xs
xsm
sm
md
lg

“เอกนัฏ”หนุนใช้เชื้อเพลิงชีวภาพลดนำเข้าน้ำมันดิบ กระตุ้นอุตฯรถICEปรับตัวสู้EV

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รมว.พลังงานลั่นรัฐส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพแม้ว่าราคาแพงกว่าน้ำมันฟอสซิลลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบคาดหวังอุตสาหกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยโตหนุนอุตฯรถยนต์ICEลงทุนปรับตัวแข่งสู้รถEVแย้มภาษีสรรพสามิตต้องคำนึงเรื่องLocal Contentด้วย

นายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ุ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงาน Future Mobility Thailand 2026และTyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026 มหกรรมแสดงสินค้าและเวทีธุรกิจด้านอุตสาหกรรมยางรถยนต์อะไหล่ทดแทนและบริการหลังการขายยานยนต์ระดับภูมิภาคเอเชีย เมื่อวันที่ 13พฤษภาคม 2569 ท่ามกลางความร่วมมือจากภาครัฐภาคเอกชนและพันธมิตรระดับนานาชาติสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็น Global Supply Chain Hubด้านยานยนต์แห่งอนาคต

นายเอกนัฏ กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศต้องพึ่งพาภาคอุตสาหกรรมในฟื้นเศรษฐกิจ จำเป็นต้องดึงเม็ดเงินลงทุนมาสู่ภาคอุตสาหกรรมเพื่อผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มเพื่อส่งออกซึ่งครั้งหนึ่งประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของโลกเป็นดีทรอยต์ของเอเชีย


การเติบโตของGDPมาจากภาคอุตสาหกรรม 30%ซึ่งหนึ่งในสามมาจากยานยนต์แต่ขณะนี้ตลาดและการผลิตกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงหลังเกิดกระแสโลกร้อนทำให้เทรนด์การใช้พลังงานเปลี่ยนจากการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานสะอาด

ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อเร็วๆนี้
ได้มีการหยิบยกเรื่องความมั่นคงด้านพลังงานและอาหารมาเจรจากันต้องยอมรับว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางประเทศไทยมีปัญหาเรื่องน้ำมันน้อยที่สุดเนื่องจากไทยมี6โรงกลั่นน้ำมันที่ผลิตน้ำมันสำเร็จรูปได้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศและราคาน้ำมันก็ไม่แพงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในอาเซียน

“วันนี้เราเห็นปัญหาทั้งน้ำมันไฟฟ้าแม้ว่าเราจะมีโรงกลั่นน้ำมันที่ผลิตน้ำมันดีเซลและเบนซินเพียงพอต่อความต้องการใช้แต่ไทยต้องนำเข้าน้ำมันดิบกว่า 90%เมื่อไม่สามารถนำเข้าจากตะวันออกกลางได้ก็ต้องหันไปนำเข้าจากแอฟริกาอเมริกาและเอเชียในต้นทุนที่สูงขึ้นดังนั้นรัฐจึงให้ความสำคัญในการส่งเสริมการใช้พลังงานชีวภาพทั้งเอทานอลและไบโอดีเซลที่ไทยผลิตได้เองแม้ว่าจะมีราคาสูงกว่าน้ำมันฟอสซิลก็ตามโดยส่งเสริมเอทานอลผสมในเบนซินเป็นแก๊สโซฮอล์อี 20ส่วนไบโอดีเซล(B100)ผสมในน้ำมันดีเซลเป็น B20ที่มีการขยายการขายผ่านสถานีบริการน้ำมันแล้ว 500แห่ง”

ส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน(ICE)ที่เคยอยู่กับไทยมานาน30-40ปีเมื่อโลกให้ความสำคัญในการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดและไฟฟ้าแต่รัฐบาลก็เปิดโอกาสให้อุตฯรถยนต์ICEปรับตัวกันมีการลงทุนผลิตรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดควบคู่กับการส่งเสริมการลงทุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV)โดยหวังให้โรงงานผลิตรถยนต์ICEในไทยจะเป็นLast man Standingตนเชื่อว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ICEยังไปต่อได้อีกเป็น 10ปีขณะเดียวกันการลงทุนตั้งโรงงานผลิตEVในไทยก็มีเงื่อนไขต้องใช้ชิ้นส่วนในประเทศเพิ่มขึ้น (Local Content)รวมทั้งภาษีสรรพสามิตจากเดิมที่จัดเก็บทางจากสินค้าและบริการที่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมก็ต้องปรับเพิ่มโดยคำนึงถึงเรื่องLocal Contentด้วย


นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่าอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ถือเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจของประเทศโดยในปี 2568มีมูลค่าการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ราว 3แสนล้านบาทและรองรับแรงงานกว่า 750,000คน

"งาน Future Mobility Thailand 2026 (FMT 2026), TyreXpo Asia Bangkok 2026และAutoMROtive 2026 ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ I3 — International Alliance & Network ของส.อ.ท.โดยตรงเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้รักษาความเป็นผู้นำในห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์โลกและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Global Supply Chain Hubอย่างแท้จริง"

งาน Future Mobility Thailand 2026 (FMT 2026), TyreXpo Asia Bangkok 2026และAuto MROtive 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–16พฤษภาคมณศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนาฮอลล์ 98–99