xs
xsm
sm
md
lg

น้ำมันแพง ค่าขนส่งขึ้น ต้นทุนขยับ ดันดัชนีราคาผู้ผลิต เม.ย. 69 เพิ่ม 9.1%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ดัชนีราคาผู้ผลิตของไทยเดือน เม.ย. 69 เพิ่มขึ้น 9.1% จากราคาพลังงานในตลาดโลกที่สูงขึ้น ทำราคาน้ำมันในประเทศเพิ่ม ค่าขนส่งขึ้น กระทบต้นทุนการผลิตในหลายอุตสาหกรรม คาด พ.ค. 69 ยังเพิ่มในอัตราชะลอตัวจากต้นทุนการผลิตที่สูงจากพลังงาน ค่าขนส่ง วัตถุดิบผันผวน

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตของไทยเดือน เม.ย. 2569 เท่ากับ 117.5 เพิ่มขึ้น 9.1% เป็นผลจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานในตลาดโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศปรับตัวสูงขึ้น และการปรับขึ้นของราคาค่าขนส่ง มีผลกระทบต่อต้นทุนในภาคการผลิตของหลายอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ และยังส่งผลให้หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง และหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมขยับสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง และทองคำ ขณะที่หมวดผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากภาวะอุปทานในประเทศอยู่ในระดับสูง

โดยมีรายละเอียดดัชนีราคาผู้ผลิตที่เพิ่มขึ้นมาจากการเพิ่มขึ้นของหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 10.7% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ ประกอบด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม ได้แก่ น้ำมันดีเซล น้ำมันเครื่องบิน น้ำมันเตา น้ำมันก๊าด ก๊าซปิโตรเลียมเหลว LPG ยางมะตอย น้ำมันเครื่องอุตสาหกรรม เบนซิน 95 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 น้ำมันหล่อลื่น และจารบี ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลต่อความเสี่ยงด้านอุปทาน และต้นทุนการขนส่งในตลาดโลก

กลุ่มเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมี ได้แก่ สารเคมีอนินทรีย์ (สารส้ม โซดาไฟ คลอรีน) และก๊าซชนิดใช้ในอุตสาหกรรม (ออกซิเจน) เม็ดพลาสติกและพลาสติกขั้นต้น จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น ปุ๋ยเคมีและปุ๋ยเคมีผสม จากข้อจำกัดด้านการขนส่งวัตถุดิบในบางเส้นทางสำคัญ กลุ่มผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติก ได้แก่ ยางแผ่นรมควัน น้ำยางข้น จากความต้องการในตลาดโลกและปัจจัยด้านอุปทาน บรรจุภัณฑ์พลาสติก (ถุงพลาสติก และบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทอื่น) จากการปรับเพิ่มขึ้นตามราคาปิโตรเคมี และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้แก่ ทองคำ และเครื่องประดับ (เครื่องประดับเงิน เครื่องประดับพลอย) จากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน

ส่วนสินค้าสำคัญที่ราคาปรับตัวลดลง กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร ได้แก่ น้ำตาลทราย กากน้ำตาล ข้าวสาร ข้าวนึ่ง ปลายข้าว แป้งข้าวเจ้า น้ำมันถั่วเหลือง ผักผลไม้แช่แข็ง และปลาหมึกแช่แข็ง จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันด้านส่งออก ส่งผลให้ราคาสินค้าปรับลดลง และเนื้อสุกร จากผลผลิตที่เพิ่มขึ้น กลุ่มผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า แผงวงจรพิมพ์ อุปกรณ์กึ่งตัวนำและวงจรรวม Integrated Circuit (IC) และอุปกรณ์หน่วยรับข้อมูล/แสดงผล จากความต้องการใช้ที่ชะลอตัวประกอบกับอุปทานในตลาดโลกและการแข่งขันด้านราคาสูง

ขณะที่หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง สูงขึ้น 2.6% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ ได้แก่ น้ำมันปิโตรเลียมดิบ และก๊าซธรรมชาติเหลว (คอนเดนเเสท) ตามทิศทางราคาพลังงานในตลาดโลกจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อความเสี่ยงด้านอุปทาน และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ได้จากการทำเหมือง (หินก่อสร้าง และทราย) จากความต้องการใช้ในภาคก่อสร้าง ประกอบกับต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้น ขณะที่มีการปรับลดลงของสินแร่โลหะ (แร่เหล็ก) จากราคาสินแร่เหล็กในตลาดโลกที่อ่อนตัวลงตามความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมเหล็กที่ชะลอตัว ประกอบกับอุปทานในตลาดที่อยู่ในระดับเพียงพอ

หมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง ลดลง 0.5% จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ได้แก่ ข้าวเปลือก จากราคาส่งออกที่ยังคงหดตัวตามการแข่งขันในตลาดโลกที่สูง อ้อย จากฐานราคาในปีก่อนที่สูง ประกอบกับผลผลิตในปีนี้มีปริมาณมาก ผลไม้ (ทุเรียน มังคุด มะพร้าว) จากปริมาณผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดมาก ในขณะที่ความต้องการบริโภคยังชะลอตัว สุกรมีชีวิต และ กุ้งแวนนาไม จากปริมาณผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดมาก ในขณะที่ความต้องการบริโภคที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจในภาพรวม ส่วนสินค้าที่ราคาปรับสูงขึ้น ได้แก่ หัวมันสำปะหลังสด จากราคารับซื้อที่สูงขึ้นจากการนำเข้าผลผลิตผ่านชายแดนที่ลดลง ยางพารา จากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ความต้องการวัตถุดิบทดแทนในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องสูงขึ้น ผลปาล์มสด จากราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกที่สูงขึ้นตามสถานการณ์ราคาพลังงานโลก และผักสด (มะนาว พริก) จากสภาพอากาศที่ร้อนส่งผลให้ผลผลิตในภาพรวมลดลง

สำหรับแนวโน้มดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน พ.ค. 2569 คาดว่าจะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง แม้ว่าต้นทุนการผลิตโดยรวมยังคงอยู่ในระดับสูง โดยมีแรงกดดันสำคัญจากราคาพลังงานในตลาดโลกที่ยังทรงตัวในระดับสูงแม้ว่าความผันผวนจะลดลง ประกอบกับต้นทุนด้านโลจิสติกส์และค่าขนส่งที่ยังไม่ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงราคาวัตถุดิบที่ยังมีความผันผวนส่งผลให้ผู้ประกอบการยังคงเผชิญภาระต้นทุนอย่างต่อเนื่อง และการส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังราคาสินค้ายังมีข้อจำกัดจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังอ่อนแอ อีกทั้งการแข่งขันด้านราคาที่เป็นปัจจัยกดดันให้ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับราคาสินค้าได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้การขยายตัวของดัชนีราคาผู้ผลิตอาจจะชะลอลงหรือทรงตัวอย่างต่อเนื่อง