จากกรณีที่ Bloomberg แฉบริษัทไทย “โอบีโอเอ็น คอร์เปอเรชั่น” (OBON Corporation) ว่าเป็นทางผ่านส่ง GPU ของ NVIDIA ไปยัง Alibaba ในจีนเพื่อเลี่ยงการแบนของสหรัฐฯ แล้วมีการเชื่อมโยงว่า บริษัท OBON มีความเกี่ยวข้องกับ Siam.AI Cloud ซึ่งก่อตั้งโดย “รัตนพล วงศ์นภาจันทร์” หรือ ”ซัน” หลานชายของทักษิณ ชินวัตร
นายรัตนพล วงศ์นภาจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SIAM.AI Cloud เคยตอบคำถามสื่อมวลชนเมื่อปลายเดือน ม.ค. 2568 ในโอกาสที่ได้ลงทุนครั้งสำคัญด้วยการซื้อระบบ NVIDIA DGX B200 ซูเปอร์คอมพิวเตอร์เพื่อการประมวลผล AI รุ่นล่าสุดในเวลานั้นมาครองสำเร็จเป็นบริษัทแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ว่าข้อบังคับที่ปิดกั้นการซื้อขายอุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐานไอที ล้วนมีผลต่อราคาให้บริการ ในตลาดที่มีความต้องการสูง
“ผมเชื่อว่าเมื่อมีข้อบังคับมากขึ้น คลาวด์คอมพิวติ้งจะหายากขึ้น ราคาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ จะชาร์จได้แพงขึ้น”
Siam.AI Cloud นั้นเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ ที่จะเข้าไปตั้งระบบให้กับองค์กรที่ต้องการตั้งหรือต่อยอดดาต้าเซ็นเตอร์ ในเวลานั้น รัตนพลคาดหวังว่าจะพา Siam.AI Cloud ไปติดตั้งเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ให้ลูกค้ารวมมูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านบาทในปี 68 ซึ่งเชื่อว่าเม็ดเงินมหาศาลนี้จะสะพัดตามเป้าหมายที่บริษัทวางแผนไว้
เวลานั้น รัตนพลเผยถึงความตั้งใจพัฒนา SIAMGPT โดยวางให้ระยะแรกสามารถใช้เป็น Generative AI เหมือนแชตจีพีทีที่สามารถตอบภาษาไทยได้ แต่ได้เปลี่ยนมามุ่งพัฒนา AI ให้ทำงานเป็น Text to Video และ Text to Animation เชื่อว่าหลังจากได้รับชิปทันสมัย จะทำให้การพัฒนาส่วนนี้ของบริษัทเกิดขึ้นเร็วอย่างก้าวกระโดด เหมือนตอนที่ Open AI ได้รับเครื่องนี้ไปแล้ว Sora ก็ออกให้บริการภายในไม่นาน
นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ยกรายงานจาก Bloomberg มาสรุปในโพสต์เฟซบุ๊กว่าบริษัท OBON Corporation ของไทยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบริษัท Siam.AI Cloud ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรัตนพลและภรรยาเคยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และกรรมการ ต่อมามีการดึงบิดาของรัตนพล เข้ามาเป็นกรรมการในช่วงที่มีการสั่งซื้อสินค้ามหาศาล
“เจ้าของบริษัท OBON ในปัจจุบันคือ ชนิกานต์ (ภรรยาของรัตนพล) และ วีระชัย (บิดาของรัตนพล) โดยมีนายณฐพล องค์มรกต ปรากฏชื่อเป็นกรรมการบริษัท เราไม่รู้ว่าณฐพลคือใคร แต่ความเป็นเจ้าของยังอยู่กับครอบครัวของรัตนพลแน่นอน” อิสริยะสรุป “ทาง Siam AI Cloud ออกมาชี้แจงแล้วว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขาย GPU ให้ประเทศจีน แต่ทาง OBON (ซึ่งถือครองหุ้นโดยกลุ่มทุนเดียวกัน) ยังเงียบอยู่ และไม่ได้ออกมาปฏิเสธใดๆ ในเรื่องนี้”
