xs
xsm
sm
md
lg

“สิริพงศ์”นัดถก’คลัง’ดันขนส่ง 7 กลุ่มเข้าแพคเกจเงินกู้ 4 แสนล้าน เดินหน้า”แลนด์บริดจ์”ชูไทย Land link ของโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“สิริพงศ์”เตรียมเจรจา คลัง ดันรถขนส่ง 7กลุ่มเข้าแพคเกจช่วยเหลือเงินกู้ 4 แสนล้านบาท มุ่งเปลี่ยนรถน้ำมันเป็นไฟฟ้า ย้ำเดินหน้า”แลนด์บริดจ์”ถึงเวลาดันไทย Land link ของโลก

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท มีเป้าหมายสำคัญเพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชน ลดภาระค่าใช้จ่าย ช่วยเหลือกรณีได้รับผลกระทบจากน้ำมันแพง โดยเงินจะอุดหนุนไปที่ตัวประชาชนโดยตรง จะไม่มีโครงการเกี่ยวกับการก่อสร้างอะไรทั้งสิ้น ซึ่งในส่วนของกระทรวงคมนาคมได้เตรียมโครงการช่วยเหลือสำหรับผู้ประกอบการภาคขนส่งซึ่งมีประมาณ 7 กลุ่มได้แก่ รถแท็กซี่ รถสองแถว รถตู้โดยสาร รถจักรยานยนต์สาธารณะ รถสามล้อ (รถตุ๊กตุ๊ก) โดยสารประจำทางหรือไม่ประจำทาง เป็นต้น เพื่อช่วยประชาชนลดภาระสำหรับการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานฟอสซิล มาใช้พลังงานสะอาด หรือ EV และอาจพิจารณาเพิ่มประเภทไฮบริดเข้าร่วมด้วย เพื่อช่วยลดการใช้น้ำมัน โดยรัฐจะไปช่วยสนับสนุน อาจจะมาในรูปแบบช่วยเงินดาวน์ หรือภาระดอกเบี้ย รวมไปถึงการลดภาษีประจำปีเพื่อจูงใจ

โดยภายในสัปดาห์นี้ จะหารือรายละเอียดกับกระทรวงการคลัง ถึงเงื่อนไขและแนวทางในการดำเนินโครงการ หลังจากนั้นก็คงจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการร่วมกัน ขณะที่พรบเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ซึ่งยังไม่เข้าสภา ดังนั้นต้องรอกำหนดการในส่วนของกระทรวงการคลังด้วย

เบื้องต้นมีรถที่เข้าข่ายดำเนินการได้เกือบ 1 แสนคัน ประเมินเบื้องต้นว่าจะใช้วงเงินสนับสนุนประมาณ 1-2 หมื่นล้านบาท โดยให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.)รวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วน

“รถที่เข้าข่ายจะเป็นรถที่จะหมดอายุการใช้งานตามกฎหมาย เช่น รถตู้โดยสารปรับอากาศประจำทางอายุใช้งานไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก ต้องเปลี่ยนเป็นรถมินิบัส แต่ที่ผ่านมามีการผ่อนผัน ซึ่งแนวทางจากนี้เมื่อรัฐมีมาตรการช่วยเหลือออกไปจะไม่พิจารณาเรื่อง ขยายเวลาเปลี่ยนรถให้แล้ว ทั้งหมดที่หมดอายุต้องเปลี่ยนรถตามกฎหมาย ซึ่งเรื่องต้นทุนเข้าใจได้ และพยายามหาทางช่วยเหลือ แต่สิ่งที่สำคัญคือความปลอดภัยและสวัสดิภาพของผู้โดยสาร ซึ่งที่ผ่านมาก็ให้เวลาเปลี่ยนผ่านมาระยะหนึ่งแล้ว


@ถึงเวลาปั้น”แลนด์บริดจ์”ดันไทย Land link ของโลก

นายสิริพงศ์กล่าวถึง โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (ชุมพร-ระนอง) หรือโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า ประเด็นที่มีอาม่ากว้านซื้อที่ดิน ในพื้นที่แลนด์บริดจ์นั้น ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลแน่นอน เพราะหากจะทำโครงการแล้วรัฐบาลไปให้กว้านซื้อที่ดินไว้ก่อนวิธีการแบบนี้ถือว่าโง่หรือไม่ โดยธรรมชาติเมื่อรู้กันว่าจะมีโครงการ ราคาที่ดินส่วนใหญ่จะปรับราคาเพิ่มขึ้นไปก่อนแล้ว การจะมากว้านซื้อตอนนี้ อาจจะไม่คุ้มกับราคาเวนคืน เช่นกรณีจังหวัดมุกดาหารพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น

