“ศิลปินไทยไม่ได้ขาดพรสวรรค์ แต่ขาดระบบที่ทำให้เติบโต”!!
ในวันที่ “Soft Power” ถูกยกระดับเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย คำถามที่น่าสนใจอาจไม่ใช่เพียงประเทศไทยมี “คนเก่ง” มากแค่ไหน แต่คือประเทศมี “ระบบสนับสนุน” มากพอหรือยัง สำหรับคนทำงานสร้างสรรค์ที่เป็นต้นน้ำของพลังทางวัฒนธรรมเหล่านั้น
โดยเฉพาะ “ศิลปิน” กลุ่มคนที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และมุมมองทางสังคมผ่านงานศิลปะ แต่กลับต้องเผชิญข้อจำกัดทั้งเรื่องรายได้ โอกาส การเข้าถึงเครือข่ายระดับนานาชาติ และเส้นทางการเติบโตในสายอาชีพที่ยังเปราะบาง
แม้ศิลปินไทยจำนวนไม่น้อยจะได้รับการยอมรับจากเวทีระดับโลก แต่ในอีกด้านหนึ่ง คนทำงานสร้างสรรค์จำนวนมากยังคงต้องต่อสู้เพื่อ “อยู่รอด” ในอาชีพ เพราะสิ่งที่ขาดอาจไม่ใช่ความสามารถ หากแต่คือ “ecosystem” ที่ช่วยให้พวกเขาเติบโตได้อย่างยั่งยืน
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ “การประกวดจิตรกรรมยูโอบี” หรือ UOB Painting of the Year ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงเวทีแข่งขันทางศิลปะอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในโมเดลของภาคเอกชนที่พยายามสร้าง “ระบบสนับสนุนระยะยาว” ให้ศิลปินไทย ผ่านการเชื่อมต่อโอกาส เครือข่าย และเวทีระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ประกาศเปิดรับผลงาน “การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 17” ประจำปี 2569 พร้อมเดินหน้าสร้าง UOB Artist Alumni Network เครือข่ายศิลปินระดับภูมิภาคที่เชื่อมโยงศิลปินจากไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม เพื่อสนับสนุนศิลปินในหลายมิติ ทั้งการจัดแสดงผลงาน การเข้าร่วมเทศกาลศิลปะระดับนานาชาติ การสร้างเครือข่ายวิชาชีพ ตลอดจนการต่อยอดเชิงพาณิชย์และทักษะด้านธุรกิจ
ในอีกมุมหนึ่ง สิ่งนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านบทบาท CSR จากการ “ให้” แบบระยะสั้น ไปสู่การสร้าง “โครงสร้างรองรับ” ที่ช่วยให้คนทำงานสร้างสรรค์สามารถเติบโตได้จริงในระยะยาว
นางสาวธรรัตน โอฬารหาญกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเฟ้นหาผู้ชนะ แต่ยังสะท้อนบทบาทของศิลปะในการเชื่อมโยงผู้คน สังคม และวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน
“เราเชื่อว่าศิลปะไม่ได้เป็นเพียงการสร้างสรรค์เพื่อความงามเท่านั้น แต่ยังเป็นพลังสำคัญที่เชื่อมโยงมุมมองที่หลากหลาย สร้างบทสนทนา และหลอมรวมชุมชนเข้าด้วยกัน สำหรับการก้าวสู่การประกวดปีที่ 17 ในประเทศไทย นอกจากการยกย่องความสามารถทางศิลปะแล้ว ธนาคารยูโอบียังมุ่งเน้นการสนับสนุนศิลปินในระยะยาว เพื่อให้สามารถเติบโตอย่างมั่นคงในสายอาชีพ และมีส่วนร่วมในการสร้างคุณค่าให้กับสังคมได้อย่างมีความหมาย” นางสาวธรรัตนกล่าว
แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังแข่งขันกันผ่าน “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” เพราะ Soft Power ในปัจจุบันไม่ได้หมายถึงเพียงชื่อเสียงของประเทศ แต่คือมูลค่าทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การลงทุน และอิทธิพลทางวัฒนธรรมในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม การมีศิลปินเก่งเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากประเทศยังไม่มีระบบที่ช่วยให้คนสร้างสรรค์เหล่านั้นสามารถยืนอยู่ในอาชีพได้จริง
ปัญหาสำคัญของวงการศิลปะไทยจึงไม่ใช่เรื่อง “คุณภาพ” ของศิลปิน แต่คือข้อจำกัดด้านโอกาส หลายคนขาดพื้นที่จัดแสดงงาน ขาดการเชื่อมโยงกับเครือข่ายระดับโลก ขาดองค์ความรู้ด้านการบริหารอาชีพ และไม่สามารถสร้างรายได้อย่างมั่นคงจากงานศิลปะเพียงอย่างเดียว ทำให้ศิลปินรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยต้องละทิ้งเส้นทางกลางคัน
ในอีกด้านหนึ่ง แนวทางของยูโอบียังสะท้อนมุมมองใหม่ของคำว่า “ความยั่งยืน” ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่รวมถึงการสร้างระบบสนับสนุนให้คนทำงานสร้างสรรค์สามารถเติบโต มีรายได้ และพัฒนาอาชีพได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว ขณะเดียวกัน การประกวดยังเปิดรับผลงานผ่านระบบออนไลน์ เพื่อลดการขนส่งและลดการปล่อยคาร์บอน ควบคู่กับการขยายโอกาสให้ศิลปินจากทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงเวทีประกวดได้ง่ายขึ้น
นางปานพรรณ ยอดมณี ศิลปินรางวัลชนะเลิศการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2553 ซึ่งปัจจุบันมีผลงานได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และเคยได้รับรางวัล Benesse Prize จาก Singapore Biennale 2016 มองว่า สิ่งสำคัญสำหรับศิลปินไม่ใช่เพียง “รางวัล” แต่คือ “โอกาส” และ “การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง”
“ศิลปินไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และบางคนอาจได้รับการยอมรับจากเวทีต่างประเทศก่อนในประเทศเสียอีก เพราะงานของเราสะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างโดดเด่น โอกาสอย่างโครงการศิลปินพำนักในต่างประเทศจึงช่วยเปิดพื้นที่ให้งานศิลปะของไทยได้เข้าร่วมบทสนทนาระดับโลกในวงกว้าง โดยปัจจัยที่สร้างผลลัพธ์อย่างแท้จริงคือการได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องในระยะยาว มากกว่าการได้รับรางวัลเพียงครั้งเดียว” นางปานพรรณกล่าว
คำว่า “มากกว่ารางวัล” กลายเป็นหัวใจสำคัญของแนวทางที่ยูโอบีพยายามผลักดัน เพราะโจทย์ของศิลปินในปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงการได้รับเงินรางวัลหรือการถูกค้นพบในช่วงเวลาสั้นๆ แต่คือการมี “career pathway” ที่ทำให้สามารถพัฒนาตัวเองต่อไปได้ในระยะยาว
เพื่อให้การสนับสนุนไม่สิ้นสุดลงหลังวันประกาศผล ยูโอบีจึงต่อยอดสู่การสร้าง “UOB Artist Alumni Network” เครือข่ายศิลปินระดับภูมิภาคที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงศิลปินรุ่นใหม่ ศิลปินรุ่นพี่ ภัณฑารักษ์ แกลเลอรี และผู้เล่นในอุตสาหกรรมศิลปะเข้าด้วยกัน ผ่านทั้งโอกาสจัดแสดงผลงาน การเข้าร่วมเทศกาลศิลปะระดับนานาชาติ การพำนักศิลปินในต่างประเทศ ตลอดจนการพัฒนาทักษะด้านธุรกิจและการสร้างเครือข่ายวิชาชีพ ซึ่งสะท้อนแนวคิดของยูโอบีที่มองว่า “ความยั่งยืนของศิลปิน” ไม่ได้เกิดจากรางวัลเพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากระบบสนับสนุนที่ช่วยให้สามารถเติบโตได้จริงในระยะยาว
ในช่วงที่ผ่านมา ศิลปินไทยที่ได้รับรางวัลจากเวที UOB POY หลายคนได้รับโอกาสเข้าร่วม Art Central Hong Kong, Art Jakarta รวมถึงโครงการศิลปินพำนัก ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และประเทศญี่ปุ่น ซึ่งช่วยเปิดพื้นที่ให้งานศิลปะไทยได้เชื่อมต่อกับเวทีโลกมากขึ้น
