ตลาดหุ้นเข้าสู่ภาวะเงียบเหงาอีกครั้ง ดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เนื่องจากนักลงทุนอยู่ระหว่างรอผลการพบปะระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับนายสี จิ้นผิง ในปลายสัปดาห์นี้ และเฝ้าดูการปรับลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทยของ Morgan Stanley Capital International (MSCI) ซึ่งจะประกาศผลในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ นักลงทุนจึงชะลอการซื้อขาย
การปรับลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทยของ MSCI จะส่งผลกระทบต่อเงินทุนไหลออก และหุ้นขนาดใหญ่หลายตัว โดยเฉพาะหุ้นบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ส่วนการพบปะระหว่างผู้นำสหรัฐกับจีน เชื่อว่าจะมีการเจรจาหาทางออกในการยุติสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งนักลงทุนคาดหวังว่าจะมีข่าวดีตามมา
ทั้งสองความเคลื่อนไหวที่จะเกิดขึ้นในช่วงกลางและปลายสัปดาห์นี้ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะชี้นำทิศทางตลาดหุ้น จึงทำให้นักลงทุนต้องเฝ้าดูและชะลอการซื้อขาย เพื่อรอความชัดเจนว่า MSCI จะปรับลดน้ำหนักการลงทุนมากน้อยเพียงใด และหุ้นตัวใดบ้างที่จะถูกลดน้ำหนักในการคำนวณดัชนี MSCI
รวมทั้งการพบปะระหว่างทรัมป์กับสี จิ้นผิง จะนำไปสู่การคลี่คลายสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางหรือไม่
ดัชนีฯ แม้จะหลุดจากระดับ 1,500 จุดลงมาแล้ว แต่ก็พร้อมจะดีดกลับขึ้นมาใหม่ เพราะแม้ล่าสุดสถานการณ์สงครามจะตรึงเครียด หลังทรัมป์ประกาศไม่ยอมรับเงื่อนไขของอิหร่าน แต่การโจมตีระลอกใหม่ก็ยังไม่เกิดขึ้น และหุ้นยังยืนทรงตัวได้ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติไม่ได้ถล่มขายต่อเนื่อง แต่หวนกลับมาซื้อหุ้นคืน โดยยอดการซื้อขายหุ้นสะสมสิ้นสุดวันที่ 11 พฤษภาคม มียอดขายสุทธิเพียง 69 ล้านบาทเท่านั้น
ทิศทางตลาดระยะสั้น ในช่วง 2–3 วันที่เหลือของสัปดาห์นี้ อาจสงบเงียบชั่วคราว มีเพียงหุ้นขนาดใหญ่บางตัวที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ผลประกอบการไตรมาสแรกออกมาสดใส และมีเสียงเชียร์จากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ เช่น หุ้นในกลุ่มบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ซึ่งอยู่ในความสนใจของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอีเลคโทรนิคส์ ราคาประคับประคองตัว รอการชี้ชะตาจาก MSCI
สัปดาห์หน้า ตัวแปรสำคัญที่ชี้นำตลาดจะมีความชัดเจนขึ้นแล้ว ไม่มีสิ่งที่นักลงทุนต้องเฝ้ารอลุ้นระทึก และหุ้นจะแสดงปฏิกิริยาตอบรับกับผลการปรับลดน้ำหนัก และการเจรจาหาทางยุติสงครามระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง
ถ้า MSCI ไม่ปรับลดน้ำหนักตลาดหุ้นไทยมากเกินไป หุ้นขนาดใหญ่อย่าง DELTA ไม่ถูกกดน้ำหนักการคำนวณดัชนี MSCI มากนัก และผลการเจรจายุติสงครามออกมาดี หุ้นก็อาจกลับมาวิ่งต่อ ดัชนีฯ ดีดกลับมายืนเหนือ 1,500 จุดอย่างฉับไว และอาจได้ไปต่อ
แต่ถ้าผลทั้งสองปัจจัยออกมาในแง่ลบ หุ้นอาจซึมลงต่อ และต้องอาศัยแรงหนุนจากนักลงทุนต่างชาติเข้ามาช่วยกระตุ้น
สัปดาห์นี้ นักลงทุนควรปล่อยวาง ไม่ผลีผลามตัดสินใจ เพื่อรอความชัดเจนของ MSCI และการพบปะของสองผู้นำประเทศมหาอำนาจว่าจะหาทางยุติสงครามได้หรือไม่ ควรอดใจรอ เพราะสัปดาห์หน้า จะรู้ชัดว่าหุ้นจะฟุบหรือฟื้นขึ้นมาวิ่งต่อ
นักเก็งกำไรที่ใจกล้า พร้อมวัดดวงกับผลการเจรจาระหว่างทรัมป์กับสี จิ้นผิง อาจเก็บหุ้นตุนล่วงหน้า ซึ่งก็เป็นการเสี่ยง เพราะถ้าการเจรจาไร้ข้อสรุป หุ้นคงไม่ทรุดฮวบ แต่ถ้ามีข่าวดีเรื่องการยุติสงคราม ขาขึ้นรอบใหม่และรอบใหญ่อาจเปิดฉากทันที