xs
xsm
sm
md
lg

“สรรเพชญ”เรียกถกหาทางออกทางวิศวกรรมแก้ปัญหาส่งมอบพื้นที่”ถมทะเล”แหลมฉบังเฟส 3

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“สรรเพชญ” เรียก” กทท.-ที่ปรึกษา-วสท-ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเทคนิคธรณี”ร่วมถก ปัญหาถมทะเลท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เร่งหาทางออกเดินหน้าโครงการตามมาตรฐานวิศวกรรม

เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับผู้แทนการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม บริษัทที่ปรึกษา และที่ปรึกษากฎหมาย เพื่อหารือถึงปัญหาและอุปสรรคของงานถมทะเลในโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามแผน

ที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านวิศวกรรม การออกแบบ และกระบวนการควบคุมคุณภาพงานถมดินและก่อสร้างท่าเรือ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยคำนึงถึงมาตรฐานด้านวิศวกรรม ความปลอดภัย และผลประโยชน์ระยะยาวของประเทศ

มีประเด็นสำคัญ เช่น ข้อมูลการสำรวจชั้นดินและผลการทดสอบดิน รายละเอียดแบบก่อสร้างและเกณฑ์การออกแบบท่าเรือ รูปแบบการใช้งานและน้ำหนักบรรทุกของท่าเรือ ขั้นตอนและมาตรฐานการถมดินและบดอัดดิน ตลอดจนกระบวนการควบคุมคุณภาพ การตรวจสอบ และเกณฑ์การตรวจรับงาน เพื่อร่วมกันวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาและกำหนดแนวทางแก้ไขอย่างรอบด้าน

โดยมีนายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายโสภณ ปิยะภาณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงคมนาคม เข้าร่วม พร้อมด้วยผู้แทนจากการท่าเรือแห่งประเทศไทย ประกอบด้วย ว่าที่ร้อยตรีรัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ กทท. สายการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการผู้อำนวยการ กทท., เรือโทกิตติคุณ จารุวัฒนายนต์ รองผู้อำนวยการ กทท. สายวิศวกรรม, นางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง, นางพรทิพา ทวีนุช นักบริหาร 13 (โครงการร่วมลงทุน ทลฉ.), นายปารุศ ลือวิทวัส ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการช่าง และนายกฤษฎา อุดมโภชน์ พนักงานการสินค้า 12 สปก.

นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เข้าร่วม ได้แก่ รศ. เอนก ศิริพานิชกร นายก วสท., รศ. ดร.ภาณุวัฒน์ จ้อยกลัด ประธานสาขาวิศวกรรมโยธา และ รศ. ดร.สมโพธิ อยู่ไว ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเทคนิคธรณี


พร้อมด้วยผู้แทนจากบริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด บริษัท โชติจินดา คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท วีระวงศ์ ที่ปรึกษากฎหมาย เข้าร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านเทคนิคและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นายสรรเพชญ กล่าวว่า ได้ย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานอย่างรอบคอบ โปร่งใส และยึดหลักวิชาการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเป็นที่ยอมรับต่อประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน พร้อมย้ำว่าการแก้ไขปัญหาของโครงการสำคัญระดับประเทศ จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบโลจิสติกส์ของประเทศ

สำหรับงานถมทะเล โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 มีกิจการร่วมค้า ซีเอ็นเอ็นซี (CNNC) ประกอบด้วย บริษัท เอ็น.ที.แอล.มารีน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บมจ.พริมามารีน บริษัท นทลิน จำกัด และ บริษัท จงก่าง คอนสตรั๊คชั่น กรุ๊ป จำกัด (ประเทศจีน) เป็นผู้รับจ้างวงเงิน 21,320 ล้านบาท มีประเด็นเชิงเทคนิคที่ทำให้ยังไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ ในเรื่องสเปกค่าความหนาแน่นสัมพัทธ์ของทรายถมที่ไม่ตรงกัน โดยส่วนที่ออกแบบ ให้ผู้รับเหมา งานถมทะเลดำเนินการ ใช้ค่าการทรุดตัว 30 ปี ไม่เกิน20 เซนติเมตร ขณะที่สัญญาในการส่งมอบพื้นที่ให้กลุ่ม GPC ประกอบด้วย บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด (PTT TANK) บริษัท ไชน่า ฮาร์เบอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ผู้รับสัมปทาน ท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 กำหนดให้ค่าความหนาแน่นสัมพันธ์ไม่น้อยกว่า 75% ที่กทท.ต้องเร่งหาทางแก้ปัญหาโดยเร็ว ซึ่งล่าสุด กลุ่ม GPC ได้มีหนังสือเรียกร้องค่าชดเชยกรณีการส่งมอบพื้นที่ล่าช้าจากกทท.ประมาณ 4,000 ล้านบาท