กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยเดือน เม.ย.69 จัดชุดปราบลงพื้นที่ย่านการค้าและแหล่งท่องเที่ยว 4 จังหวัดภาคใต้ และบุกค้นโกดังเก็บสินค้าย่านสมุทรปราการ เจอของปลอมละเมิดเครื่องหมายการค้า ทั้งกระเป๋า เสื้อ กางเกง แว่นตา เข็มขัด กำไล รองเท้า หมวก และเครื่องสำอาง จับผู้กระทำผิดได้ 29 คดี ของกลาง 709,786 ชิ้น เสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 50 ล้านบาท
นางอรมน ทรัพย์ทวีรธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เดือน เม.ย.2569 ที่ผ่านมา กรมได้จัดเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งชุดระดมกวาดล้างและชุดจรยุทธ์ ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ. และเจ้าของสิทธิ์ ปูพรมปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง โดยตรวจค้นย่านการค้าและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญใน 4 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี กระบี่ และภูเก็ต สามารถจับกุมสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า อาทิ กระเป๋า กางเกง เสื้อ แว่นตา เข็มขัด กำไล รองเท้า และหมวก และยังได้นำหมายค้นเข้าตรวจสอบแหล่งเก็บสินค้าในจังหวัดสมุทรปราการ หลังสืบทราบว่ามีการจำหน่ายเครื่องสำอางปลอมผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเปิดเผย พบเครื่องสำอางละเมิดเครื่องหมายการค้าแบรนด์ดังล็อตใหญ่ โดยการดำเนินการทั้งหมดนี้ สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ 29 คดี ของกลางรวม 709,786 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 50 ล้านบาท และได้นำตัวผู้ต้องหาและของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว
สำหรับการปฏิบัติงานของชุดปฏิบัติการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในครั้งนี้ มีส่วนสำคัญในการสกัดกั้นไม่ให้สินค้าผิดกฎหมายหมุนเวียนเข้าสู่ท้องตลาด อันเป็นการปกป้องคุ้มครองผู้บริโภคจากการใช้สินค้าปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพผู้ใช้ เพราะปัจจุบันกระบวนการผลิตสินค้าปลอม โดยเฉพาะเครื่องสำอาง มีการปลอมบรรจุภัณฑ์ให้ใกล้เคียงของแท้ได้อย่างแนบเนียนยิ่งขึ้น โดยมีการปลอมทั้งฉลากสินค้าภาษาไทยและเลข อย.ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสนและเข้าใจผิดได้ง่าย
“กรมขอย้ำเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังการเลือกซื้อสินค้า โดยเฉพาะการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ควรเลือกซื้อจากร้านค้าที่เป็นทางการหรือแหล่งที่น่าเชื่อถือ พร้อมตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ไม่มีตำหนิ รวมทั้งมีราคาที่สมเหตุสมผล และหากพบเห็นเบาะแสการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งได้ที่เว็บไซต์ www.ipthailand.go.th หัวข้อ “แจ้งเบาะแสการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” หรือสายด่วน 1368”นางอรมนกล่าว
ทั้งนี้ การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เป็นภัยคุกคามความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ทั้งยังทำลายความสามารถในการแข่งขันของประเทศเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมา รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญและเร่งจัดการปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยยกระดับการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน สกัดกั้นสินค้าละเมิดและจับกุมผู้กระทำความผิดรายใหญ่ พร้อมพัฒนามาตรฐานการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประเทศไทยในเวทีการค้าโลก และสนับสนุนการยกระดับสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยในอนาคต