“อนุทิน”นายกฯร่วมหารือ “พิมพ์ใจ”ประธานส.อ.ท. และคณะกรรมการชุดใหม่ พร้อมรับข้อเสนอ ส.อ.ท. ผลักดันการจัดซื้อสินค้าMiT ช่วย SME เข้าถึงเงินทุน หนุนพลังงานสะอาด เร่งปฏิรูปกฎหมาย และลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อช่วยอุตสาหกรรมไทยเติบโต
วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมชั้น 1 ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก หวังพลิกโฉมให้กับอุตสาหกรรมไทย ด้วยยุทธศาสตร์ “5I” พร้อมดัน Made in Thailand (MiT) - ช่วย SME เข้าถึงทุน – หนุนพลังงานสะอาด – ปฏิรูปกฎหมาย – เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เผยรับทุกข้อเสนอ เดินหน้าร่วมยกระดับอุตสาหกรรมไทย
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในการหารือครั้งนี้ ส.อ.ท. เสนอ 6 แนวทางสำคัญเพื่อเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ได้แก่ การส่งเสริมสินค้า Made in Thailand (MiT) การช่วยเหลือ SME เข้าถึงแหล่งทุน การเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน การปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบ การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการยกระดับการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมของประเทศ รวมทั้งเสนอรื้อฟื้นการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.)
โดยเสนอให้ภาครัฐใช้งบประมาณจัดซื้อจัดจ้างเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ผ่านการผลักดันสินค้า Made in Thailand (MiT) ให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของวงเงินเป้าหมาย 200,000 ล้านบาท ภายในปี 2570 เพื่อให้เม็ดเงินจากภาครัฐหมุนเวียนเข้าสู่ภาคการผลิตไทยโดยตรง กระจายรายได้สู่ SME และรักษาการจ้างงานในประเทศ
พร้อมกันนี้ ยังเสนอจัดตั้ง “คณะทำงานร่วม ส.อ.ท. และกระทรวงอุตสาหกรรม” เพื่อเชื่อมโยงแผนจัดซื้อภาครัฐกับกำลังการผลิตภาคเอกชน (Demand-Supply Matching) ขับเคลื่อนและยกระดับ MiT ให้มีมาตรฐานและทันสมัย รวมถึงเร่งขยายฐานข้อมูลสินค้า MiT โดยเฉพาะกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เครื่องจักร และอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อรองรับโครงการลงทุนภาครัฐในอนาคต
นายวีรชัย มั่นสินธร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เสนอจัดตั้ง “FTI SME Funding Connect” ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยง SME กับแหล่งทุนที่เหมาะสม ทั้งสินเชื่อ เงินค้ำประกัน เงินสมทบ เงินร่วมลงทุน และโครงการสนับสนุนจากภาครัฐ พร้อมผลักดันการปฏิรูประบบสินเชื่อ SME เพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงทุนอย่างเป็นระบบ และช่วยให้ SME ไทยสามารถฟื้นตัวและแข่งขันได้ในระยะยาว
พร้อมกันนี้ ส.อ.ท. ยังเสนอ “ปฏิรูประบบสินเชื่อ SME” และเสนอให้เปิดการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรง (Direct PPA) ภายในปี 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนและอุตสาหกรรมเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนได้โดยตรงอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส โดยกำหนดหลักเกณฑ์และค่าบริการโครงข่ายที่เหมาะสม เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานสะอาดของภาคอุตสาหกรรม ท่ามกลางแรงกดดันจากมาตรการสิ่งแวดล้อมการค้าโลก
ในส่วนพลังงานชีวภาพ ส.อ.ท. เสนอให้ผลักดันเอทานอลเป็น Strategic Fuel ของประเทศ รวมทั้งส่งเสริมไบโอดีเซลและ Renewable Fuel ในภาคขนส่ง เพื่อลดการนำเข้าพลังงาน สร้างมูลค่าเพิ่มภาคเกษตร และสนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียว
นอกจากนี้ ยังเสนอปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงเร่งลงทุน Smart Grid และระบบกักเก็บพลังงาน BESS เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน พร้อมรองรับการใช้พลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นของประเทศในระยะยาว
รวมทั้งเสนอให้ “การปฏิรูปกฎหมาย” เป็นวาระแห่งชาติ ภายใน 3 ปี เนื่องจากไทยมีกฎหมายจำนวนมาก ทั้ง พ.ร.บ. และ พ.ร.ก. เกือบ 1,400 ฉบับ กฎหมายลำดับรองกว่า 100,000 ฉบับ และใบอนุญาตกว่า 2,115 ประเภท จนกลายเป็นภาระต่อต้นทุนและการดำเนินธุรกิจอละซ้ำซ้อน
นอกจากนี้ ส.อ.ท. เสนอเร่งพัฒนาระบบรางและโครงข่ายโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางราง ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยกับภูมิภาค โดยชี้ว่าการขนส่งทางรางจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้าปริมาณมาก ลดการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มประสิทธิภาพด้านเวลาและความปลอดภัย เมื่อเทียบกับการขนส่งทางถนน
นอกจากนี้ พร้อมผลักดันการแก้ปัญหา Missing Link ของระบบขนส่ง เพื่อรองรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ โดยเสนอเร่งรัดโครงการสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ เส้นทางหนองคาย–เวียงจันทน์ เพื่อรองรับการเชื่อมต่อรถไฟไทย–ลาว–จีน พร้อมเสนอเร่งก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายสุพรรณบุรี–นครหลวง–บ้านภาชี เพื่อเชื่อมระบบเรือ–ราง นอกจากนี้ ยังเสนอพัฒนาเส้นทางรถไฟเชื่อมจังหวัดชุมพรไปยังท่าเรือระนอง เพื่อเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจฝั่งอันดามัน และเชื่อมโยงการค้ากับจีน อินเดีย และภูมิภาคเอเชียใต้
เสนอให้รื้อฟื้นให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ในระดับส่วนกลาง เพื่อเปิดโอกาสให้ภาครัฐและภาคเอกชนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา สะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะจากภาคเศรษฐกิจจริง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ประเด็นเรื่อง SME ที่ส.อ.ท. ได้นำเสนอ ค่อนข้างตรงจุดกับการดำเนินงานของภาครัฐที่กำลังเดินหน้า ซึ่งจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะภาครัฐให้ความสำคัญกับ SME เป็นอย่างมาก ไม่ใช่แค่เพียงปัญหาเข้าถึงแหล่งเงินทุนไม่ได้ แต่ยังรวมถึงปัญหาด้านคุณภาพสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ขาดความเสถียร
ในด้านโลจิสติกส์ รัฐบาลพร้อมเดินหน้าสนับสนุนโครงการ 3 Missing Links เพื่อยกระดับโครงข่ายระบบรางของไทย เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง และเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยสู่ภูมิภาค ตามข้อเสนอของ ส.อ.ท. ซึ่งมีความสอดคล้องกับแนวคิดโครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ที่รัฐบาลกำลังผลักดันอยู่ในปัจจุบัน
รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ ซึ่งโครงการ MiT ก็อยู่ในแนวทางดังกล่าวเช่นกัน
“วันนี้ รัฐบาลพร้อมเดินหน้า และต้องการความร่วมมือ แรงสนับสนุนจากภาคเอกชนอย่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ยั่งยืนต่อไป” นายอนุทิน กล่าว