รัตนพล วงศ์นภาจันทร์ นั้นเป็นบุตรชายของเยาวเรศ ชินวัตร และวีระชัย วงศ์นภาจันทร์ โดยหลังจากจบปริญญาตรีด้านการตลาด จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐซีแอตเติล สหรัฐอเมริกา ได้เริ่มงานแรกเป็นเจ้าหน้าที่สินเชื่อที่เอสเอ็มอีแบงก์ จากนั้นไปร่วมงานกับบริษัทเอกชนหลายแห่ง กระทั่งเมื่อปี 2555 เข้ามาเป็นกรรมการผู้จัดการ และเป็นผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่ง ใน บริษัท พีเออี (ประเทศไทย) หรือ PAE ที่ให้บริการด้านงานวิศวกรรมและก่อสร้างแก่บริษัทน้ำมันและก๊าซฯ ก่อนที่จะปิดตัวไปด้วยมีผลประกอบการย่ำแย่
ตัวบริษัท สยาม เอไอ คอร์เปอเรชั่น จำกัด หรือ SIAM.AI ที่เป็นพาร์ทเนอร์ NVIDIA นั้นเพิ่งก่อตั้งเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2567 ทุนจดทะเบียน 695 ล้านบาท โดยมีรัตนพลเป็นกรรมการและผู้มีอำนาจลงนาม และดำรงตำแหน่งประธานกรรมการฝ่ายบริหาร
นอกจาก SIAM AI รัตนพลยังถือหุ้นในบริษัทอีกหลายแห่ง ประกอบด้วย 1.ดิจิเวิร์ค (ไทยแลนด์) ขายซอฟแวร์ 2.มิเนอรัล อินฟินิตี้ เอเชีย โรงงานผลิต ปุ๋ยอาหารพืช 3.สยาม จีพีที พัฒนาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ที่ใช้ AI 4.สยาม เอไอ คอร์เปอเรชั่น ทำธุรกิจให้บริการการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ร่วมกันผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 5.อินโนเวทีฟ ฟาร์มมิ่ง โซลูชั่นส์ ธุรกิจให้เช่า การขาย การซื้อและดำเนินงานด้านอสังหาริมทรัพย์ 6.เอส บี อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์เปอร์เรชั่น ธุรกิจจัดนำเที่ยว 7.โอบีโอเอ็น คอร์เปอเรชั่น ธุรกิจขายส่งอุปกรณ์ iOT 8.ไลท์อัพ เอไอ โซลูชั่น ธุรกิจด้านปัญญาประดิษฐ์ ทั้ง 8 บริษัทยังดำเนินกิจการ ส่วน 9.ไอเอ็มเอ็ม ไพรเวท อีควิตี้ ทำธุรกิจซื้อ-จำหน่ายหุ้นตามตลาดหลักทรัพย์ สถานะเลิกกิจการ
ในส่วน OBON นักสังเกตการณ์มองว่าเป็นบริษัทที่มีตัวเลขการซื้อขายน่าสงสัย เพราะ OBON ซึ่งเป็นบริษัทขนาดเล็ก กลับมียอดซื้อเซิร์ฟเวอร์จาก Super Micro สูงถึง 2.5 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท) จนกลายเป็นลูกค้ารายใหญ่อันดับ 11 ของโลกในช่วงปี 2567-2568
ตัวเลขที่สูงเช่นนี้นำไปสู่ข้อกังขาด้านโมเดลธุรกิจ โดยมีการตั้งคำถามว่าการลงทุนมหาศาลเพื่อให้บริการเช่า GPU ในไทยนั้นคุ้มค่าจริงหรือไม่ หรือแท้จริงแล้วเป็นเพียง "ฉากหน้า" เพื่อส่งต่อสินค้าไปยังประเทศจีนที่มีความต้องการสูงและพร้อมจ่ายเงินสด ซึ่งเชื่อว่าจะต้องมีการตรวจสอบความโปร่งใสในเรื่องนี้ต่อไป.