xs
xsm
sm
md
lg

Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.28-อ่อนค่ารับสถานการณ์ในตะวันออกกลางเดือด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.28 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง”จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.13 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.05-32.50 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาทยอยอ่อนค่าลง ในลักษณะ Sideways Up ทดสอบโซนแนวต้าน 32.30 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 32.05-32.33 บาทต่อดอลลาร์) หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาทวีความร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง จากการปะทะกันระหว่างกองเรือของสหรัฐฯ กับอิหร่าน ในพื้นที่บริเวณช่องแคบ Hormuz ทำให้ผู้เล่นในตลาดมีความกังวลต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างทั้งสองฝั่งอีกครั้ง ส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบพลิกกลับมาพุ่งสูงขึ้น ส่วนเงินดอลลาร์ได้ทยอยแข็งค่าขึ้น สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น ไฮไลท์สำคัญอย่าง รายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ทั้ง ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) อัตราการเติบโตของค่าจ้าง และอัตราการว่างงาน เป็นต้น พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน (U of Michigan Consumer Sentiment) โดยเฉพาะในส่วนของ อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะสั้นและระยะปานกลาง รวมถึง ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED

รวมถึงรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง โดยเฉพาะแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงรอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน พร้อมทั้งรอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) การเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ผันผวนสูงในช่วงนี้ ได้ย้ำมุมมองเดิมของเราว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้เงินบาทอาจผันผวนในกรอบ Sideways ที่กว้างได้ ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง

เรามองว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทอาจเริ่มจำกัดลง และเงินบาทเสี่ยงเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่ามากขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่มีความเป็นไปได้ว่า อาจจะต้องรอให้ถึง การพบกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนในช่วงวันที่ 14-15 พฤษภาคม นี้ เนื่องจาก ทางการสหรัฐฯ อาจพยายามเจรจาต่อรองให้ทางการจีน ช่วยประสานงาน หาทางยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างเป็นผู้มีส่วนได้/เสีย จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางครั้งนี้ ดังนั้น หากจะเห็นการเจรจาหยุดยิงระหว่างทั้งสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น อาจจะต้องรอให้ทางการจีนมีการเข้ามาช่วยเป็นตัวกลางในการเจรจาก่อนได้ นอกเหนือจากต้องรอให้ฝั่งอิหร่าน เผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจและฐานะการเงินของรัฐบาล (Economic and Financial pains) ที่มากขึ้น จากการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ (ซึ่งอาจสร้างผลกระทบที่รุนแรงต่ออุตสาหกรรมพลังงานของอิหร่านตามที่เราได้เสนอในช่วงก่อนหน้าในบทวิเคราะห์ WeekAhead และ Daily Markets Update)

อย่างไรก็ดี เราคงมองว่า เงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way risk พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยหากเงินบาทเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่ามากขึ้น เรามองว่า เงินบาทอาจจะมีโซนแนวต้านแถว 32.50 บาทต่อดอลลาร์ และมีโซนแนวต้านถัดไปในช่วง 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ โดยความหวังของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงที่ยังคงมีอยู่ กอปรกับโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับบรรดานักลงทุนต่างชาติที่จะทยอยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อาจทำให้ เงินบาทไม่สามารถอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้านสำคัญ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ ยกเว้น สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงมากขึ้นชัดเจน จนตลาดปรับเพิ่มโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของ FED อย่างมีนัยสำคัญ เช่น ให้โอกาส 50% เป็นอย่างน้อย ที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปีนี้

ในทางกลับกัน หากเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้น เรามองว่า เงินบาทอาจยังไม่สามารถทะลุโซนแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ไปได้ง่ายนัก จนกว่าจะเห็นความชัดเจนของการเจรจาหยุดยิง ซึ่งต้องมีข้อตกลงที่ชัดเจนแล้วเท่านั้น โดยเรามองว่า ภาพดังกล่าวอาจยังไม่ได้เกิดขึ้นในเร็ววันนี้ แต่ยังมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ภายในไตรมาส 2

อนึ่ง ควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้ รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ แม้ว่า ในปัจจุบัน ผู้เล่นในตลาดจะให้น้ำหนักต่อพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นหลักก็ตาม