 ลำ) มีระวางบรรทุกเฉลี่ยเท่ากับ 56,228 เดทเวทตัน และมีอายุเฉลี่ย 17.2 ปี


กลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง : บริษัท เมอร์เมด มาริไทม์ จำกัด (มหาชน) หรือ เมอร์เมด รายงานรายได้จำนวน 2,593.4 ล้านบาท โดยรายได้จากงานวิศวกรรมใต้ทะเลเพิ่มขึ้นร้อยละ 58 จากปี 2568 เนื่องจากกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นของเรือที่กลุ่มธุรกิจฯ เป็นเจ้าของ โครงการงานที่ไม่ใช้เรือ และโครงการเรือเช่าระยะสั้น และเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากไตรมาสที่ 4/2568 เนื่องจากกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นของเรือที่กลุ่มธุรกิจฯ เป็นเจ้าของ และโครงการเรือเช่าระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ อัตราการใช้ประโยชน์ของเรือวิศวกรรมใต้ทะเลอยู่ที่ร้อยละ 97 ในไตรมาสที่ 1/2569 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 83 ในไตรมาสที่ 4/2568 โดยสรุป เมอร์เมดฯ รายงานผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของ TTA จำนวน 57.7 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม มูลค่าสัญญาให้บริการที่รอส่งมอบยังคงแข็งแกร่ง จำนวน 753.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ ไตรมาสที่ 1/2569


กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร : บริษัท พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PMTA มีรายได้ที่ 854.6 ล้านบาท ปริมาณการขายปุ๋ยทั้งหมดอยู่ที่ 42.0 พันตัน โดยมีปริมาณขายปุ๋ยในประเทศเวียดนามคิดเป็นร้อยละ 86 ของปริมาณขายปุ๋ยทั้งหมด หรือ 36.1 พันตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากปี 2568 ด้วยแรงสนับสนุนจากการสะสมสินค้าล่วงหน้าของผู้ค้าส่งและเกษตรกรตามการคาดการณ์ว่าราคาจะสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ปริมาณส่งออกปุ๋ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากไตรมาสที่ 4/2568 เป็น 5.9 พันตัน จากปริมาณส่งออกปุ๋ยไปยังประเทศแทบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ หากพิจารณาตามประเภทของปุ๋ย มีปริมาณขายปุ๋ยเชิงเดี่ยว (Single fertilizer) เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 จากปี 2568 และร้อยละ 30 จากไตรมาสที่ 4/2568 เป็น 5.5 พันตัน ในส่วนของรายได้จากผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อการเกษตรอื่น (Pesticide) เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากปี 2568 และร้อยละ 3 จากไตรมาสที่ 4/2568 เป็น 35.3 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการให้บริการจัดการพื้นที่โรงงานอยู่ที่ 27.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากไตรมาสที่ 4/2568 โดยสรุป กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร รายงานผลกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของ TTA จำนวน 8.5 ล้านบาท


กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) : พิซซ่า ฮัท ดำเนินงานภายใต้บริษัทย่อยที่ TTA ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 70 ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 พิซซ่า ฮัท มีสาขาทั้งหมด 212 สาขาทั่วประเทศ


ทาโก้ เบลล์ เป็นแฟรนไชส์อาหารเม็กซิกันสไตล์ที่มีชื่อเสียงชั้นนำระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ดำเนินงานภายใต้บริษัทย่อยที่ TTA ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 70 ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 ทาโก้ เบลล์ มีสาขาทั้งหมด 42 สาขาทั่วประเทศ


กลุ่มการลงทุนอื่น (Investment) มุ่งเน้นธุรกิจการบริหารทรัพยากรน้ำและโลจิสติกส์

บริษัท เอเชีย อินฟราสตรักเชอร์ แมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ AIM ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ TTA ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 92.50 เป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้าง และให้บริการครบวงจรทางด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ AIM ยังได้รับสัมปทานในการจำหน่ายน้ำประปาในหลวงพระบาง ประเทศลาว ผ่านบริษัทย่อยที่ AIM ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 100