กระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกาเปิดเกมรุกเงียบ ส่งจดหมายลับบีบกระดานเทรดเบอร์หนึ่งของโลกอย่าง Binance ให้เร่งปฏิบัติตามข้อตกลงการตรวจสอบที่ทำไว้ตั้งแต่ปี 2566 อย่างเคร่งครัด ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวลือหนาหูว่า แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่รายนี้อาจมีส่วนรู้เห็นในการอำนวยความสะดวกให้กับเส้นทางการเงินมูลค่ามหาศาลกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายในประเทศอิหร่าน ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงมาตรการจัดระเบียบอุตสาหกรรม คริปโต ของวอชิงตันที่ยังคงเดินหน้าบีบให้เอกชนต้องอยู่ภายใต้กฎเหล็กด้านการต้านฟอกเงินอย่างเด็ดขาด
กระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา ได้ออกโรงกดดันให้ Binance ปฏิบัติตามโปรแกรมการตรวจสอบที่กำหนดไว้ในข้อตกลงประวัติศาสตร์ปี 2566 ระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐและกระดานเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลราย หลังจากมีรายงานข่าวอื้ออึงว่าบริษัทได้เป็นช่องทางผ่านของเม็ดเงินมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับหน่วยงานที่มีความเชื่อมโยงกับประเทศอิหร่าน
ตามรายงานเจาะลึกจากสำนักข่าว The Information เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ระบุว่ากระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ส่งหนังสือเรียกร้องเป็นการส่วนตัวให้ Binance ปฏิบัติตามโปรแกรมการเฝ้าระวังอย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่บริษัทได้ตกลงยอมรับหลังจากบรรลุข้อตกลงกับทางการสหรัฐฯ ในปี 2566 ข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมถึงการจ่ายค่าปรับมหาศาลเพื่อยอมความมูลค่า 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับกระทรวงการคลังและกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ โดยมีเงื่อนไขผูกมัดให้ Binance ต้องยินยอมเข้าสู่โปรแกรมการตรวจสอบเป็นระยะเวลา 3 ปี ภายใต้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดจากเจ้าหน้าที่รัฐ
จดหมายกดดันจากกระทรวงการคลังฉบับนี้ ถูกส่งออกไปคล้อยหลังรายงานข่าวที่ระบุว่า Binance ได้สั่งปลดพนักงานกลุ่มที่นำข้อมูลไปแจ้งต่อผู้บริหารระดับสูง ว่ามีเม็ดเงินสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ไหลเวียนผ่านแพลตฟอร์มเพื่อส่งต่อไปยังเครือข่ายอิหร่าน ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นส่งผลให้กลุ่มวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ต้องออกโรงรวมตัวกันกดดัน สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้เร่งจัดทำรายงานชี้แจงสถานะการปฏิบัติตามข้อตกลงระงับข้อพิพาทของ Binance โดยด่วน
ทางด้านโฆษกของกระดานเทรดยักษ์ใหญ่ได้ออกมาชี้แจงต่อสำนักข่าว Cointelegraph เพื่อตอบโต้รายงานข่าวดังกล่าว โดยระบุจุดยืนอย่างชัดเจนว่า Binance ยึดมั่นในความมุ่งมั่นที่จะให้ความร่วมมือกับผู้ตรวจสอบอิสระ รวมถึงการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายความเพิ่มเติมว่า ทางบริษัทยินดีรับฟังข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์จากกระทรวงการคลัง และมองว่าการกำกับดูแลในครั้งนี้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติตามกฎระเบียบและระบบควบคุมการฟอกเงินให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยยืนยันว่าได้ให้ความร่วมมือกับผู้ตรวจสอบอย่างเต็มที่และเปิดเผยด้วยความโปร่งใสสูงสุด
อย่างไรก็ดี สายสัมพันธ์ที่แนบชิดระหว่าง Binance กับคณะบริหารของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังตกเป็นเป้าสายตาและถูกตรวจสอบอย่างหนัก นับตั้งแต่กลุ่มทุนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้หอบเม็ดเงินลงทุนมูลค่ามหาศาลกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้ามาอัดฉีดในไบแนนซ์ โดยใช้สเตเบิลคอยน์ USD1 ซึ่งออกโดย World Liberty Financial บริษัทที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และบุตรชายร่วมกันก่อตั้ง ยิ่งไปกว่านั้น การที่ผู้นำสหรัฐฯ ใช้อำนาจประธานาธิบดีอภัยโทษให้กับ ฉางเผิง จ้าว อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Binance เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2568 ก็ยิ่งทำให้ประเด็นนี้ทวีความร้อนแรงและเต็มไปด้วยข้อกังขา
ทั้งนี้ ฉางเผิง จ้าว เคยให้การรับสารภาพในข้อหาทางอาญา 1 กระทง ที่เกี่ยวเนื่องกับความล้มเหลวในการรักษาระบบป้องกันการฟอกเงินที่ได้มาตรฐานภายใน Binance ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงระงับข้อพิพาทเมื่อปี 2566
การเผยแพร่รายงานเจาะลึกของ The Information ประจวบเหมาะกับการปรากฏตัวของ ฉางเผิง จ้าว ในงานประชุมระดับโลกอย่าง Consensus ที่นครไมอามี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยอดีตหัวเรือใหญ่ได้ออกมาดับฝันกระแสข่าวการกลับมาผงาดในฐานะผู้นำบริษัทคริปโตแห่งใหม่
อย่างไรก็ดีอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Binance เปิดใจว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาพยายามหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา แต่ในขณะเดียวกันก็แย้มถึงแนวคิดที่จะชุบชีวิต Binance.US ขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อเปิดประตูให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงสภาพคล่องในระดับโลกได้ อย่างไรก็ตาม เขาได้ปฏิเสธแนวคิดที่จะกลับไปนั่งเก้าอี้ผู้บริหารระดับสูงในบริษัท คริปโต แห่งใดอีกหลังจากที่ได้ตัดสินใจก้าวลงจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Binance เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2566 โดยกล่าวทิ้งท้ายว่า เขาไม่คิดว่าตัวเองจะยังมีกำลังเหลือพอที่จะไปขับเคลื่อนสตาร์ทอัพแห่งใหม่ หรือไปเป็นผู้นำบริษัทไหนอีกแล้ว เขาเป็นแค่คนที่มีความถนัดเพียงด้านเดียว และพอใจกับจุดที่ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว ถือเป็นการปิดฉากบทบาทผู้นำอย่างสมบูรณ์