TRUE เริ่มได้รับมุมมองเชิงบวกมากขึ้นจากตลาดทุน หลังทิศทางธุรกิจในช่วงต้นปี 2569 สะท้อนการฟื้นตัวทั้งด้านกำไร กระแสเงินสด และความสามารถในการแข่งขัน ขณะที่การประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.14 บาทต่อหุ้น พร้อมปรับนโยบายสู่การจ่ายปันผลรายไตรมาส ถูกมองว่าเป็นอีกสัญญาณสำคัญที่สะท้อนความเชื่อมั่นของฝ่ายบริหารต่อเสถียรภาพธุรกิจและศักยภาพการเติบโตในระยะถัดไป
นักวิเคราะห์หลายฝ่ายประเมินว่า TRUE กำลังเข้าสู่ช่วงของการเติบโตที่มีเสถียรภาพมากขึ้น หลังผลประกอบการเริ่มสะท้อนประโยชน์จากการควบรวมอย่างต่อเนื่อง โดยการทำกำไรต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกัน ถูกมองว่าเป็นสัญญาณสำคัญของการฟื้นตัวที่เริ่มมีความยั่งยืนมากขึ้น มากกว่าการเติบโตระยะสั้นเพียงชั่วคราว ขณะที่การประกาศจ่ายเงินปันผลรวมกว่า 4,800 ล้านบาท และการปรับนโยบายสู่การจ่ายปันผลรายไตรมาส ยังช่วยเสริมมุมมองเชิงบวกต่อศักยภาพการสร้างกระแสเงินสดของบริษัทในระยะยาว
สิ่งที่ตลาดทุนเริ่มให้น้ำหนักมากขึ้น ไม่ใช่เพียงตัวเลขกำไรที่เติบโต แต่คือ “คุณภาพของการเติบโต” ที่สะท้อนผ่านการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ EBITDA Margin ที่ปรับตัวดีขึ้น และการทยอยรับรู้ประโยชน์จากการควบรวมอย่างเป็นรูปธรรม หลายฝ่ายมองว่า ผลประกอบการในช่วง 4-5 ไตรมาสที่ผ่านมา ช่วยลดความกังวลต่อความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากการควบรวม หลัง TRUE เริ่มแสดงให้เห็นว่า Scale ของธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น สามารถต่อยอดสู่ประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการทำกำไรได้จริง ขณะที่ฝ่ายบริหารยังส่งสัญญาณว่าธุรกิจกำลังเข้าสู่ “Steady State” มากขึ้น หลังผ่านช่วงเร่งรับรู้ Synergy และการปรับโครงสร้างในช่วงแรกหลังการควบรวม
ตลาดยังจับตาพัฒนาการด้านการแข่งขันของ TRUE มากขึ้น หลังฝ่ายบริหารระบุว่า ไตรมาส 1/2569 เป็นช่วงที่เริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกทั้งด้านฐานลูกค้าและรายได้ โดยเฉพาะธุรกิจ Mobile ที่สามารถสร้างยอดผู้ใช้บริการสุทธิได้ดีขึ้น ขณะที่การเติบโต QoQ ของทั้งธุรกิจ Mobile และ Online เริ่มขยับเข้าใกล้ระดับเดียวกับผู้นำตลาดมากขึ้น สะท้อนว่า Momentum ทางธุรกิจกำลังทยอยฟื้นตัวควบคู่ไปกับผลประกอบการที่แข็งแรงขึ้น
อีกประเด็นที่ช่วยสนับสนุนมุมมองเชิงบวก คือ ทิศทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในระดับมีวินัย โดยฝ่ายบริหารยืนยันว่า TRUE ไม่มีแผนเข้าสู่สงครามราคา แต่จะมุ่งเน้นการเติบโตผ่านการบริหารฐานลูกค้า การเพิ่มบริการ Beyond Connectivity และการต่อยอด Ecosystem เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นแนวทางที่เอื้อต่อการรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
ขณะเดียวกัน การลดระดับหนี้และทิศทางกระแสเงินสดที่ดีขึ้น ยังช่วยสนับสนุนสถานะทางการเงินของบริษัท หลัง TRUE ได้รับการปรับมุมมองอันดับเครดิตเป็น “Positive Outlook” ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจในระยะถัดไป นอกจากนี้ TRUE ยังมีปัจจัยสนับสนุนระยะยาวจากโครงสร้างธุรกิจที่ครอบคลุมทั้ง Mobile, Broadband, Digital Platform และบริการด้าน AI รวมถึงการต่อยอด Ecosystem หลังการควบรวม ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อรายได้และความสามารถในการทำกำไรในอนาคต
นักวิเคราะห์มองว่า TRUE เริ่มมีความสามารถในการแข่งขันที่แข็งแรงขึ้นจาก Scale ของธุรกิจ ประสิทธิภาพเครือข่าย การบริหารต้นทุน และฐานลูกค้าที่ครอบคลุมมากขึ้น หลังจากนี้ ตลาดจะติดตามว่า TRUE จะสามารถรักษา Momentum ของกำไรและการสร้างกระแสเงินสดได้ต่อเนื่องตลอดปี 2569 หรือไม่ โดยหากบริษัทยังคงรักษาทิศทางการเติบโตได้ต่อเนื่อง TRUE อาจเริ่มได้รับการประเมินมูลค่าใหม่ในฐานะหุ้น Telecom Transformation ที่มีทั้งศักยภาพการเติบโตและผลตอบแทนระยะยาวมากขึ้นในสายตาตลาดทุน