“หลักความคิด สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ ต้องบอกว่าเวลาขณะนี้มีความเหมาะสม ที่จะเดินหน้าโครงการ เพราะสถานการณ์โลกเป็นแบบนี้หากประเทศไทยอยู่เฉยๆ ก็คงไม่ถูกต้อง ตอนนี้รอคณะทำงานที่มี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานซึ่งนายกรัฐมนตรีให้กรอบเวลา 90 วัน เป็นการบูรณาการทุกภาคส่วนทุกหน่วยงาน “

ที่ผ่านมา รัฐรับฟังทุกความเห็น ทำให้มีเงื่อนไขหลายอย่างปรับเปลี่ยนไปจากเริ่มแรก โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) มีการทำโรดโชว์ มีนักลงทุน สนใจ ทั้งจากดูไบ และอื่นๆ ซึ่งตอนนี้ก็ต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจและดูแลเรื่องผลกระทบให้รอบด้าน

นายสิริพงศ์กล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำความข้าใจกันคือ การมองให้ไกลจากความเป็นแลนด์บริดจ์ ไปถึงการเป็น Southern Gateway เพราะตอนนี้ มีการตีความแลนด์บริดจ์แคบเกินไป มีแบบจำลองบอกว่า เรือขนส่งมา 2 หมื่นตู้ ยกลงจากเรือใส่รถไฟ 200 ขบวน ใช้เวลากี่วันแต่ความเป็นจริงไม่ใช่ เพราะที่สิงคโปร์เอง ก็เป็นการขนส่งจากเรือใหญ่เข้ามา แล้วยกตู้สินค้าจากเรือใหญ่ขนลงเรือเล็กต่อไปยังจุดหมายปลายทาง เป็นแบบนี้ 90% ซึ่งการมีโครงการ แลนด์บริดจ์ ที่เป็น Southern Gateway สำหรับเส้นทางขนส่ง โดยวางประเทศไทยไว้ตรงกลาง ด้านขวาและซ้ายของโลกที่อยู่เหนือสิงคโปร์ มาใช้แลนด์บริดจ์ ส่วนที่อยู่ใต้ไทยก็ใช้ท่าเรือสิงคโปร์ เป็นศูนย์กลาง โดยคาดหวังว่า จะมีปริมาณสินค้าจากสิงคโปร์ปรับเปลี่ยนมาใช้แลนด์บริดจ์ 40-50%

2. เป็นเส้นทางขนส่งทางบกเชื่อมกับจีนตะวันตกซึ่งไม่มีทางออกทะเล มาผ่านทางประเทศไทย ออกมาทางฝั่งระนอง ชุมพร ประมาณ 2-3 วัน สามารถขนส่งไปได้ทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกได้ จากที่เป็น LandLocked กลายเป็น Land link นี่คือสิ่งที่จะขยายความการเป็นแลนด์บริดจ์ของไทย อย่าตีควางทางเดียวว่าเรือมาขนส่งสินค้ายกขึ้นรางไปเรืออีกฝั่ง ไม่ใช่แค่แบบนั้น แต่ยังเป็นการกระจายสินค้า การพัฒนาอุตสาหกรรมหลังท่า

เข้าใจว่าประเทศมาเลเซีย กำลังทำโครงการแลนดบริดจ์ 600 กม.โดยทางรถไฟ อาจจะเปิดปีหน้า ซึ่งหากมาเลเซียเปิด ทีนี้จะมีคำถามว่ารัฐบาลทำอะไรอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้มีกระแสการต่อต้านโครงการแลนด์บริดจ์อย่างมาก มีการมองว่าเป็นการสกัดทางการเมืองหรือไม่ เพราะหากโครงการสำเร็จพื้นที่ภาคใต้จะได้ประโยชน์ และอาจมีผลต่อคะแนนเสียงของพรรคภูมิใจไทย นายสิริพงศ์กล่าวว่า การต่อต้านมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาของโครงการขนาดใหญ่ ที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ และหากต่อต้านเพราะกลัวว่าเมื่อทำสำเร็จแล้วคะแนนเสียงพรรคภูมิใจจะดี ก็ยิ่งแสดงว่า โครงการแลนด์บริดจ์นี้ดี มีประโยชน์กับประเทศ แล้วก็อยากใครการค้าขายเป็นเรื่องการเมืองอย่างเดียวก็จะดีเพราะเท่ากับประชาชนก็จะออกมาสนับสนุนเรา

“สิ่งที่ทำให้โครงการยังไม่ประสบความสำเร็จ และต้องเร่งทำคือบูรณาการข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และชี้แจงได้อย่างครบถ้วนครอบคลุมมากกว่าที่จะตอบเท่าที่ถาม แค่นั้นไม่พอ ต้องปรับวิธีการสื่อสาร รวมถึงลงพื้นที่เพิ่มขึ้นด้วย ส่วนผลกระทบต่างๆ ทั้งEIA EHIA กำหนดให้ทำอะไรบ้าง ต้องทำตามให้ครบถ้วนและสามารถอธิบายได้”