นางสาวยามีล๊ะ หะยี ศิลปินรางวัลชนะเลิศระดับประเทศของไทย และระดับภูมิภาค UOB Southeast Asian Painting of the Year ประจำปี 2568 กล่าวว่า ศิลปินไทยมีศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ทัดเทียมกับศิลปินในระดับสากล แต่ยังมีความท้าทาย เช่น ข้อจำกัดด้านภาษา และโครงสร้างการเติบโตในสายอาชีพระยะยาว เวทีอย่างการประกวดจิตรกรรมยูโอบีจึงมีบทบาทสำคัญในการเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับศิลปิน สร้างโอกาสเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ และสนับสนุนให้ศิลปินสามารถพัฒนาและเติบโตในสายอาชีพได้อย่างมั่นใจในระยะยาว
ขณะที่ นางสาวธัญญภัทร มานะสาระกุล ศิลปินรางวัล Most Promising Artist of the Year ประเภทศิลปินใหม่หรือสมัครเล่น ประจำปี 2568 มองว่า ศิลปินรุ่นใหม่กำลังทำหน้าที่เป็น “ผู้เล่าเรื่อง” ของสังคม ผ่านมุมมองที่เชื่อมโยงรากวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับบริบทโลก
“ในปัจจุบัน ศิลปินไทยมีบทบาทเป็นผู้เล่าเรื่องในเวทีระดับโลก ถ่ายทอดประเด็นทางสังคมและคุณค่าความเป็นมนุษย์ผ่านมุมมองที่หยั่งรากลึกจากบริบทท้องถิ่น การได้รับการมองเห็นและการสนับสนุนจากสถาบันต่างๆ ช่วยให้เรายึดโยงกับอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตนเอง พร้อมทั้งสื่อสารและเชื่อมโยงกับผู้ชมในระดับนานาชาติได้อย่างมีความหมาย”
สำหรับศิลปินรุ่นใหม่ เวทีนี้ยังเปิดกว้างให้ทั้งศิลปินอาชีพและศิลปินใหม่หรือสมัครเล่น อายุ 16 ปีขึ้นไป ที่มีสัญชาติไทยหรือมีถิ่นพำนักถาวรในประเทศไทย สามารถส่งผลงานจิตรกรรมในหัวข้อใดก็ได้เข้าร่วมการประกวดคนละหนึ่งผลงาน ผ่านเว็บไซต์ www.uob.co.th/poy ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2569 โดยการประกวดไม่ได้จำกัดรูปแบบความคิดสร้างสรรค์หรือเทคนิคการนำเสนอ ซึ่งสะท้อนแนวคิดของเวทีที่ต้องการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินได้แสดงตัวตนและมุมมองอย่างอิสระ พร้อมสร้างโอกาสในการก้าวสู่เครือข่ายศิลปินระดับภูมิภาคและเวทีนานาชาติอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากเงินรางวัลรวมกว่า 1.76 ล้านบาท ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศจากสิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม ยังจะได้เข้าชิงรางวัลระดับภูมิภาค UOB Southeast Asian Painting of the Year พร้อมเงินรางวัลเพิ่มเติม 13,000 เหรียญสิงคโปร์ และโอกาสเข้าร่วมโครงการศิลปินพำนักในต่างประเทศที่สนับสนุนโดยธนาคารยูโอบี ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของศิลปินไทยในการต่อยอดสู่เวทีศิลปะระดับโลก โดยการประกาศผลรางวัลระดับประเทศของประเทศไทยจะจัดขึ้นในวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ก่อนประกาศผลรางวัลระดับภูมิภาค ณ ประเทศสิงคโปร์ ในเดือนเดียวกัน
นอกเหนือจากการสนับสนุนศิลปินอาชีพ ยูโอบียังร่วมกับศิลปินผู้ได้รับรางวัลในอดีตจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปศิลปะสำหรับเด็กขาดโอกาสและเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และจินตนาการให้เยาวชนในสังคมได้เข้าถึงศิลปะมากขึ้น
เพราะในวันที่โลกแข่งขันกันด้วยความคิดสร้างสรรค์ ประเทศที่มี “คนเก่ง” อาจยังไม่เพียงพอ หากไม่มีระบบที่ช่วยให้คนสร้างสรรค์เหล่านั้นสามารถเติบโตได้จริง
และเมื่อศิลปินมีโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืน งานศิลปะก็ไม่ได้เปลี่ยนแค่ชีวิตของผู้สร้างสรรค์เท่านั้น แต่ยังสามารถส่งต่อแรงบันดาลใจ เชื่อมโยงผู้คน และสร้างคุณค่าให้สังคมเติบโตไปพร้อมกันได้ในระยะยาว