Strategy กลับมาเดินหน้าสะสมบิทคอยน์อีกครั้งด้วยวงเงิน 43 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1,450 ล้านบาท หลังจากหยุดชะงักไปหนึ่งสัปดาห์ท่ามกลางกระแสวิพากษ์จากนักลงทุน ที่ตั้งคำถามถึงท่าทีของ ไมเคิล เซย์เลอร์ ประธานบริษัท ที่ส่งสัญญาณอาจขายบิทคอยน์บางส่วนเพื่อนำเงินมาจ่ายเงินปันผล การซื้อครั้งนี้ดันยอดถือครองสะสมพุ่งแตะ 818,869 บิทคอยน์ มูลค่ารวมกว่า 6.186 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นว่า Strategy ยังคงยืนหยัดในยุทธศาสตร์สะสมสินทรัพย์ดิจิทัล แม้ตลาดจะปั่นป่วน ขณะที่ราคาหุ้น MSTR ดีดตัวขึ้น 4.3% ในช่วงพรีมาร์เก็ตวันจันทร์ ตอกย้ำความเชื่อมั่นของตลาด
Strategy กลับมาซื้อบิทคอยน์อีกครั้งในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยการเข้าช้อน 535 บิทคอยน์ มูลค่ารวม 43 ล้านดอลลาร์ ในช่วงระหว่างวันที่ 4-10 พฤษภาคม 2568 ที่ราคาเฉลี่ย 80,340 ดอลลาร์ต่อเหรียญ โดยการซื้อครั้งนี้ถูกเปิดเผยผ่านเอกสารยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
การซื้อครั้งล่าสุดนี้นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2568 ที่บริษัทได้เข้าซื้อบิทคอยน์ 3,273 เหรียญในมูลค่า 255 ล้านดอลลาร์ และตามมาหลังจากการประชุมนักวิเคราะห์ไตรมาสแรก ซึ่ง ไมเคิล เซย์เลอร์ ส่งสัญญาณว่าบริษัทอาจ "ขายบิทคอยน์บางส่วน" เพื่อนำเงินมาจ่ายเป็นเงินปันผล พร้อมย้ำว่าการขายดังกล่าวจะไม่กระทบฐานะของบริษัทหรือทำให้ตลาดบิทคอยน์โดยรวมแต่อย่างใด
แหล่งเงินทุนสำหรับการซื้อครั้งนี้มาจากการระดมทุนผ่านการขายหุ้น โดย 42.9 ล้านดอลลาร์มาจากการขายหุ้น Class A สามัญ (MSTR) และอีก 100,000 ดอลลาร์มาจากการออกหุ้น Stretch (STRC) ตามรายละเอียดในเอกสารยื่น SEC
ขณะที่ยอดถือครองสะสมของ Strategy ปัจจุบันอยู่ที่ 818,869 บิทคอยน์ โดยมีต้นทุนรวมประมาณ 6.186 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือเฉลี่ยที่ 75,540 ดอลลาร์ต่อเหรียญ รวมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทำให้ Strategy ยังคงรักษาตำแหน่งผู้ถือครองบิทคอยน์รายใหญ่ที่สุดในโลกในฝั่งองค์กรเอกชนอย่างห่างชั้น
หุ้น MSTR แข็งค่า แม้ตลาดยังกังวลเรื่องแผนขายบิทคอยน์
ราคาหุ้น Strategy พุ่งขึ้น 4.3% ในช่วงพรีมาร์เก็ตวันจันทร์ แตะระดับเหนือ 187.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น ทันทีที่บริษัทเปิดเผยแผนการซื้อบิทคอยน์ครั้งล่าสุด ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดยังคงให้น้ำหนักกับยุทธศาสตร์การสะสมสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัทมากกว่าความเสี่ยงจากถ้อยแถลงของเซย์เลอร์
นับตั้งแต่ต้นปี 2568 หุ้น MSTR ปรับตัวขึ้นแล้วกว่า 23% ขณะที่บิทคอยน์เองกลับปรับลง 7.2% ในช่วงเวลาเดียวกัน ข้อมูลจาก TradingView ระบุ ความแตกต่างนี้ชี้ให้เห็นว่าตลาดมองบริษัทในฐานะ "พาหนะรับความเสี่ยงบิทคอยน์" มากกว่าการถือครองคริปโตโดยตรง
อย่างไรก็ตามความกังวลของนักลงทุนโดยเฉพาะหลังจาก เซย์เลอร์ กล่าวในการประชุมไตรมาสว่า Strategy อาจทยอยขายบิทคอยน์บางส่วนเป็นระยะ เพื่อจ่ายเงินปันผลและเพื่อ "ฉีดวัคซีนให้ตลาด" หรือการทดสอบว่าตลาดจะรับมือกับแรงขายจาก Strategy ได้อย่างไร
ทั้งนี้ความเห็นในแวดวงผู้ลงทุนแตกออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน ฝ่ายหนึ่งวิตกว่าการขายของ Strategy อาจจุดชนวนการเทขายแบบลูกโซ่ในตลาดคริปโตที่มีสภาพคล่องบางอยู่แล้ว ขณะที่อีกฝ่ายอย่าง แซมสัน โมว์ นักสนับสนุนบิทคอยน์ชื่อดัง มองว่าการขายเป็นระยะจะยิ่งเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ตให้กับบริษัท ส่วน อดัม ลิฟวิงสตัน นักลงทุนของ Strategy ก็ให้ความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า กลยุทธ์ขายเป็นระยะอาจเปิดพื้นที่ให้บริษัทกลับมาซื้อสะสมได้มากขึ้นในอนาคต