ช่วงเวลารอคอยอย่างระทึกใจของนักลงทุนผ่านพ้นไปแล้ว หลังจาก MSCI บริษัทจัดทำดัชนีหุ้นทั่วโลกได้ประกาศผลการทบทวนดัชนีรอบล่าสุด โดยไม่มีการปรับเพิ่มหรือลดน้ำหนักหุ้นไทย และไม่มีการปรับรายชื่อหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตลาดหุ้นไทยในดัชนี MSCI Global Standard
เพียงแต่มีการปรับเพิ่มและลดหุ้นไทยในดัชนี MSCI Global Small Cap ซึ่งจะมีผลบังคับใช้หลังปิดการซื้อขายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 โดยเพิ่มหุ้นบริษัท มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT และบริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG เข้าสู่การคำนวณดัชนี และถอดหุ้นบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ออก
ข่าวการคงน้ำหนักตลาดหุ้นไทยของ MSCI และไม่มีการลดน้ำหนักหุ้นขนาดใหญ่ในการคำนวณดัชนี โดยเฉพาะหุ้นบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ถือเป็นข่าวดีชิ้นใหญ่ และปลุกตลาดหุ้นให้ฟื้นคืนสู่ความคึกคักสุดขีด
บรรยากาศการซื้อขายหุ้นเงียบเหงาซบเซามาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ เพราะนักลงทุนเฝ้ารอคอยการพิจารณาปรับลดน้ำหนักตลาดหุ้นไทย โดยมีข่าวก่อนหน้าว่าหุ้นไทยอาจถูกปรับลดน้ำหนัก เช่นเดียวกับหุ้น DELTA ที่อาจถูกปรับลดน้ำหนักในการคำนวณดัชนี MSCI ซึ่งจะทำให้เงินทุนไหลออกและหุ้น DELTA ถูกเทขาย
แต่ผลการพิจารณาของ MSCI ออกมาพลิกความคาดหมาย มีเพียงการนำ 2 หุ้นขนาดเล็กเข้าสู่การคำนวณดัชนี และถอดหุ้น TOA ออกเท่านั้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดและหุ้น DELTA
ราคาหุ้น DELTA พุ่งทะยานอย่างร้อนแรง ขานรับ MSCI ที่ยังคงน้ำหนักการคำนวณดัชนีไว้ตามเดิม โดยมีแรงซื้อโถมเข้าใส่ทันทีที่เปิดการซื้อขายวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนปิดการซื้อขายที่ราคา 331 บาท เพิ่มขึ้น 31 บาท
การปรับตัวขึ้นของ DELTA ส่งผลโดยตรงต่อดัชนีหุ้นที่พุ่งทะลุแนวต้าน 1,500 จุดอย่างฉับไว โดยปิดที่ระดับ 1,517.26 จุด เพิ่มขึ้น 33.70 จุด
ตัวแปรที่ชี้นำตลาดในสัปดาห์นี้ปิดฉากลงไปหนึ่งประเด็นแล้ว และผลักดันให้ตลาดหุ้นกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ส่วนอีกปัจจัยที่นักลงทุนต้องรอลุ้นกันต่อไปในปลายสัปดาห์นี้คือ การพบปะระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง สองผู้นำประเทศมหาอำนาจ ในประเด็นการหาแนวทางยุติสงครามตะวันออกกลาง
ไม่อาจคาดหมายหรือคาดหวังใด ๆ กับการเจรจาระหว่างสองผู้นำ แต่ยังมีความเชื่อกันว่าการเจรจาน่าจะออกมาในเชิงบวก ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง หุ้นก็จะมีแรงส่ง เดินหน้าไปต่อ จนอาจขยับขึ้นไปแถว 1,550 จุดได้
แต่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ส่วนใหญ่ มองโลกสวยเกินไป ไม่ได้ประเมินว่าหุ้นรอบนี้จะไปได้ไกล เพราะยังไม่มีปัจจัยสนับสนุนที่เป็นรูปธรรม เว้นแต่สงครามจะจบจริงเท่านั้น จึงเริ่มมีคำแนะนำให้ทยอยขายหุ้นเมื่อดัชนีฯ ข้ามเส้นขึ้นมายืนเหนือ 1,500 จุด และยิ่งเน้นการขายมากขึ้นหากไปไกลจากระดับดังกล่าว
วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ นักลงทุนต้องลุ้นอีกครั้งว่าผลการพบปะระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง จะมีข่าวดีเหมือน MSCI หรือไม่ หากการเจรจามีผลในด้านบวกต่อการยุติสงครามตะวันออกกลาง
รอบนี้ เป้าหมายดัชนีฯ 1,550 จุด ถ้าวิ่งไปไม่ถึงก็คงใกล้เคียงแล้ว